fiction

[AU Fic TRC] L'oiseau Bleu 1

posted on 03 Feb 2009 17:13 by mini-mummy  in fiction
[AU Fic Tsubasa RC] L'oiseau Bleu
Pairing: Kurogane x Fay
Authors: mini_mummy_noel

====================================================    

                      บทนำ

 

                เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฐานเรือเป็นจังหวะรับกับเสียงร้องของนกนางแอ่นแถบมหาสมุทรอันได้ชื่อว่ากว้างใหญ่ที่สุดอย่างมหาสมุทรวินแฮมซึ่งเชื่อมระหว่างพื้นแผ่นดินทั้งใหญ่เล็กหลากหลายอาณาจักร เป็นต้นว่า อาณาจักรเซนต์ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองด้านศาสนา อาณาจักรไอริส ซึ่งใช้ระบบการปกครองแบบกษัตริย์ และท้ายที่สุดคืออาณาจักรขนาดเล็ก ทว่าถูกปกครองด้วยผู้นำซึ่งมีกองทัพผู้เชี่ยวชาญศึกอยู่ภายใต้การปกครอง ส่งผลให้เป็นการยากที่อาณาประเทศต่างๆ จะตีเอาเป็นอาณานิคมได้

 

                        ห่างออกไปจากน่านน้ำของอาณาจักรดังกล่าว เรือไม้สีดำทมึนกำลังแล่นตรงเข้ามา คนบนเรือยิ้มกว้างยามที่สายตาสบไปเห็นพื้นแผ่นดินเป้าหมาย

 

            สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งนักรบ ดูสิ ชิน ที่ท่าเรือโน้น มีแต่เรือรบจอดเทียบฝั่งทั้งนั้น

            แต่ถึงจะเป็นเมืองแห่งนักรบ การค้าระหว่างประเทศก็ยังเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่ดีครับ ไม่มีเมืองไหนที่จะไม่ต้อนรับพ่อค้า เพราะฉะนั้นถ้าคุณแสร้งทำตัวเป็นพ่อค้าจากต่างแดนล่ะก็ ....

            ก็จะสามารถเข้าไปได้ง่าย... งั้นสิน่ะสิ้นเสียง เจ้าของร่างสูงโปร่งนามว่าชินก็พยักหน้าช้าๆ ให้เป็นคำตอบ ก่อนจะใช้มือดันแว่นสายตาของตนให้เข้าที่เข้าทาง เรื่องการซื้อ-ขายสินค้าขาดแคลน ฉันขอฝากนายด้วยน่ะ ชิน

 

            ส่วนอีกเรื่องที่เราวางแผนกันไว้ ... ฉันจะเป็นคนจัดการเอง !!! ”

 

 

 

 

 ====================================================    

 

 

Chapter 1

Enigma Dancer

                        เสียงดนตรีดังขึ้นคลอไปกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของผู้ที่กำลังนั่งเชยชมเหล่านักเต้นรำแสนสวยบนฟลอร์ของร้านเหล้าชื่อดังในอาณาจักร ความงดงามทั้งทางด้านความชดช้อยตั้งแต่ศิลปะการรำไปจนถึงความพลิ้วไหวของปลายผ้าเนื้อบางสีขาวซึ่งแม้จะพยายามปกปิดเรือนร่างขาวผ่องก็แทบไม่ได้ช่วยดับความร้อนรุ่มที่เกิดในร้านเหล้าได้ง่ายๆ ซ้ำร้าย ... มันกลับยิ่งเข้าไปกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนยามกลางคืนของเหล่านักรบชายชาตรีได้เป็นอย่างดี

 

                        หากแต่ ... มันมิใช่สำหรับชายหนุ่มนายหนึ่ง

 

                        คนผู้นั้นกำลังนั่งชันคาง เหม่อมองการแสดงอย่างเบื่อหน่าย ภาพหญิงสาวซึ่งสวมใส่เศษผ้าน้อยชิ้นเหล่านั้นเหมือนจะไม่ได้สร้างความหฤหรรษ์ให้กับเขามากนัก

 

                        มิใช่เพราะตัวเขานั้นต่างจากบุรุษนักรบคนอื่น ... หากแต่ การแสดงที่แทบจะเปลืองผ้านี้นั้น เขาเองก็รู้สึกไม่ปลื้มเช่นกัน

 

                        แม้ว่าจะด้วยใบหน้าคมคาย หรือร่างกายบึกบึนสมชายชาตรีนั้นจะเรียกร้องให้เหล่าหญิงสาวไม่ว่าจะเป็นนักเต้นรำหรือผู้ที่เผลอหลงตัวเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ให้เข้าหา สิ่งที่พวกนางจะได้รับกลับไป มีเพียงแววตาดุสีแดงดุจโลหิตเท่านั้น ...

 

                        ใครจะเป็นผู้โชคดีที่ได้ใจของชายหนุ่มไปครองกันหนอ ...

