[Song Fic][Saint Seiya (LC)]โอ๊ย โอ๊ย (ครึ่งแรก)
Pairing: Scorpion Kardia X Aquarius Degel 

Authors:mini_mummy_noel ====================================================  

พื้นผ้าสีฟ้าเข้มจนออกดำห่มคลุมผืนฟ้าซึ่งเคยออกสีสว่างจนมืดสนิท ...

                        ประดับแต่งแต้มด้วยแสงดาวพราวระยับ วางตัวเป็นลวดลายต่างๆ แลสวยงาม

                        ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างเซนทอร์ สัตว์แห่งเทพนิยาย ... หรือเปกาซัส พาหนะของทวยเทพ ... และอะไรอีกมากมายตามแต่ที่ธรรมชาติจะคัดเลือกสรร

                        ทั้งเสียงสายลมพัดหวีดหวิวนั่น ... จะใช่เสียงกรีดร้องของหญิงสาวนามอันโดรเมด้าบนกลุ่มดาวฟ้าเบื้องบนนั้นหรือเปล่า ... ไม่มีใครรู้ ...

                        สิ่งที่รู้ ... กลับกลายเป็นเสียงหัวใจที่เต้นดังกู่ร้องอยู่ภายในร่าง ... เสียงของหัวใจ ... ที่เต้นเร็วจนผิดปกติ

                        พาให้ต้องทนนอนกระสับกระส่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ณ วินาทีนี้ ที่กลิ่นไอแดดได้หายไป ทดแทนมาด้วยกลิ่นหอมของใครบางคน ... ใครบางคนที่ไม่อาจสะบัดให้หลุดออกไปจากภวังค์ ...

                        ... อควอเรียส เดเจล ...

                        นายทำอะไรกับฉันกันแน่ … ?

                        เหตุใด ภาพของคนที่ไม่เคยนึกจะจดจำกลับฉายชัดยิ่งกว่าแสงสีใดในค่ำคืนอันงดงาม

                        ทั้งนัยน์ตาสีเขียวมรกตที่เคยนึกเกลียดชัง น้ำเสียงที่เคยฟังแล้วรู้สึกขัดหู ...

                        มาตอนนี้มันกลับกำลังทำร้ายเขา ...

                        ด้วยความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาว่า ...

 

                        ... อยากเจอ ...

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

                        ... บางทีเรื่องทั้งหมดมันอาจจะเกิดขึ้นเมื่อตอนนั้นก็เป็นได้ ...

                        คล้ายจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของแซงค์ทัวรี่ไปเสียแล้ว ที่ร่างสูงหนากำยำของโกลด์เซนต์ผู้เฝ้าวิหารที่ 8 จะล้มป่วยลงด้วยโรคภัยอันก่อเกิดจากท่าไม้ตายของตนเอง

                        ในยามบ่าย... ตะวันคล้อย ช่วงเวลาซึ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของคนหลายๆ คนที่กำลังทนทุกข์ทรมานกับพิษร้ายภายในร่าง ทำได้แต่เพียงนอนกัดฟันกรอด หลบอยู่ในส่วนลึกของวิหาร อดทนต่อความร้อนที่โพยพุ่งออกจากร่าง ... ลมหายใจ ... ลอยล่องกลายเป็นควัน

                        ... อาจจะเพราะอุณหภูมิในร่างที่เพิ่มขึ้นสูง จึงทำให้คนเกลียดอากาศเย็นเฉกเช่น สกอร์เปี้ยน คาลเดียร์รู้สึกหนาวจับใจ ...

                        ทำได้เพียงแต่ขมวดคิ้ว พ่นลมหายใจหนักๆ หมายจะลดทอนความทรมานภายในร่าง ภาพตรงหน้าดุจจะลางเรือนมากขึ้นเรื่อยๆ โลกคล้ายจะหมุนเคว้ง จนต้องปิดเปลือกตาลงเพราะความเวียนหัว

                        ... เมื่อไรจะหายสักทีนะ ...

