fiction

[Fic Saint Seiya (LC)] Unforgetable Memory

posted on 04 Nov 2009 00:56 by mini-mummy  in fiction

[Fic Saint Seiya (LC)] Unforgetable Memory 
Pairing: Gemini Asphos X Gemini Defteros
Authors: mini_mummy_noel

Warning : Spoil Saint Seiya (Lost Canvas) ตอนที่ 156

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

ฉันจะอยู่กับนายตลอดไป...

 

            ครืน ...

 

                        เสียงคำรามจากปากป่องภูเขาไฟค่อยๆ ดังก้อง แผดเสียงไปให้ได้ยินไปทั่วเกาะเล็กๆ ... พร้อมกันนั้น เปลวไฟร้อนระอุก็ได้โพยพุ่งขึ้น ก่อเกิดเป็นลำแสงสีเพลิงร่ายรำอยู่บนบริเวณปากภูเขาไฟ

 

                        สิ่งที่ทำให้มิสามารถดับความรู้สึกของตนเอาไว้ได้ ...

 

            เงียบนะ !! เกาะคาน่อน !!! ” ทำได้แค่เพียงเปล่งเสียงตะโกนข่มเกาะทั้งเกาะเอาไว้ ... ทว่า แม้อำนาจของเขาจะสามารถจัดการกับการปะทุของลาวา ... จิตใจของเขาก็ไม่แม้แต่จะสงบลง

 

                        ...นัยน์ตาสีทะเลมรกตหม่นแสงแล้ว...

 

                        เหม่อมองภาพกองหินสูงชัน กับสายธารน้ำตกลาวา ชายผู้เป็นเจ้าของร่างสูงโปร่งทำได้เพียงทรุดตัวนั่งลงกับพื้น เอนกายพิงกับโขดหิน ... ไม่สนใจอีกแล้วกับเส้นผมฟ้าอมเขียวที่ใครคนหนึ่งเมื่อนานมาแล้วเคยบอกว่าชอบนักหนา จะเปื้อนฝุ่นหรืออะไร ...

 

                        ก็คนๆ นั้น ... ไม่อยู่อีกต่อไป ...

 

                        ... ไม่มีวันได้พบกันอีก ... ตลอดกาล ...

 

                        หากมือของเขายังคงอบอุ่น ... มือที่เปรอะเปื้อนด้วยเลือดของชายที่ไม่คิดว่าตนจะเป็นผู้สังหาร ...

 

                        หากรู้ว่าสักวันหนึ่งจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ... นายช่วยฆ่าฉันให้ตายไปก่อนเลยได้ไหม ?

 

            นั้นนายเป็นอะไรนะ เดฟเทลอส ? ’

 

                        เพราะน้ำเสียงทุ้มนุ่มเต็มไปด้วยความอ่อนโยนยังคงหลอกหลอน ... ทั้งโครงหน้าที่มิอาจลืม เดฟเทลอสใช้มือของตนปิดหูทั้งสองข้าง ใบหน้าหมองเศร้าสะบัดไปมาปรารถนาให้ภาพที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสายจางหายไป ทว่า ทั้งๆ ทีเป็นอย่างนั้น แล้วทำไมหัวใจของเขากลับยังจำ ...

 

                        ไม่เพียงแค่รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะนุ่มนวล ...

                        ไม่เพียงนัยน์ตาสีโฮป์ เพชรแห่งความหวังอันงดงาม ...

                        ทว่า ... กลับไปถึงทุกสัมผัสปลอบโยนที่เขาได้รับ ... จากคนที่สำคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียว

 

            ฉันจะอยู่กับนายตลอดไป

 

                        อย่ามาให้ความหวัง ... กับสิ่งที่มันไม่มีวันเป็นจริง

                       

                        อย่าทำให้ฉัน ... ต้องอยู่ไม่ได้ ... เมื่อขาดนาย ...

 

                        ... ได้ไหม อัสพรอส ...