 

                        ไม่วายอดที่จะสร้างวิมานจินตนาการถึงตนเองในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ยืนอยู่ท่ามกลางพิธีงานอันศักดิ์สิทธิ์ เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มยินดีของผู้มาร่วมในงานแต่งงานซึ่งล้อมรอบไปด้วยดอกไม้พฤกษานานาพันธุ์ ที่สำคัญตัวของเธอนั้นได้มีโอกาสยืนเคียงข้างชายหนุ่มผู้นี้

 

                        มิใช่ว่าผู้ชายในดินแดนอาณาจักรแห่งนี้จะน้อย ... หากเป็นเพราะเสน่ห์ดึงดูดเรียกให้เข้าหาขนาดนี้ ... ตั้งแต่จำความได้ เธอเองก็เพิ่งเคยเห็นเช่นกัน

 

                        ชายผู้นี้ต่างจากคนเดินดิน ... นักรบทั่วไปในเขตนี้ ..

 

                        ได้แต่เพียงสรุปขึ้นมาในใจ ก่อนที่นัยน์ตาสีเพลิงนั้นจะจ้องตรงมา ราวกับจะบอกถึงความไม่พอใจจากการถูกลอบมองอย่างไม่มีมารยาทจากคนที่ไม่รู้จักค่าหน้าค่าตาแม้เพียงนิด

           

                        จะว่าด้วยความกลัวหรือความเกรงใจ เขินอาย หญิงสาวก้มใบหน้างุด ผงกศรีษะเบาๆ เป็นเชิงขอโทษ ก่อนจะเดินหายเข้าไปที่หลังเวทีอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกันที่มือหนาหนึ่งได้วาดเข้ามาหมายจะทุบศรีษะคนเจ้าอารมณ์ หากแต่ก่อนที่มือจะสัมผัสได้แม้ปลายเส้นผมสีรัตติกาล คนถูกจู่โจมก็ก้มหัวลงต่ำ ใช้มือข้างที่ว่างจากแก้วคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของผู้มาใหม่โดยฉับพลัน

 

            โจมตีด้านหลัง ... ไม่ใช่วิสัยของเจ้าเลยนะ ..ยูดาเอ่ยจบก็ปล่อยมือลง ไม่สนใจถึงเสียงหัวเราะในลำคอของเจ้าของมือเมื่อครู่ที่ตอนนี้กำลังเดินอ้อมมาทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับชายผมดำ

 

            นายพูดยังกับว่า นายไม่สามารถรับการโจมตีของฉันได้เลยนะเกิดเสียง หึ ในลำคอของนักดื่มเหล้าตัวยง ชายมากเสน่ห์ยกแก้วเหล้าขึ้นจรดปาก ก่อนค่อยๆ ลิ้มรสชาติขมๆ ของแฮลกอฮอล์ลงไป

 

                        เป็นจริงอย่างที่เจ้าของผมสีเพลิงพูด ... การป้องกันการโจมตีที่เก็บรังสีอาฆาตมุ่งร้ายไม่มิดนั้นไม่แปลกอะไรกับการหลบหมัดของคนตาบอด

 

                        ใครจะรู้จักยูดา โนะ คิริน ชายหนุ่มผมซอยสีแดงเพลิงยาวประบ่า ตัดกับนัยน์ตาสีฟ้าใสสายน้ำทั้งสองข้างเท่าเขา ด้วยดีกรีที่เป็นถึงคนสนิท ยูดามีสิทธิ์ในการเข้าใกล้ แสดงความสนิทสนมอย่างที่ไม่มีใครกล้าแม้เพียงคิดที่จะทำกับชายผู้ครองสีแห่งความมืดนี้

 

                        รัดเกล้าสีเงิน 2 อันไขว้กันบนศรีษะดูเป็นสิ่งที่ขับให้ชายหนุ่มโดดเด่นขึ้นยิ่งกว่าใคร พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลา อ่อนโยน ดูสุภาพ เพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะได้หัวใจของหญิงสาวไปครอง

 

                        ทว่าตั้งแต่เกิดมา ก็เหมือนกับชายผมดำ ... ไม่เคยมีใครโชคดีพอที่จะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของหัวใจของเขาแม้เพียงเสี้ยววินาที

 

                        คิดอยู่เพลินๆ จู่ๆ ไฟทั้งหมดก็มืดดับลง เสียงเพลงที่เคยมีพลันค่อยๆ เงียบลงเช่นเดียวกับเสียงของผู้คนที่เคยฮือฮา ทว่าก่อนที่จะได้เอ่ยถามถึงเหตุการณ์ที่ผิดปกติพิสดารนี้ แสงไฮไลท์ที่เคยมอดดับลงเมื่อครู่ก็ส่องแสงสีทองสว่างพร้อมใจกันไปรวมกัน ณ ที่จุดๆ เดียว

           

                        ที่นั้น ... มีสตรีนางหนึ่งในชุดผ้าเนื้อบางสีขาวนั่งคุกเข่าทั้งสอง ก้มใบหน้าประสานมือไว้กับอก หากแต่สิ่งที่ดูงดงามและดูโดดเด่นมากที่สุดนั้นก็คือเส้นผมสีทองบรอนซ์สว่างยาวสลวยประบ่า

 

                        สีที่ไม่อาจเห็นได้ง่ายนักบนอาณาจักรเล็กๆ แห่งนี้ ...