                        ด้วยเพราะปกติเค้าไม่ใช่คนที่ชอบมานั่งๆ นอนๆ เฉยๆ แบบคนขี้โรคหรือพวกสุขภาพอ่อนแอ ... ทั้งร่างกายกำยำสมส่วนจนติดดูจะแข็งกร้าว สมชายชาตินักรบมากกว่าจะมานอนพักเพียงเพราะสาเหตุที่ว่าเป็นโรคประจำตัว ... คาลเดียร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกหงุดหงิดตัวเองจากใจจริง

                        ... ถ้าเป็นอย่างเจ้าแห้งนั้นก็ว่าไปอย่าง ...

                        หวนนึกไปถึงร่างผอมบางเจ้าของเรือนผมสีเขียวสวยของใครคนหนึ่ง ... ใครคนหนึ่งที่อยู่วิหารสามหลังถัดไป ...

                        ทว่าอาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งในตัวที่ยังเป็นเด็กอยู่ก็เป็นได้ ยิ่งคิดว่ามีแต่ตัวเองเท่านั้นที่ล้มป่วย คาลเดียร์จึงรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองเป็นฝ่ายแพ้ พร้อมกับที่หานึกข้ออ้างให้กับตัวเองอยู่ในใจ ...

                        จริงๆ หมอนั้นเองก็อาจจะขี้โรค แต่ไม่แสดงออกก็ได้ ... ก็เล่นมีหน้าหน้าเดียวอยู่ซะอย่างนั้น

                        ถ้าหากเซนต์หญิงจำต้องใส่หน้ากากปกปิดใบหน้า ความรู้สึก คาลเดียร์ก็คิดว่า อควอเรียส เดเจลเองก็สวมใส่หน้ากากนั้นอยู่เช่นกัน

                        ติดอยู่ที่ว่าหน้ากากที่อีกฝ่ายสวมใส่นั้น หาใช่หน้ากากเกลี้ยงเกลา หากแต่เป็นหน้ากากแกะสลักเป็นรูปใบหน้าคน ... ที่บ่งบอกอย่างเดียวถึงความเย็นชา ...

                        ความเย็นชาที่คาลเดียร์ลงความเห็นว่าคือความหยิ่งยโส...                     

                        หาความรู้สึกดีๆ หรือความประทับใจที่มีต่ออควอเรียสเซนต์คนนี้ไม่ได้เลย แม้ตัวเขาจะถูกตำหนิติเตียนกับการมองอควอเรียสเซนต์ผู้นี้แต่ภายนอกมาหลายต่อหลายครั้งจากองค์พระประมุขเคียวโก ทว่า สำหรับคนที่ไม่เคยนึกสนใจใครนอกจากตัวเองเช่นเขาก็หาจะสนใจไม่ เสียงแหบต่ำของชายผู้รอดมาจากสงครามศักดิ์สิทธิ์เมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว จึงกลายเป็นเพียงเสียงสายลมผ่านหูเท่านั้น

                        ... การจะให้มองคนที่ตัวเองไม่ชอบว่าดีนั้น เป็นเรื่องยากสำหรับคนทุกคน ...

                        เขาไม่เคยให้คำสัญญาต่อเคียวโกเซจ ไม่แม้กระทั่งจะแสดงการยอมรับในตัวผู้คุมวิหารไหสมบัติ หลายต่อหลายครั้งที่เขาปฏิบัติต่ออีกฝ่ายราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุ ... หรือหยอกล้อ ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงเหยื่อของพญาแมงป่องตัวหนึ่งเท่านั้น

                        ... เดเจลคงไม่ใคร่ชอบขี้หน้าเขาเท่าไรนัก ...