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

                        ความรู้สึกที่เกิดขึ้นแล้ว ... มิอาจลบเลือนออกไปจากใจได้โดยง่าย

 

                        เช่นเดียวกับความรัก ... หากเกิดขึ้นในใจของเซนต์ มีหรือ ... ที่มันจะจางหายไป ...

 

            “ 38.5 องศา ... นี้นายไปดูฉันฝึกซ้อมอีกแล้วใช่ไหม เดฟเทลอส ! ” น้ำเสียงน่ารำคาญในห้วงแห่งความคิดคำนึงดังขึ้น ก่อนที่คนฟังจะถึงกับหน้าเบ้ คร้านเกินจะต่อความ ช่วงนี้เข้าฤดูหนาวแล้ว ลมที่นี้มันเย็นจะตาย ! ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรอ ว่าให้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ! ” ไม่เพียงเท่านั้น คนพูดยังใช้แรงของตนกดร่างที่สูงเท่าๆ กันแต่ดูเปราะบางกว่าให้ล้มลงไปนอนพักกับเตียงหินที่บัดนี้เต็มไปด้วยผ้านวมหนาอุ่นเท่าที่เด็กน้อยอย่างพวกเขาจะสามารถหาได้ ถ้าฉันจับได้ว่าพรุ่งนี้นายยังลากสังขารไปดูฉัน ทั้งที่ยังเป็นหวัดละก็ อย่าหาว่าฉันโหดเด็ดขาด ! ”

 

                        เพราะคนป่วย เป็นไข้นานมากว่าสัปดาห์แล้ว ทั้งๆ ที่ปกติเซนต์อย่างพวกเขาค่อนข้างจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ... แม้เดฟเทลอสจะไม่ได้เข้ารับการฝึกฝนอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อไรที่กลับจากการฝึกซ้อม เขา... อัสพรอสผู้เป็นพี่ ก็มักจะนำบทเรียนที่ได้รับมาในแต่ละวันมาฝึกซ้อมให้คนที่หมดโอกาสคนนี้ด้วย

 

            กระนั้นสำหรับเด็กที่ไม่ได้รับสิทธิ์แม้แต่จะไปดูผู้เป็นพี่ฝึกซ้อม เมื่อได้ฟังคำที่คล้ายจะปฏิเสธ ความคิดแรกที่คิดจะไปเอ่ยปากต่อความใดก็พังทลายลง เด็กหนุ่มโต้กลับไปด้วยเสียงแหบแห้ง ถ้าไม่อยากให้เงาอย่างฉันไปดูนาย ! ก็พูดกันมาตรงๆ เลยดีกว่า !! ” ด้วยความรู้สึกที่เสียไป ... เดฟเทลอสยอมรับว่าตนรู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินใจของเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าเหมือนกับเขาทุกกระเบียดนิ้วในครั้งนี้ โดยไม่รอคำทันท้านหรือคำแก้ตัวใด ร่างโปร่งก็พลิกตัวนอนหันหลังให้กับคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง นายอยากไปไหนก็ไป ! อยากให้ฉันอยู่นี่ฉันก็จะอยู่ ตามใจนาย! ”

 

            แลได้รับเสียงทอดถอนหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนตอบกลับมา ก่อนจะตามด้วยคำว่าเล็กๆ ที่พาให้อารมณ์พุ่งสูง เด็กขี้น้อยใจ

 

            แก !! ” หันควับโดยพลัน ทว่าก่อนที่จะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใด ริมฝีปากซีดเซียวเพราะเป็นหวัดก็ถูกครอบครอง...

 

                        ก่อเกิดเป็นจุมพิตหวาน ... แผ่วเบา ... เพราะไม่ล่วงล้ำอะไรมากเกินไปกว่านั้น

 

            ครั้นร่างสูงผละออกมา เขาก็รีบเอ่ยต่อทันที อย่าทำให้เป็นห่วงสิ ฉันมีนายคนเดียวนะ เดฟเทลอส

 

                        หากคำพูดแรกๆ จะทำให้เขารู้สึกโกรธ ทว่า... เขาก็ไม่อาจโกหกได้เลย ... ว่าคำพูดท้ายประโยคนั้นสั่นคลอนจิตใจของเขาได้มากแค่ไหน

 

                        ... เพราะเรามีกันเพียงสองคน ...  