 

                        แล้วเจ้าหล่อนก็เงยใบหน้าขึ้น เป็นจังหวะเดียวกันที่ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ยกเว้นชายผมดำผู้หนึ่งที่ทราบอยู่แล้วถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการชะงักงัน นิ่งเงียบไป บางคนที่ไม่สามารถเก็บอาการอยู่ก็ถึงกับครางออกมาแผ่วเบา

 

            ผู้ชายหรือเนี่ย...

 

                        ได้ยินคำนั้น ริมฝีปากบางของคนบนฟลอร์ก็คลี่ยิ้มหวานในแบบที่พาหัวใจคนมองให้ละลายลงไป หากแต่ ... ก็ยังคงมีชายคนหนึ่งที่คิดแปลกแยกออกไป เขาส่งเสียง หึ ในลำคอ แล้วยกแก้วสุราขึ้นดื่มอีกครั้ง โดยไม่ได้ละสายตาไปจากชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า

 

                        มือที่ควรจะถือดาบสู้รบฟาดฟันอย่างชายชาตรี มาบัดนี้กลับถูกใช้วาดร่ายรำเป็นท่วงท่าสง่างาม กำไลกระดิ่งสวมข้อเท้าส่งเสียงกริ้งๆ ดังใสๆ ตามทุกครั้งที่คนหน้าสวยขยับกาย สิ่งที่ดูโดดเด่นที่สุดอีกสิ่งบนเรือนร่างคงเป็นนัยน์ตาสีฟ้าสวยดุจแซฟไฟร์ที่ล้ำค่า พาให้คนมองนึกใคร่ที่จะได้เห็น มันพร้อมกันทั้งสองข้าง

 

                        ทำไมถึงต้องการเห็นดวงตาทั้งสองข้างพร้อมกันน่ะหรือ

 

                        อาจดูเป็นความต้องการที่โง่เขลา พิสดาร แปลกประหลาด ทว่าสิ่งเหล่านั้นก็มลายหายไปได้โดยพริบตา เมื่อได้ไปสบเห็นผ้าปิดตาที่พาดเฉียงจากกลุ่มผมนุ่มทางซ้ายมาจรดใบหูทางด้านขวา

 

                        หากไม่เป็นเพราะตาบอด หรือมีบาดแผลที่นัยน์ตา ก็คงไม่ถูกปิดเอาไว้ ...

 

                        คิดได้เพียงเท่านี้ พวกเขาก็กลับไปให้ความสนใจกับเรือนร่างขาวผอมบางภายใต้อาภรณ์สีขาวบางพลิ้วผ่าข้างไปจนถึงเอวตรงหน้า รู้สึกเสียดายจากใจจริงเมื่อเห็นกางเกงขาสั้นสีขาวอยู่ภายใน เรียวขาที่ควรจะดกไปด้วยขนหน้าเข่งตามธรรมชาติของชายหนุ่มกลับผุผ่องเรียวสวย แผ่นอกบางที่กระเพื่อมรับจังหวะการหายใจแม้จะแบนราบอย่างที่ควรจะเป็นแต่ก็ใคร่ที่จะได้เห็นเต็มๆ ตาโดยไม่มีแม้ผ้าพื้นบางกางกั้นเอาไว้

 

                        หากแต่ ... ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทะนง ไม่ยอมใคร แม้ริมฝีปากยังคงยักยิ้ม หรืออะไรก็ตามทุกคนในที่แห่งนี้ส่วนใหญ่ จึงรู้โดยทันที ...

                       

                        ถึงความสูงส่งที่ไม่อาจหาญมองได้ด้วยตาเปล่า

 

                        กระนั้นก็ยังมีคนกล้าพอที่จะเข้าหา แม้จะถือคติว่าเด็ดดอกฟ้า เขาก็ยังต้องการและปรารถนาจะครอบครอง อยากจะให้ชายหนุ่มผู้นี้ลงมานอนดิ้นทุรนทุรายร้องขออยู่ใต้ร่างของเขา

 

                        หากแต่การเด็ดดอกฟ้าดูเหมือนจะง่ายเกินกว่าสิ่งที่เขาต้องประสบพบตรงหน้า เมื่อเพียงแค่เขาลองที่จะเอื้อมมือไปคว้าร่างผอมบางเข้าแนบกาย ทั้งๆ ที่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ ชายหนุ่มคนนั้นกลับหมุนตัวหลบ เข้ากับจังหวะเพลงอย่างแนบเนียน ไม่วายส่งยิ้มหวานเป็นเชิงรู้ทันให้เขาหน้าชา

 

                        สวยงาม ... สง่า .... สูงเกินไขว้คว้า

                        และหยิ่งทระนง ...