                        ถ้าหมอนั้นรู้สภาพเขาตอนนี้ คงไม่วายโดนเยาะเย้ยเป็นแน่

                        อาจจะเป็นเพราะแรงฮึดภายในร่างเป็นตัวบอกว่าไม่ต้องการเห็นภาพที่ว่า จึงทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจข่มตาหลับ... คาดหวังว่าเมื่อตื่นขึ้นมา อาการไข้ที่เกิดขึ้นคงจะเพลาลงไปเอง ...

                        ... และคงเป็นเพราะอาการเพลีย ... จึงทำให้สกอร์เปี้ยนเซนต์ตกลงไปในห้วงแห่งนิทราในเวลาไม่นานนัก ทว่า ...

                        ... ไม่นานเขาก็รู้สึกตัว ...

                        คล้ายกับรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดของใครคนหนึ่งที่เข้ามากอดรัดร่างเอาไว้ ...

                        คล้ายกับรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามา ...

                        คล้ายสายน้ำเย็นค่อยๆ รินไหลในสถานที่อันแห้งแล้ง

                        แม้โดยปกติคนเป็นไข้ไม่สบายจะนึกรังเกียจความหนาวเย็น ทว่า... สิ่งที่เขาสัมผัสได้ ... กลับมีเพียงความอบอุ่นที่กระทบผิว

                        ดุจได้ยินเสียงลมหายใจของใครอีกคนที่ดังข้างริมหู

                        พร้อมกับเสียงเต้นของหัวใจในจังหวะที่แตกต่างกับหัวใจของเขา

                        ... คาลเดียร์รู้ตัวเสียเดี๋ยวนั้นว่ายังมีใครอีกคนหนึ่งที่เข้ามาอยู่ในห้องของเขา ...

                        ใครอีกคนที่ให้เขายืมอกไว้พักพิง ใช้แขนนุ่มพยุงศรีษะของเขาเอาไว้ ราวกับเป็นสิ่งมีค่า ...

                        เจือไปด้วยความเป็นห่วง ... ความรู้สึกอันอ่อนโยนที่เขาไม่เคยได้รับจากใคร ...

                        ... นุ่มละมุน ... ดุจหิมะ ...

                        กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยล่องเข้ามา ...

                        ความร้อนค่อยๆ คลายออกจากหัวใจแล้ว ... ทดแทนด้วยความรู้สึกเย็นซาบซ่าน ดุจพืชกลางทะเลทรายที่ได้รับน้ำ ช่วงวินาทีนั้นเองที่กลิ่นหอมค่อยๆ ผละออกไป

                        พร้อมกับที่แรงโอบรัดเพียงเล็กน้อยได้ถอยห่าง...

                        ร่างของคาลเดียร์ค่อยๆ ถูกพยุงลงนอนราบกับเตียงอีกครั้ง แลรู้สึกได้ถึงสัมผัสอ่อนเบาที่ลากไล้ไปตามโครงหน้าเพื่อเช็ดเหงื่อและปัดไรผมที่ปิดบังเปลือกตา

                        ... รู้สึกดี ... จนอยากยืดเวลานี้ออกไปให้ไกล ...

                        ยิ่งเมื่อสัมผัสจากมือไล้เรื่อยลงไปตามลำคอ แขน ... และลาดไหล่ ตามแต่ที่มือเรียวนั้นจะพาไปยังพื้นที่ซึ่งโผล่พ้นคล๊อธ ... คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อพบว่ามือนั้นค่อยๆ เลื่อนห่างออกไป

                        แล้วเขาก็ลืมตาตื่นขึ้น ... ณ ตอนนั้น ...

                        แสงแห่งเทพสุริยันสาดส่อง มอบโลกทัศน์ให้แก่เขา ชายหนุ่มใช้เวลาปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่ง ภาพที่เคยถูกปรกด้วยสีแห่งราตรีก็ถูกทดแทนด้วยสีเขียวมรกต ...

                        ... สีจากนัยน์ตาคนที่กำลังจับจ้องตรงมาที่เขา ...