 

            คล้ายกับเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ... ใบหน้าที่ถูกคลุมทับด้วยหน้ากากเหล็กเพราะต้องปิดบังใบหน้าถึงกับเบือนหน้าหนี คราวนี้ไม่ใช่เพราะอะไรนอกจากเขินอาย ยิ่งฝาแฝดผู้พี่พูดหวานเอาใจ พร้อมกับใช้มือสากช่วยถอดสิ่งที่ปิดบังใบหน้าให้ มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่กล้ามองหน้าคนที่เขาเพิ่งพูดจาไม่ดี ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายเป็นคนอ่อนโยนถึงเพียงนี้ สัญญา ว่าถ้านายหายหวัดรอบนี้ ฉันจะยอมทำตามใจนายทุกอย่างเลยเดฟเทลอส

 

                        ก่อนที่มืออุ่นจะตามมา ... ลูบศรีษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีทะเลมรกตซึ่งบัดนี้ยาวเคลี่ยบ่า ...

 

                        ... สี ... ที่อัสพรอสชอบนักหนา ...

 

            ผม... เริ่มยาวแล้วนะอาจเป็นเพราะรู้ว่าคนเป็นน้องรู้สึกกระอักกระอวนกับบรรยากาศหวานละมุน คนเป็นพี่จึงเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปซะเฉยๆ ... สิ่งนี้พอจะเรียกความกล้าให้เกิดขึ้นในใจของร่างโปร่งได้ นัยน์ตาสีเดียวกับผมเสไปทางมือที่จับเส้นผมของตน ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงออกปากถามออกไป

 

            อืม ตัดดีไหม ? ”

 

            ไม่ต้องหรอกตอบแทบจะในทันทีที่เดฟเทลอสเอ่ยปากถามออกไป ไว้ยาวดีแล้ว

           

            มันน่ารำคาญตอนฝึกซ้อมกับนายคนอยากผมสั้นบ่นอุบ ก่อนจะหันไปใช้มือของตนจับปลายผมอีกข้างด้วยท่าทีที่เหมือนกับเด็กเวลาถูกขัดใจ กระนั้นคนเป็นพี่กลับยิ้ม

 

            ยาวแล้วดูดีกว่า เอ่ยออกไปหลังจากที่ได้โน้มใบหน้าลงไปข้างหูเรียว เดฟเทลอสถึงกับตะปบปิดหูข้างนั้นของตน ดีแค่ไหนที่คนผิวขาวกว่าหลบทัน ใบหน้าของคนเป็นน้องแดงเรื่อจนเห็นสีชัดบนใบหน้าเลยทีเดียว

 

            อัสพรอส !!! ” ตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายก้อง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่ของเขาจะทำที่ดู... เออ... แบบนี้ อยากไปไหนก็ไปเลย ไป!!! 

 

            ไม่ไปแล้วไม่พูดเปล่า ยังใช้มือลากเก้าอี้มานั่งอยู่ข้างเตียง คนผิวคล้ำพลันรู้สึกปวดหัวหนึบ

 

            วันนี้ตอนบ่ายนายมีฝึกอีกไม่ใช่หรอ !? ”

 

 

            โดยไม่ฟังเสียงโวยวายของคนที่นอนอยู่บนเตียง คนที่ควรจะออกไปฝึกปรือฝีมือเพื่อเตรียมตัวการเป็นโกลด์เซนต์กลับเลือกที่จะเอื้อมมือไปหยิบผ้าชุบน้ำในกะละมังที่ตั้งไว้บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาบิดหมาดๆ ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนเท่าไรนัก โดด

 

            เฮ้ย !!! ” แทบจะลุกพรวดขึ้นมาทันที

 