 

                        เหมือนแมวที่จะเข้าหาเราเมื่อต้องการ แต่จะจากไปโดยพลันหากความรู้สึกนั้นหมดไป

 

                        แล้วเพราะเหตุอันใด คนที่เป็นเหมือนแมวผู้สูงส่งนี้ ถึงได้ย่างกรายเข้ามายังสถานที่แบบนี้ ... เข้ามาเกลือกกลั้วแปดเปื้อนในสถานที่อันโสมม

 

                        ไม่มีใครรู้ได้ ... นอกจากเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าใสที่หม่นหมองผิดกับริมฝีปากที่แย้มยิ้มตลอดเวลา

 

                        ขณะที่การแสดงกำลังดำเนินอยู่ เหล่าหญิงสาวธรรมดาสามัญที่เริ่มถูกละทิ้งต่างก็จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนิทสนมคล้ายกับรู้จักกันมานานแสนนาน ซึ่งหัวข้อการสนทนาคงไม่พ้นเรื่องที่มีเรือสีดำทมึนแปลกประหลาดมาจอดเทียบท่าชายฝั่งทะเลของอาณาจักรแห่งนักรบแห่งนี้

 

            ฉันคิดว่าจะต้องเป็นเรือโจรสลัดแน่ๆผู้หญิงคนหนึ่งผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีเปลือกไม้ยาวสลวยถึงเอวออกความเห็นก่อน ซึ่งคนอื่นๆ ในกลุ่มเองก็รู้สึกเห็นด้วยเช่นกัน ว่าแต่พวกเธอคิดว่าจะเป็นเรือโจรสลัดของใครหรอ บลัดดี้มูน รีเซิฟเวอร์ หรือว่าอะไรพูดไปพูดมาก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นหลักฐานที่ดีในการจะบอกว่า เธอชอบและชื่นชมกลุ่มโจรสลัดข้างต้นมากเพียงใด

 

            ไม่อยากจะเชื่อเลยน่ะ ว่าเธอจะชอบพวกโจรสลัด ให้ตายสิ ! ฉันไม่ชอบคนพวกนี้เลย อยากจะให้เรือบ้าๆ นั้นแล่นออกไปเร็วๆคราวนี้เป็นคำพูดของสาวเปรี้ยโกรกผมสีทองที่กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่ตรงข้ามกับหญิงคนแรก ทว่าแทนที่เพื่อนสาวข้างๆ เธอจะเออออเห็นด้วย คนผิวคลำกลับพูดโต้ตอบออกไปว่า

 

            อ๋อ ! หรอ ! แล้วสร้อยสลักชื่อโจรสลัด L`oiseau Bleu ที่เธอใส่อยู่เนี่ย ... หมายความว่ายังไงกันจ๊ะมากพอที่จะเรียกให้เลือดสูบฉีดไปทั่วใบหน้า สาวที่กล้าพลันถูกสยบลงยามที่ชื่อของคนที่เธอเทิดทูนบูชาถูกเอ่ยออกมา ไม่วายเฉไฉไปอีกเรื่องหนึ่ง

 

            “ L`oiseau Bleu เขาไม่เหมือนพวกโจรสลัดทั่วไปซะหน่อย ! อ๊ะ ! นั้นการแสดงจบแล้ว ฉันไปหาแฟนฉันก่อนน่ะ ! ” โดยไม่สนใจเสียงเรียกผล็อยหลังของเธอ หัวใจยังคงเต้นโครมคราม ... ยามที่ชื่อของคนซึ่งเป็นคนสำคัญดังก้องอยู่ในหัว L`oiseau Bleu...  เป็นภาษาท้องถิ่นของอาณาจักรเล็กอีกอาณาจักรหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกล... มีความหมายถึงนกสีฟ้าอันแสนงดงาม ...

 

                        นกสีฟ้า ... ที่ได้ใจเธอไปตั้งแต่แรกเห็น ... โจรสลัดที่ใช้เงินที่ได้มาช่วยชีวิตคนที่ถูกกดขี่ข่มเหง !

 

                        ภาพหญิงสาวที่เขินอายขวยเขินนั้น ... ยังคงตกอยู่ในสายตาของคนร่างสูง ข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านทางริมฝีปากสวยได้รูปนั้น เขาได้ยินทุกถ้อยคำ ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มราวกับต้องการเยาะในความคิดของเจ้าหล่อน ก่อนที่น้ำสุราสีทองเฉกเช่นเดียวกับสีผมของนักเต้นรำผู้งดงามจะถูกลำเลียงเข้าไปในลำคอ ในหัวย้อนไปถึงภาพของหญิงสาวผู้ครองเส้นผมสีนิลยาวสลวยสวยในชุดกิโมโนสูงส่ง

 

                        ชีวิตไม่ได้สวยงามถึงขนาดนั้นหรอก .... จริงไหมโทโมโยะ ....