                        ชั่วเวลาอึดใจที่ได้สบสายตา ... คล้ายกับเวลาได้ผ่านไปนานชั่วกัลป์

                        ... ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่าน ...

                        เส้นผมสีแมกไม้ทิ้งตัวลงเกลี่ยเนินแก้มใสสีระเรือของคนที่ยกมือค้างอยู่เหนือตัวของเขา ... ถึงคราวที่คนมาเยือนจะวางตัวไม่ถูกจนต้องหันหน้าหนีไปอีกทางราวกับเด็กถูกจับได้ว่าทำผิด ทว่าไม่นานก็ต้องหันกลับมา เมื่อพบว่าไม่มีสาเหตุอันใดที่ต้องหลบหน้า ...

            อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น... ท่าทีคล้ายกับเขินอายของผู้ที่ได้ชื่อว่าเย็นชา ... คาลเดียร์จึงหลุดปากเผลอถามออกไปอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก เดเจลเรอะ ? ”

                        ดูคล้ายกับจะเป็นคำถามโง่ๆ ทว่าสำหรับคนที่ไม่เคยนึกชมชอบ ทั้งยังมีอคติเช่นคาลเดียร์แล้ว การที่ได้มาเห็นร่างผอมบางของอควอเรียสเซนต์รุ่นปัจจุบันในวิหารของตน... คงดูเป็นเรื่องที่น่าเชื่อยากไปเสียหน่อย

                        เดเจลเองก็คงจะพอความคิดของคนท่ามากได้คร่าวๆ จึงค่อยๆ ลุกยืนขึ้นเมื่อเห็นว่าคนป่วยยันตัวขึ้นนั่งพร้อมบอกออกไปว่า อืม คำสั่งของท่านเคียวโกให้มาช่วยรักษานายทว่า ... ความเป็นห่วงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหักห้ามได้ ทั้งๆ ที่หมายหมั่นเอาไว้ว่าจะรีบออกไปจากวิหารทันทีที่ปฏิบัติภารกิจเสร็จ แต่... เมื่อหันไปเห็นใบหน้าแดงเพราะพิษไข้ของอีกฝ่ายแล้ว ... เขาก็ใจอ่อน ... แต่ว่าไม่ธรรมดาเลยนะที่มีไข้ถึงขนาดต้องใช้ไอเย็นจากฉันนี่... หรือว่านายมีตรงไหน

            หัวใจน่ะ

                        สร้างความงุนงงให้เกิดขึ้นกับคนทั้งสอง แม้เหตุผลจะต่างกัน

                        ด้วยหนึ่ง ... แปลกใจ ... ในความหมายของคำพูดที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ

                        หากอีกคน ... แปลกใจ ... กับสิ่งที่ตนเองกำลังจะพูดออกไป ...

                        ... ความเป็นจริงที่เขาไม่อยากให้ใครรู้ ...

            คาลเดียร์ชันขาขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะวางแขนพักไว้ตรงหัวเข่า ใบหน้าคมดูเหมือนจะก้มต่ำลงเมื่อเล่าความจริงที่เกิดขึ้นของตนเอง แต่เดิมก็อยู่ได้อีกไม่นานนักหรอก ทั้งยืดชีวืตแล้วก็ใช้ท่าต้องห้ามกับหัวใจด้วย แต่พอควบคุมไม่ได้ก็จะล้มแบบนี้แหละ

                        ที่เขาไม่เล่าให้ใครฟังเพราะเขาไม่ชอบความสงสาร ... ความรู้สึกเห็นใจ เป็นห่วงเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่เขานึกรังเกียจ ด้วยเพราะมันทำให้เขาดูเป็นคนอ่อนแอในสายตาของคนอื่น

                        หากเดเจลคิดจะทำตัวอย่างพวกน่าเบื่อพรรคนั้น เขาคงไม่วายโต้กลับอีกฝ่าย ทำร้ายด้วยวาจาเจ็บแสบ หรือไม่ ... ก็ปฏิบัติต่อเดเจลเช่นเหยื่อทุกตัวที่เขาเคยทรมานมา ทว่า ...