            ฉันอยากเป็นเซนต์เพราะอยากปกป้องนายนะ เป็นแบบนี้แล้ว คิดว่าฉันจะทิ้งนายที่ไข้ขึ้นสูงไปหรอ ? ” ขัดขึ้นมาก่อนที่คนขี้โวยวายจะมีเวลาว่าความ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังจัดแจงนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามใบหน้าและลำคอให้คนไม่สบาย หลังจากที่ใช้แรงกดบ่าของอีกฝ่ายให้นอนลงเป็นรอบที่สอง ฉันอยู่นี้แหละดีแล้ว นายจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงฉัน จนต้องแอบไปดูที่ลานฝึกด้วย

 

            สิ้นเสียง นัยน์ตาสีสวยก็เบิกโพลง เขาครางออกไปอย่างไม่เชื่อว่า “ … นายรู้

 

            คนรู้ดีเพียงแค่ยักไหล่นิดๆ ก่อนใช้หลังมือข้างที่ว่างจากการเช็ดตัวไปวัดอุณหภูมิตรงคอของอีกฝ่าย ไข้นายสูงมาก ต้องรีบหาทางลดไข้ก่อนที่ร่างกายนายจะรับไม่ไหว ... โทษทีนะ ตอนแรกฉันคิดว่าจะให้นายนอนพักเลย แต่แบบนี้ ฉันคงต้องขอถอดเสื้อเช็ดตัวให้นายก่อน...

 

            ฉันเช็ดเองได้ ! ” โวยลั่นพร้อมกับยึดมือที่ทำท่าจะถกผ้านวมที่คลุมตัวเขาไว้อยู่ราวกับมันเป็นของสำลักสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตที่ขาดไปไม่ได้ กระนั้น ... คนที่ร่างกายอ่อนปวกเปียกเพราะพิษไข้ มีหรือที่จะเอาชนะคนที่เป็นปกติดี

 

                        สำหรับอัสพรอส ... เดฟเลทอสในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กทารกเลยสักนิด

 

                        ออกแรงเพียงนิดผ้าห่มที่คลุมร่างโปร่งก็ถูกดึงร่นลงมากองกับพื้นที่บริเวณปลายเตียง โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้โอกาสยื่นมือไปคว้า ตัวเก็งตำแหน่งเจมินี่เซนต์ก็ลุกขึ้นมานั่งคั่นกลางระหว่างกองผ้ากับร่างโปร่ง เด็กหนุ่มร่างสูงยิ้ม

 

            อย่าดื้อสิเดฟเทลอส ตอนเด็กๆ ฉันก็เช็ดตัวให้นายออกบ่อย อย่าอายไปเลยนา

 

                        ใครเค้าจะหน้าหนาอย่างนายกันละ !!!

                        คนเป็นน้องได้แต่ขบคิดอยู่ในใจ

 

            อย่าให้ฉันพูดเป็นรอบที่สามนะ ฉันเช็ดเองได้ แทบจะได้เรียกได้ว่าพูดรอดไรฟันกันเลยทีเดียว มืออ่อนแรงพยายามที่จะยึดมือทั้งสองที่พยายามจะเข้ามาปลดเสื้อให้แก่เขา ความพยายามซึ่งดูเหมือนจะไร้ค่าแทบจะทำให้คนถูกขู่แทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่

 

            อ๊ะ นั้น ! ” ชี้นิ้วไปทางหน้าต่าง ได้ผลทันควัน เพราะบัดนี้ใบหน้าสีเข้มได้เสไปตามทาง พร้อมกับได้ลดการ์ดของตนลง

 

            กว่าจะรู้ว่าตัวเองถูกหลอก ... มันก็ช้าเกินไปแล้ว ด้วยหลังจากที่เขาหันไป อีกฝ่ายก็ดึงเสื้อของเขาออกทางหัวอย่างรวดเร็ว อัสพรอส !!! ”

 