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                        ทันทีที่การแสดงของเจ้าของร่างบอบบางหยุดลง เสียงปรบมือก็โหมดังขึ้นจากทั่วอาณาบริเวณ ใบหน้าใสเงยขึ้น มอบรอยยิ้มขอบคุณโปรยให้กับเหล่าผู้ชมทั้งหลาย ก่อนจะรวบพื้นผ้าหลวมคล้ายจะหลุดได้ทุกเมื่อขึ้นแนบตัวปกปิดเรือนร่าง แล้วถอยหลังกลับไปยังพื้นหลังเวทีอย่างงดงาม

 

            การแสดงเมื่อกี้ไม่เลวเลย นายว่าไหม ? คุโรงาเนะ เป็นเสียงของนักรบหนุ่มนาม ยูดา คุโรงาเนะมองอาการผู้เป็นเพื่อนที่ยังคงตบมือไม่หยุด พลางถอนหายใจ

 

             ข้าไม่สนผู้ชายที่ทำตัวอ่อนแอเหมือนผู้หญิง ! ” ไม่พูดเปล่า ยังผุดลุกขึ้นกระแทกเงินจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ! เรียกให้คนโดยรอบหันมามอง หากต้องหันกลับไปโดยพลัน เมื่อไม่หาญกล้าพอที่จะสบกับนัยน์ตาคมที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างให้มอดม้วยไป กระนั้นดูเหมือนผู้ที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดกลับวางตัวได้สงบนิ่งเกินคาด ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงยกแก้วเหล้าทรงสูงขึ้นจิบ คล้ายกับไม่เคยมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นมาก่อน เสร็จจึงวางแก้วใสๆ ลงบนโต๊ะ แสร้งเป็นถอนหายใจออกมาก่อนเอ่ย

 

            งั้นฉันจะทำ ตามที่นายต้องการ ระหว่างนั้นออกไปรอฉันข้างนอกก่อนล่ะกันว่าแล้วก็รวบเงินจำนวนไม่น้อยนั้นขึ้น เดินตรงไปยังที่ที่เขาคิดว่าจะเป็นสถานที่แต่งตัวของเหล่านักแสดง คนผมดำสบถออกมาเล็กน้อยก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นซดจนหมดแล้วเดินออกไป รอข้างนอกอย่างที่คนสนิทของตนต้องการ

 

                        อากาศยามค่ำคืนของเมืองแห่งนักรบนี้ หากจะพูดว่าหนาวก็คงไม่เข้าเค้านัก จริงอยู่ที่อาณาจักรแห่งนี้เป็นอาณาจักรเล็กๆ ติดกับท้องทะเลมหาสมุทรกว้างใหญ่ อาจมีลมทะเลบ้างหากแต่เพราะอุณหภูมิแห่งคิมหันต์ ทำให้ลมที่พัดผ่านมานั้นไม่ได้สร้างความหนาวเหน็บให้เกิดแก่ผู้คนในแผ่นดินนัก คุโรงาเนะค่อยๆ เดินออกจากร้าน มองซ้ายมองขวาหาที่ยืนพักปลีกวิเวกครู่หนึ่ง จนสบไปเห็นมุมมืดหน้าช่องแคบระหว่างอาคาร หมายหมั่นเอาไว้ว่าจะยืนรอสหายของตนตรงบริเวณดังกล่าว หากแต่หูของเขากลับบังเอิญรับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังมุ่งตรงเข้ามาจากช่องทางนั้น

 

            กริ้ง

                        เรียกให้เขากระชับดาบข้างเอวอันซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อคลุมสีดำสนิทยาวปกปิดเรือนร่างกำยำขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงคล้ายกระดิ่งดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่มากนัก นัยน์ตาสีแดงสดเริ่มทำตามหน้าที่สอดส่องหาสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในตรอกซอยอันมืดมิดนั้น

 

            กริ้ง

 

                        เสียงนั้นดังขึ้นอีกแล้ว ... คล้ายกับจะเป็นพยานบ่งบอกว่า เมื่อครู่เขาไม่ได้หูฝาดไป พร้อมกันนั้นเสียงฝีเท้าของคนหลายๆ คนก็ค่อยๆ ดังเล็ดรอดออกจากตรอกซอยที่ว่า เร็วเท่าความคิด นักรบหนุ่มแนบตัวลงชิดกับกำแพงด้านหน้าของทางแคบๆ ที่ว่า

 

                        พลันเสียงกระดิ่งกับเสียงลมหายใจเหน็ดเหนื่อยล่องลอยเข้าสู่โสตประสาท และเหมือนจะทวีความดังมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อต้นเหตุของเสียงเริ่มใกล้เข้ามา เปลือกตาหนาก็ค่อยๆ ปิดลง ปลดปล่อยให้ประสาทสัมผัสทางการได้ยินได้มีโอกาสทำงานอย่างเต็มที่

 

                        เสียงนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และ ....

 

            พรึ่บ !

            อ๊ะ ! ” เสียงใสๆ ทว่าไม่แหลมเล็ก หากทุ้มไม่มากอุทานดังขึ้นก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะถูกปิดด้วยมือปริศนา เรือนร่างเล็ก ๆ ถูกรวบเข้ามาอยู่ภายในเสื้อคลุมยาวกรุยกร่ายของชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็ว เจ้าของเสียงใสพยายามออกแรงดิ้นหนีวงแขนแกร่ง หากแต่ทันทีที่ข้างนอกผ้าคลุมสีดำสนิทมีเสียงเอะอะโวยวาย ร่างทั้งร่างก็พลันแข็งทื่อ

 

            นี่ ! นายเห็นผู้ชายผมทองสวยๆ วิ่งออกมาจากซอยนี้หรือเปล่า !? ”

 