                        หน้ากากน้ำแข็งกลับหมองลง... ด้วยความเศร้าสร้อย ...

                        ... ดุจไม่อยากจาก ...

            ไม่ใช่ความเห็นใจอย่างที่เขาคาดไว้ในตอนแรก ณ ตอนนี้ เขาเพิ่งสังเกตได้ว่า มือทั้งสองของคนที่เขาคิดว่าไร้ความรู้สึกกำลังกำแน่น ราวกับพยายามอัดอั้นอะไรบางอย่าง ... จนดูน่าสงสารเสียเอง... คาลเดียร์ยิ้มให้กับอาการนั้นด้วยความรู้สึกเอ็นดูนะ เดเจล ทำไมนายถึงมาเป็นเซนต์ล่ะ

            ฉันมีความฝัน มีสัญญากับเพื่อนไว้ทั้งน้ำเสียงที่ไม่สามารถบังคับให้ดูเยือกเย็นดังเดิม หากให้ลองคิดดูเล่นๆ คาลเดียร์คิดว่าส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเดเจลกำลังนึกถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง

                        ... เดเจลคงกำลังเหงา ...

                        พลัดพรากมาจากถิ่นบ้านเกิดอันเป็นที่รัก ... เมื่อต้องพบเจอคนที่คิดว่าเป็นเพื่อน ก็กลับต้องลามายังแซงค์ทัวรี่

            ฮะฮะ ! ไม่เลวเลยนะ แบบนั้นไม่น่าเชื่อเลยว่าคำพูดแบบนี้จะหลุดปากออกมาจากคนที่ไม่ใส่ใจใครเช่นเขา ชายหนุ่มยิ้มนิดๆ ... เป็นรอยยิ้มแรกที่เขามอบให้แก่คนที่นึกเกลียดชัง ฉันอยากที่จะทุ่มเทใช้พลังของตัวเองทั้งหมดเร็วๆ แต่ก่อนหน้านั้นฉันอยากจะรู้สึกทั้งหมด ทั้งความเจ็บปวด ทั้งการลุกไหม้ ถ้าเป็นเซนต์ในการต่อสู้… ”

            นายคงคิดว่าฉันแปลกสินะ ? ”

                        เหมือนกับคนอื่นๆ ที่น่ารำคาญพวกนั้น ...

                        กระนั้นเดเจลกลับมอบคำตอบที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า หลังจากที่คิ้วแฉกทั้งคู่ขมวดเข้าหากันราวกับใช้ความคิด...

            แปลกตรงไหนหรอ ? ”

                        เสียงหัวใจคล้ายกับจะก้องดังขึ้น ...

                        มันค่อยๆ พองโตขึ้น ...

            นายก็แค่มีความฝันเป็นของตัวเอง มีวิถีชีวิตของนายเอง...

                        แล้วเขาก็ได้รู้สึก ... ถึงฝ่ามือนุ่มนิ่มอบอุ่น ...

            แต่ยังไงชีวิตก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ... ฉันไม่ได้ห้ามความคิดของนายหรอกนะ แต่อยากบอกไว้ว่าดูแลรักษาสุขภาพของนายด้วย มีคนอีกหลายๆ คนที่เป็นห่วงนาย

            รวมทั้งนายด้วย ? ” เหมือนจะยียวน ... ทั้งๆ ที่ความคิดแรกที่ผุดขึ้นแท้จริงแล้วก็คือความรู้สึกคาดหวังในคำตอบอย่างประหลาด ... อย่างไรก็ตาม ทันทีที่นัยน์ตาสีเขียวฉกวูบมามองที่ใบหน้าของเขาราวกับจะค้นหาความรู้สึกที่อยู่ข้างใน คาลเดียร์ก็จุดริมฝีปากขึ้นยิ้ม ใช้หลังมือปัดมือที่อังวัดอุณหภูมิของร่างกายของเขาอยู่ ว่าไงละ ? ท่านนักบุญเดเจล