            คร๊าบ คร๊าบ ฉันยังจำชื่อของตัวเองได้อยู่ ไม่ต้องหมั่นเรียกขนาดนั้นก็ได้ ติดจะกวนโทสะ กระนั้นคนพูดก็ไม่คิดที่จะใช้เวลาสนใจสายตาอาฆาตมุ่งร้ายเท่าใดนัก สิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้คงมีเพียงการเช็ดตัวให้กับร่างร้อนผ่าวที่อยู่ตรงหน้า เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดวางลงไปที่แผ่นอกสีแทน ร่างโปร่งก็สั่นนิดๆ จนอัสพรอสต้องหันไปหยิบผ้าห่มผืนบางมาคลุมบ่าให้ ก่อนจะไปให้ความสนใจกับการเช็ดตัวต่อ ไม่สนอะไรอีก

 

                        แน่นอนว่าคนถูกกระทำยังคงโวยวายอยู่ หากน้อยลง เมื่อพบว่าตนเองทำอย่างไรก็สู้ผู้เป็นพี่ไม่ได้ ได้เพียงนั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ภายในใจ ปฏิญาณต่อตนเองเสียเดียวนั้นว่าต่อไปนี้ตนจะหัดกำลังกายให้มากขึ้น

 

            ครั้นเช็ดร่างกายท่อนบนเสร็จ คนเฝ้าไข้ก็ไม่ลืมที่จะวกกลับไปเช็ดลดความร้อนตามใบหน้าและลำคอ ก่อนจะยื่นผ้าให้แต่โดยดีในตอนสุดท้าย เด็กหนุ่มลุกขึ้น ออกจากเตียง เดียวฉันจะไปหยิบเสื้อมาให้นายเปลี่ยน ระหว่างนี้ นายเช็ดต้นขาของนายไปก่อนละกัน

 

            ไอ้พี่บ้า !!! ” ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบรรยายใบหน้าของพี่ชายของเขาในตอนนี้ ... ทั้งรอยยิ้มสว่างไสว กับนัยน์ตาแสนซื่อ หากขัดกับมุมปากที่ยกอย่างนึกสนุกนั้น เขา... เขาไม่เคยคิดเลยว่าพี่ของเขาจะเป็นคนแบบนี้ ! “ อยากไปตายที่ไหนก็ไป !!! ไอ้บ้า !!! ”

 

            ฮ่า ฮ่า หัวเราะลั่นจนน้ำตาเล็ด มือสากเพราะโหมฝึกหนักยื่นมือลูบหัวของคนที่นั่งอยู่บนเตียงอีกครั้ง ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม ? เดียวฉันไปโจ๊กใส่ชามใสให้ กินก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเสื้อทีหลังละกัน

 

            ... ถ้าฉันบอกว่าไม่กินละ ลองถามดูหลังจากใช้มือปัดแขนคนที่ชอบทำตัวเหมือนเขาเป็นเด็ก แล้วก็ได้คำตอบพร้อมรอยยิ้มสดใสกลับมาเร็วเสียด้วย

 

            ฉันก็จะบังคับนาย แล้วก็ปิดประตูเดินออกไปห้องครัว ทิ้งให้คนที่อยู่ในห้องได้แต่ตะโกนโวยวายอยู่ในใจ

 

                        ให้ตายเถอะ ! ทำไมต้องมาพูดเรื่องเลวร้ายทั้งใบหน้ายิ้มแย้มแบบนี้ด้วยละ !!!