                        ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าคนถามนั้นหมายถึงใครนอกจากตัวของเขาเอง ร่างผอมบางพลันเคลื่อนตัวเข้าไปประชิดกับแผ่นอกกว้างมากขึ้น เหงื่อกาฬไหลรินด้วยความหวาดกลัว สัมผัสของมือเล็กๆ ที่แตะเข้าที่แขนแกร่งภายใต้เสื้อคลุมนั้นคล้ายจะส่งบอกถ่ายทอดข้อความทุกอย่าง คุโรงาเนะนิ่งไปครู่ ก่อนจะใช้มือข้างที่ว่างชี้ไปที่ซอยเล็กๆ ทางด้านขวาของตนเอง

 

            ขอบคุณมาก ! เฮ้ย !! มันไปทางนั้นรีบไปตามมันกลับมาเร็ว ! ” พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนหลายๆ คนที่ดังขึ้น แล้วค่อยๆ เบาจางหายไป เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้ว มือหนาก็ละออกจากริมฝีปากบาง บังคับพลักให้คนตัวเล็กเดินเข้าไปที่ทางแคบเล็กๆ อีกทางหนึ่งหวังไม่ให้เป็นจุดสนใจมากนักก่อนจะเปิดเสื้อคลุมให้คนที่ซ่อนตัวอยู่ออกมา

 

            เป็นโชคดีของเจ้าที่คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ทำให้เขาไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีคนแอบอยู่ในเสื้อคลุมของข้าพูดขัดขึ้นตัดบทคนที่เพิ่งรอดจากการจับกุม คนผมทองค่อยๆ หันหน้ากลับมา เป็นจังหวะที่นัยน์ตาสีฟ้าหมองเศร้าได้มีโอกาสสบกับนัยน์ตาสีแดงแข็งกร้าว

 

                        เจ้าผู้ชายอ่อนแอบนฟลอร์เมื่อกี้ !!!

            เออ...เจ้าคนอ่อนแอที่ว่าเลือกที่จะเป็นคนทำลายความเงียบก่อน เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่เขาเห็นว่ามือขวาของคนตรงหน้ากำลังยึดสายเสื้อด้านซ้ายซึ่งขาดอยู่ เห็นจากสภาพและการหนีออกมาจากร้านอย่างนั้น เขาก็พอเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนตรงหน้านี้ได้ทันที

 

                        คงหนีมาจากพวกมากตัณหา

            บ้านของเจ้าอยู่ที่ไหน ผมสีทอง คงเป็นชาวต่างชาติสิน่ะ ? ”

 

                        เงียบ ... ไร้ซึ่งเสียงตอบจากคนตัวเล็ก คุโรงาเนะยกมือขึ้นเกาหัวของตนเอง สงสัยถูกหลอกมาขาย อย่าว่าแต่จะพูดเลย ฟังเขาออกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

 

            เซนต์… ” สิ้นเสียง คนร่างสูงก็ชะงักนิ่งไป นัยน์ตาคมหรี่ลงนิดหนึ่งคล้ายกับจะใช้ความคิด ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะคลี่ยิ้มออกมาที่มุมปาก

 

            อาณาจักรเซนต์งั้นหรอ ... งั้นถ้าจะไปก็คงต้องไปทางเรือสิน่ะ

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                        เป็นเพราะอยู่ในเขตย่านท่องเที่ยวยามราตรี ทำให้มีแสงสีส้มทองจากโคมไฟส่องมอบความสว่างไปทุกที่ทั่วสารทิศ คนต่างชาติยิ้มกว้างยามที่นัยน์ตาสีฟ้าข้างเดียวสบไปมองเห็นแสงสีสวยงามจับตาของร้านค้าต่างๆ เรียกร้องเชิญชวนให้ก้าวเข้าไปหา เป็นเดือดเป็นร้อนให้ผู้ปกครองจำเป็นหนุ่มนามคุโรงาเนะต้องรีบไล่ตามจับคนตัวเล็กที่ทำท่าจะเข้าไปในร้านคลับ บาร์อันตรายต่างๆ ซึ่งมีการแสดงในรูปแบบคล้ายคลึงกับที่คนผมทองเพิ่งแสดงมาเมื่อครู่ นักรบหนุ่มถอนหายใจออกมาดังเฮือก ทั้งๆ ที่หมายหมั่นเอาไว้ว่าจะใช้ทางลัดผ่านไปที่ท่าเรือ แผนพวกนั้นกลับเป็นอันต้องตกไป เมื่อคนที่มากับเขาส่งสายตาเร้าๆ ขอร้องให้เขาพามาเยี่ยมชมแสงสีในแหล่งท่องเที่ยวที่บังเอิญเดินผ่านมา เสียเวลาหนักกว่าเก่า มือสากพลันถูกใช้ให้ยกขึ้นขยี้กลุ่มผมดำของตนเองอย่างขัดใจ เป็นจังหวะเดียวกันที่คนร่างบางหันกลับมามองด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย

 