                        คร้านเกินที่จะหาถ้อยคำมาต่อความ คนที่ถูกหยอกเย้าถึงกับทำสีหน้าเบื่อหน่าย ลอบคิดในใจว่าคาลเดียร์คนที่ดูสงบนิ่งเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงภาพลวงตาหรืออย่างไร เขารีบเอ่ยตอบ ฉันกลับละ

                        แล้วร่างโปร่งบางก็ทำตามที่พูด ... พร้อมกับพยายามไม่ใคร่สนใจกับเสียงที่ดังคล้อยหลังเท่าไรนัก ทว่า ...

                        หากเดเจลหันกลับมามองคนที่นั่งอยู่ ...

                        ... เขาคงจะได้รู้ว่า ...

                        ... บางสิ่งบางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว ...

                        ... ณ วินาทีนั้น สายตาที่คาลเดียร์ใช้มองเดเจลก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

                        ภาพความทรงจำยังคงวนเวียนดุจวิดีโอที่ถูกกรอ ...

                        ... ราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ...

                        ไม่มีแสงดาวดวงใดที่ส่องประกายได้เท่าความคิดที่ฝังอยู่ในมโนภาพ

                        ณ คืนนี้ ... เป็นอีกคืนที่คาลเดียร์ไม่สามารถข่มตาหลับได้โดยง่าย หลังจากที่บทสนทนาระหว่างเขาทั้งสองได้จบลง

                        ทดแทนมาด้วย ... ความสัมพันธ์ ... ที่เริ่มผลิบาน... ขึ้นในใจ ...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

...

.........

....

ตั้งแต่วันที่ฉันได้เจอเพียงครู่สองคนกับเธอครั้งก่อน
กลับมานอนควญครางละเมอร้องพร่ำหาเธอเหมือนจะอ้อนวอน
เกิดอะไรขึ้นมาละเอ๋ยมันอยากรู้นัก เปลี่ยนฉันไปจากเดิม โอ้ย


จะเป็นเพียงแววตาของเธอทั้งคู่ฉายมาสะกดหรือเปล่า
อาจเป็นดาวดวงใดใช้เธอมาหลอกเล่นกลเป็นไปไม่ได้
ก็อารมณ์คงเป็นเพราะเธอทำสับสนโอยเดี๋ยวอยากรักเดี๋ยวอยากลืม โอ้ยๆ
ทุกสิ่งเปลี่ยนไปเพราะเธอ

….

………..

….

...TBC...

====================================================  

อยากบอกว่าแต่งเสร็จแค่ครึ่งแรกเองค่ะ =w=''' ไว้จะพยายามรีบปั่นครึ่งหลังมานะคะ ><

อยากบอกว่าฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคที่แต่งขึ้นมาจากเพลงโอ๊ยๆ อันโด่งดังค่ะ =w=

ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากการที่วันหนึ่งไปคุยกับท่านพี่โทเมแล้วได้ความว่า ท่านพี่โทเมคิดว่า คาลเดเริ่มเปิดใจกันก็เพราะตอนที่มาคุยกันตอนที่ท่านคาลล้มป่วยในคอมมิก

จากนั้นไม่นาน mummy ก้ได้มีโอกาสฟังเพลงโอ้ยๆ (จริงๆ ฟังมานานแล้วละ ^ ^") แล้วไปฉุดใจตรงท่อน อยากจะกลืนกินเธอทั้งตัว ไม่อยากเหลือไว้ให้ใครได้กลิ่น ...