 

                        ถึงกับเผลอยกมือขึ้นกุมขมับของตนเอง ไอ้อาการปวดหัวที่ว่ามากแล้ว จะยิ่งมากขึ้นเพราะมาเจอคนแบบนี้เนี่ยแหละ

 

 

 

 

                        ใช้เวลาไม่มากนักสำหรับการเทโจ๊กที่แวะซื้อหลังจากฝึกช่วงเช้าลงชาม อัสพรอสอดรู้สึกโล่งใจไม่ได้ที่ระหว่างเขาทั้งสองเถียงกันอยู่นั้น โจ๊กที่ซื้อมาไม่ได้เย็นไปเสียก่อน... ก็โจ๊กเย็นชืดมันน่ากินเสียที่ไหนกันละ แถมกับคนที่ไม่สบายจนลิ้นแทบจะไม่รับรู้อะไรอยู่แล้ว อาหารเย็นๆ ยิ่งพาลทำให้รู้สึกแย่และไม่อยากอาหารมากกว่าเดิม

 

                        ถ้าเป็นเขายังพอว่า ด้วยความที่เขาค่อนข้างเป็นคนทานง่าย ไม่เรื่องมาก แต่ถ้าเป็นน้องของเขาแล้วละก็ ถ้าอาหารไม่ร้อน ไม่อร่อย ไม่ได้มาจากร้านเจ้าที่ชอบกินประจำ หรืออาหารที่เจ้าตัวเป็นคนทำแล้ว การง้างปากแล้วกรอกข้าวลงไปนั้นยากยิ่งกว่าการฝึกทรหดขององค์เคียวโกเซจิอีก

 

                        ... แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำไม่ได้หรอกนะ เด็กหนุ่มคิด พลางอดยิ้มกับตัวเองขึ้นมาไม่ได้

 

                        จัดแจงจานข้าว น้ำ และยาเสร็จ นักรบตัวน้อยที่วันนี้แปลงตัวมาเป็นนายแพทย์หนุ่มก็เดินกลับไปเข้าในห้อง ครั้นจะส่งเสียงเรียกคนไม่สบาย ก็พบว่า อีกฝ่ายได้หลับไปซะแล้ว ...

 

                        สงสัยจะเพลียมาก... ก็แน่ละ มีที่ไหน ไข้ตั้ง 38 องศา ยังจะตากลมไปดูเขาซ้อมช่วงเช้าอีก

 

                        อากาศก็เย็นแล้ว ยังไม่ดูแลรักษาตัวเอง ชอบทำให้เขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย

 

                        คิดไปก็ยิ้มไป ด้วยรู้ ... ที่น้องทำไปก็เพราะเป็นห่วงเขาเช่นกัน มั่นใจว่าถ้าหากสลับกันแล้ว เขาก็คงทำอย่างที่น้องชายของเขาทำอยู่ตอนนี้เป็นแน่

 

            ก็เรามีอยู่... กันสองคนนิเนอะ ได้เพียงเอ่ยพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปวางถาดที่ตนยกมาลงบนโต๊ะเดียวกับที่วางกะละมังเอาไว้ ... เป็นโต๊ะ ... เดียวกับที่วางกรอบรูปคู่ของเขาสองคน ...

 

                        มันไม่ใช่รูปเหมือน หรือรูปวาดจากจิตรกรชื่อดัง แต่เป็นรูป... ที่น่าจะเรียกได้ว่าแค่เอาสีมาขีดๆ เขียนๆ ป้ายไปป้ายมาเท่านั้น เดฟเทลอสเป็นคนวาดมันเมื่อยังเด็ก และเริ่มหัดเขียนหนังสือ

 

                        ทว่า แม้มันจะไม่ใช่ภาพที่สวยงาม ไม่อาจสู้ได้เลยกับภาพวาดที่ประดับตกแต่ง ณ ส่วนใดส่วนหนึ่งในแซงค์ทัวรี่ กระนั้นความรู้สึกที่เขาได้เห็นภาพนี้ ... ก็ไม่เคยเปลี่ยน

 

                        หัวข้อบนภาพนั้น ... ช่างให้ความรู้สึกตื้นตัน ... เหลือเกิน ...