เออ...อาจจะด้วยความที่ไม่รู้ภาษา ทำให้เสียงเล็กๆ มีโอกาสหลุดจากลำคอระหงเพียงแค่นั้น ฟากฟ้าสีครามส่อแววเศร้า ก่อนจะคลี่ยิ้มบางคล้ายกับนึกอะไรขึ้นมาดีๆ ได้ ใช้นิ้วชี้ไปที่ตนเองทันใดพลางเอ่ย ไฟย์

                       

                        ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เช่นนั้น ราวกับต้องการให้ชื่อนี้ประทับอยู่ในหัวของนักรบหนุ่มไปชั่วกาลนาน ก่อนที่นิ้วเรียวยาวนั้นจะกลับมาชี้ที่เจ้าของนัยน์ตาสีแดงสด

 

คุโรงาเนะคนถูกถามด้วยอวัจนภาษาเอ่ยตอบ พลันต้องขมวดคิ้วยามที่อีกฝ่ายลองเรียกชื่อของเขาด้วยสำเนียงแปล่งๆ

 

คุโรริ้น ? ”

 

คุ โร งา เนะอารมณ์เดือดปุด ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าการที่พูดคนละภาษานั้นมันจะทำให้เสียงเพี้ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรอ ... ?

 

            แล้วชายหนุ่มก็ใช้เวลาอยู่ตรงนั้นอีกนานแสนนานเพื่อฝึกชาวต่างชาติร่างเล็กตรงหน้าออกเสียง กว่าจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายจงใจเรียกชื่อเขาด้วยชื่อประหลาดๆ ก็นับว่านานโข จนไม่รู้ว่าเขาหรืออีกฝ่ายกันแน่ที่บ้า

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

            ท้ายที่สุดเขาทั้งคู่ก็เดินมาจนถึงท่าเรือจนได้หลังจากที่เสียเวลาไปกับการโวยวายฝ่ายเดียวของผู้นำทางที่ไม่พอใจกับเหล่าชื่อใหม่ของตนเองซึ่งจะมีใครเป็นคนตั้งไม่ได้หากมิใช่ชายหนุ่มร่างบางเจ้าของชื่อ ไฟย์ใบหน้าของนักเต้นรำเก่ามาถึงตอนนี้ดูสดใสกว่าแต่ก่อนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่นัยน์ตาสีฟ้าใสสะท้อนเงาของชายหนุ่มเจ้าของร่างกายกำยำและภาพท้องทะเลกว้างใหญ่เวิ้งว้างที่แม้จะดูลึกลับ น่าสะพรึงกลัว ด้วยความมืดที่โรยรา ตัวคนผมทองยาวประบ่ากลับไม่มีท่าทีแสดงถึงความตื่นกลัวนั้นเลย

 

            ไฟย์มอบรอยยิ้มหวานให้กับคนข้างเคียง อาการลิงโลดเมื่อได้รับรู้ว่าตนจะได้กลับ บ้านของตัวเองมีมากทบเท่าทวี มือผอมบางพลันจับเข้าที่ลำแขนแกร่ง พยายามเร่งให้คนร่างสูงเดินไปยังจุดที่คิดว่าน่าจะเป็นทางขึ้นเรือ หากแต่เจ้าตัวกลับยื้อไว้ ไม่ยอมเคลื่อนตัวไปโดยง่าย แล้วหยิบยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้แทน

 

ข้าไม่คิดจะไปส่งเจ้าถึงเมืองหรอก โน้น ! ” ไม่ว่าเปล่ายังชี้ไปที่เรือพ่อค้าลำหนึ่งที่อยู่จอดอยู่ริมสุดของท่าเรือ เรือลำนั้นเป็นเรือของอาณาจักรของเจ้า ไปซะแล้วก็เลื่อนมือออกจากการเกาะกุมของคนร่างเล็ก เท้าเอวมองชาวต่างชาติหลงทางตรงหน้า พลางพยักเพยิดให้อีกฝ่ายเดินจากไป

 

            หากแต่ก่อนที่เท้าเรียวจะได้มีโอกาสก้าวเดิน จู่ๆ กลุ่มคนจำนวนมากซึ่งดักซุ่มอยู่เป็นเวลานานก็ปรากฏกายขึ้นล้อมรอบร่างของคนทั้งสอง เรือนร่างเล็กๆ สะดุ้งเฮือก ตกใจมากเสียจนเผลอยึดลำแขนแกร่งเอาไว้แน่นอีกครั้ง

 

            เกิดเสียงสบถขึ้นในลำคอของคนตัวสูง คุโรงาเนะใช้สายตาตรวจตราลักษณะของกลุ่มคนแปลกหน้าซึ่งต่างก็สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์คล้ายกับคนออกทะเล มุมปากหนาพลันยักขึ้นก่อนเอ่ย

 

พวกโจรสลัดงั้นหรอ... อย่างที่คิดเอาไว้เลย

 

            ควับ !!!!!!!

            แล้วร่างเล็กๆ ของนักเต้นรำหนุ่มก็ถูกรวบเข้าหาตัว มือหนารวบแขนบางทั้งสองเอาไว้แน่น ขณะที่มืออีกข้างชักดาบออกมาจ่อเข้าที่ลำคอขาว ไฟย์หน้าซีด ยามที่เสียงกร้าวของคนด้านหลังดังขึ้น

 

ถ้าไม่อยากให้พวกของเจ้าตาย พาข้าไปที่เรือของเจ้าเดี๋ยวนี้ !!!