... โอ้ .... เอโรย =////= ... คาลซาม้า >[]

ต่อเรื่องต่อราวก็รู้สึกว่ามันช่างเข้ากับท่านเสียเหลือเกิน >< อร๊าง~

ขอเขียนเป็นฟิคเลยละกันนะคะ !

อนึ่ง เพราะแอบรู้สึกว่ามันอาจจะกลายเป็นเศษฟิค หรืออะไรก็ตามที่จบแค่นี้ =w='' เลยขอลงไว้แบบนี้ก่อนที่มันจะค้าง (เอาซะงั้นเลย ? )

มาโซนตอบคอมเม้นท์กันดีกว่าค่ะ ><

>> น้องมุก - แหม อ่าน tag 100 ข้อของพี่แล้วทำให้นึกถึงหน้าพี่เนี่ย หมายความว่าไงกันจ๊ะ ? แล้วก้นะ สรุปน้องเป็นลัทธิช่าเคะชิมิ = =? (ประมาณว่า ช่าเคะใครก็ได้ทั้งนั้น อ่านได้หมด)

ส่วนเรื่องฟิคพี่ = = แอบอยากบอกว่าตอนนี้อยากบริโภคของหวานไร้สารเจือปนมากมาย เพราะงั้นขอ Swap มาแต่งเรื่องเบาๆ ไปเรื่อยๆ ก่อนนะ ^ ^" (แถมขอแต่งแบบตามใจฉัน ... กล่าวคือ ขอทำตัวนิสัยไม่ดีๆ นิดหนึ่ง จะอัพก็ต่อเมื่อมีอารมณ์เท่านั้น =w=''' )

สำหรับ faux น่าเสียใจที่ต้องบอกว่า ... ตี้เสร็จง่า (มืด)ไปแล้วจ๊ะ ^ ^"

>> น้องเด็จป้า - น้องจ้า ... มิวๆ ของเค้าเมื่อไรจะเดินทางเสร็จอะตัว รอนานแล้วนะ อยากอ่านฟิคมากมาย ตอนนี้แอบแห้งเหี่ยว - -'

นอกจากนี้พี่ก็อยากบอกว่า สกอร์เปี้ยนของพี่เท่กว่าโจรอิตาลีมากนัก =_,= น้องรัก

ว่าแต่สึเนะ (สเนป ) น้อยไม่น่ารักตรงไหน ?

ส่วนเรื่องภาคคาลเดียร์จะวายกว่าหรือน้อยกว่าภาคแรก อืมมมม คือ ภาคนี้จะเป็นภาคที่เน้นความรู้สึกมากกว่าภาคแรกนะ พี่คิดว่า ? ยังไงซะของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับคนด้วยแหละ ^ ^"

ปล. พี่จะรออ่านโดของน้องนะ ^ ^ (ถึงแม้ว่าคาลเดจะแทบไม่ออกเลยก็ตาม T T )

>> น้องซึยจัง - สง่ามืดอิมเมจของพี่คือแบดบอยเต็มพิกัดจ๊ะ ^ ^"" แต่แหม เจ้าชู้แบบง่ามืด พี่ว่าดูมีเสน่ห์ออกดีนะ >< เอาจริงๆ ง่ามืดกับมิโร่ และคาลซังเท่านั้นแหละที่พี่รู้สึกว่าถึงจะเจ้าชู้ก้ดูดี (ฮา)

สำหรับ faux ภาคคาลเดียร์ พี่อิมเมจไว้ว่าจะให้เศร้ากว่าภาคแรก

อยากบอกว่าภาคนี้เป้นภาคที่พี่ทั้งรู้สึกอยากแต่งสุดๆ แล้วก็ไม่อยากแต่งสุดๆ เลย ^ ^"

เพราะมันเป็นภาคที่คนอ่านรู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันจะเริ่มยังไงจะจบยังไง แต่ก็นะ พี่อยากแต่งเพราะจะได้แกล้งคนเนี่ยแหละ (ฮา)