 

ครอบครัวของผม

อัสพรอส เดฟเทลอส

แสงสว่างของผม

            นายประเมินค่าฉันดีเกินไปแล้ว เดฟเทลอส ได้เพียงส่ายหัวไปมาอย่างระอา ทั้งๆ ที่ยังยิ้มหากเป็นรอยยิ้มเศร้า ทั้งๆ ที่แสงสว่างของนายคนนี้ ไม่เคยช่วยอะไรนายได้เลยแท้ๆ

 

                        แสนอัดอั้น ... ความปรารถนา ... ที่ไม่เป็นจริง

 

            กระนั้น... เขาก็ไม่เคยมีความคิดที่จะตัดใจ เด็กหนุ่มเลื่อนใบหน้าลงไปมองดวงหน้าใสของผู้เป็นน้อง ... ใบหน้าที่ไม่ว่ามองเมื่อไร ... ก็ไม่เคยเบื่อ ... ใบหน้า ... ที่คล้ายคลึงกับเขา หากมีแวว ... ที่ต่างกัน แต่ว่า ไม่ต้องห่วงนะเดฟเทลอส ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น… ”

 

                        แล้วสายลมก็พัดปลิว ... กลบทุกสุรเสียงที่เกิดขึ้นภายในห้องเสียหมด ...

 

                        ก่อนที่... ริมฝีปากได้รูป จะประทับลงหน้าผากของคนที่เขาไม่เคยคิดว่าเป็นเงา ... ไม่อาจคิดเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อสำหรับเขาแล้ว ...

 

                        ...เดฟเทลอสต่างหากคือแสงสว่าง...

 

                        ...คนที่เปล่งประกายยิ่งกว่าใคร...

 

            หลับฝันดีนะ เดฟเทลอส

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

                        ในความฝัน... อัสพรอสยังคงอ่อนโยน... เหมือนเมื่อครั้งวันวาน

 

                        ทั้งใบหน้า ท่าทาง กริยา การกระทำ

 

                        หรือแม้กระทั้งเสียงกระซิบริมหู ก่อนจะเลื่อนมาจูบหน้าผากของเขา

 

            ฉันจะอยู่กับนายตลอดไป

 

                        หยาดน้ำใสไหลเอ่อแล้ว ... ไหลรินลงมากระทบกับพื้นหินอันร้อนระอุ

 

                        ... ณ ที่นี้ ... ไม่มีร่างของเจมินี่ อัสพรอส ...

 

                        ... ณ ที่นี้ ... ไม่มีร่างของพี่ของเขาที่แสนอ่อนโยน ...

 

                        ... ไม่มี ... อีกแล้ว ...

           

                        คงเหลือแต่เพียงเขา... ปีศาจผู้โดดเดี่ยว

                        คงเหลือแต่เพียงเขา... เขาเพียงคนเดียว กับลาวา ควันไฟ ก้อนหิน ดินทราย...

                       

                        กับภาพแห่งความทรงจำ ... ที่มิอาจลืม ...

 

End

=========================================================

 ไม่อยากเชื่อว่าจะแต่งทัน ... (จริงๆ )

โดยรังสีโมเอ้ของพี่เดฟเล่นงานคะ = ='' งานการไม่ทำ พีคถึงขนาดเข็นฟิคออกมาแก้เครียดหลังจากเจอมรสุม

ประกาศค่ะ ! ช่วงนี้คิดว่า mummy คงงดลงฟิคอันไม่เอื้อต่อบุคลากรผู้มีอายุน้อยกว่า 18 แต่ถ้ามีแต่งจะมาเขียนบอกใน blog แล้วส่งตามเมลล์ให้นะคะ

แต่งฟิคนี้เสร็จแล้วก็ขอโบกธงอัสเดฟอีก 1 ที (ฮา)

ถ้าอ่านแล้วรู้สึกชอบกันจะดีใจมากเลยคะ >< ยกพี่เดฟให้พี่อัสกันเถอะนะคะ >[]

(ส่วนมิตะ... แหม ... สวยเลือกได้อยู่แล้ว ไปหาเอาข้างนอกต่อนะคะ >< (เอวัง))

ปล. น้องซึยจัง พี่บอกแล้วพี่แต่งทัน (ฮา)

edit @ 4 Nov 2009 01:06:34 by mummy