 

...............

 

...TBC.... ====================================================    

เห็นมีคนทวงเลยเอามาลงค่ะ ^_^

หนึ่งในฟิคที่ mummy รักมาก (แต่ยังแต่งไม่จบ = = ) อยากจะบอกว่าดองเรื่องนี้มาก็... ค่อนข้างนาน... ถึงนานมาก ^_^

เห็นมีคนทวงเลยคิดว่าน่าจะถึงเวลาแต่งต่อสักที = ="

แต่คิดว่าคงไม่ได้แต่งในเร็วๆ นี้แน่ๆ อะคะ ขอให้ผ่านช่วงสอบหฤโหดนี้ไปก่อน = = ระหว่างนี้ mummy จะถยอยๆ ลงฟิครื้อฟื้นความจำของคนที่เคยอ่าน แล้วก็ผู้ที่สนใจนะคะ ^_^ 

edit : ลืมบอกไปค่ะ ในฟิคเรื่องนี้นอกจะจะมีตัวละครจากเรื่องสึบาสะ ยังมีตัวละครจากเรื่องอื่นมาเป็นตัวประกอบด้วยนะคะ ^^ เท่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็คือเซนต์บีส แล้วก็ tales of destiny จริงๆ ก็แอบอยากจะยัดบทของมี่มิวไปด้วย = = แต่อย่างที่บอกค่ะ ฟิคนี้แต่งเมื่อนานมาแล้ว พล๊อตคิดเรียบร้อยแล้ว แล้วเรื่องก็เดินไป 3 ใน 4 - - หาบทยัดให้มี่กับมิวยาก ... (แต่ไม่เกินความสามารถหรอกมั้ง ... หึหึ)  เอาเป็นว่าสำหรับแฟนๆ มี่มิว = = อย่าเพิ่งหวังอะไรเลยดีกว่าคะ = =

 

โซนตอบเม้นท์ค่ะ 

 

>>  มูนซัง >< ช่วงนี้ยุ่งๆเหมือนกันเลยค่ะ แต่ก็ยังแอบแว่บมาลงฟิคอยู่ได้ (ฮา) พรุ่งนี้ mummy ก็มีสอบค่ะ = = คิดว่าถ้าลงฟิคเสร็จแล้วจะรีบไปอ่านหนังสือ T_T ช่วงเสาร์ อาทิตย์ไม่ยอมอ่าน = = ต้องรอไฟล้นก่อนสินา... ส่วนเรื่องฟืคมี่มิว ? มูนซังพล๊อตไว้แต่ไม่วาย ? แล้วมันมี่มิวยังไงหรอคะ O[]O หรือว่าคามิวเป็นผู้หญิง >< ถ้าถึงขั้นนั้น mummy ก็อ่านได้ค่ะ แต่ขอคามิวซึนๆ เท่ๆ ก็พอ~ (ประมาณว่าถึงตัวเป็นหญิง แต่ไม่ลืมความชาย~ (ฮา)) => ขอมากไปไหมค่ะเนี่ย = = ส่วนเรื่องภาพวาด >< อยากจะบอกว่าน่าเสียดายค่ะ mummy ลงเป็นแต่สีไม้ = = สีน้ำ สีในคอม ลงไม่เป็นเลย กะจะไปหาเรียนหรือหาสมุดมาอ่านเหมือนกันค่ะ (ถ้าว่าง ^^) แอบดีใจนะคะเนี่ยที่มีคนชมว่าน่ารัก ><

 

>> suigintou อ่า... dvd เซย่า... เออ... จริงๆ ก็ออกเท่าที่ dex ออกอะค่ะ ^_^" นอกนี้ก็ไม่มีเหมือนกัน = = ส่วนเรื่องฟิคอืมมม ส่วนตัว mummy แอบอยากแต่งให้มันเศร้ากว่านี้คะ = = แต่... ทำไม่ได้... แป๊ว..... เอาวะ... ไปลุ้นคู่อื่นละกัน  

 

>>~ShinYeCHi~  ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ ^^

 

>> คุณเด็กใหม่ >< ขอโทษค่ะที่ทำให้รอ (และยังดูเหมือนต้องรอต่อไป = = ) ไม่คิดว่าจะมีคนมาท้วงถึง blog นะคะเนี่ย (ฮา) แต่แอบดีใจค่ะ ^_^ เพราะส่วนหนึ่งที่เลิกลง เพราะมีเรื่องท้อหลายๆ เรื่อง มีคนทวงแบบนี้เหมือนเป็นการกระตุ้นตัวเองว่า ต้องแต่งต่อให้ได้ค่ะ >< อยากจะบอกว่าไม่รำคาญเลย ออกจะดีใจด้วยซ้ำ ^^ คาดว่าถ้าปิดเทอมคงมีเวลามาปั่น เพราะเท่าที่ดูเรื่องนกสีฟ้า (ขอเรียกแบบนี้นะคะ) เดินมาได้ก็ 3ส่วน4 แล้ว กะปั้นให้จบเหมือนกันคะ ><