อยากแต่งฟิคที่ทำให้คนอ่าน อ่านแล้วร้องได้ได้เหมือนกันจ้า ^ ^

(อยากบอกว่าหลังจากที่มาแต่งฟิคการ์ตูน พี่ก็ทำไม่ได้อีกเลย = ='... เอวัง... สงสัยฝีมือจะตก )

ปล. ขอบใจนะจ๊ะที่ชอบธีมใหม่ ><

>> Bear-kill - เป็นไงบ้าง ลายเส้น(การ์ตูน)เราโอกว่าตอนอยู่ รร ป่าว >< อย่าลืมติ ชมด้วยนะ

>> มานาซัง - ค่ะ เป็นงานที่สนุกมากเลย >< อยากไปอีกมากๆ อยากให้เค้ามีจัดใหม่อีกไวๆ จังเลยเน้อ~

>> la fe ซัง - ไม่ต้องห่วงนะคะ >< เห็นพี่ไซแล้วก็พี่เพนกวินบอกว่า จะมีจัดอีกค่ะ >< ไว้คราวนั้นอย่าลืมไปนะคะ ><

>> พี่เพนกวิน - คราวหน้าถ้ามีไปอีกแน่นอนค่ะ >< ขอ fix พี่เป็นพิธีกรอีกรอบนะคะ *-* ชอบมากค่ะ

>> พี่ไซโอนิก - อา ส่วนหนึ่งที่ หนูจำตารางได้เพราะว่า ^ ^" ตอนไปงานหนูปริ้นตารางงานไปด้วยอะคะ =w=''' แต่ตอนเขียน blog เนี่ยแอบกลัวเหมือนกันค่ะว่าจะเขียนลำดับเวลาผิด = =' น่าเสียดายมากเลยค่ะที่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ T T อา ... เสียดายอ่า ....

เห็นด้วยค่ะ ที่พี่เพนกวินสุดยอดมาก >[]

คราวหน้าขอเชียร์ให้วาดท่านคาลกับท่านเดให้เสร็จนะคะ >< อย่างน้อยก็มีหนูเนี่ยแหละคะ ที่จะขอซื้อ อิอิ

(แต่ของบตัวหนึ่งไม่เกิน 500 ได้มิค่ะ T T... ตอนนี้บ่จี้มากมาย)--> แนะ ... มีการล๊อคโหวต (?) 

อา >< พูดแล้วก็อยากได้ อยากเห็นจังเลยคะ >

อยากรู้จังเลยว่าพี่จะวาดออกมายังไงหนอ ><

>>  MZelda ซัง - >< มาจัดพี่เท็มแฟนคลับกันเถอะคะ ! ชอบพี่เค้ามากๆ เลย

อยากบอกว่าหลังจากที่ mummy ไปดูคลิปที่คุณเพื่อนเค้าอัดมา mummy พบว่า = ='' เพลงที่ mummy ร้องมันกลบเสียงของ mummy ค่ะ ^ ^" เพราะงั้นที่เพราะไม่ใช่เสียงของ mummy หรอกนะคะ =w='' เพราะเสียง mummy เบาเองค่ะ

(แต่นั้นก็หมายความว่าไม่มีใครได้ยินเสียงหมาหอนของเราสินะ ....)

ลิบซิ่งจงเจริญ ! เย้  >< !!!!

(อย่างไรก็ตามถ้ามีงานหน้า ก็คิดว่าจะหัดร้องให้มันดีกว่านี้อยู่ดีค่ะ =w=v สนุกดี) => ขอร้องตอนที่คนน้อยๆ เช่นเดิม

งานหน้า MZelda ซังไปร้องเพลงด้วยกันนะคะ >< นะๆๆๆ

>> สึนะจัง - รูปน่ารักมากค่ะ ^ ^ สึนะจังรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าดีมากเลย >< เป็นมิ้นมิ้นคงนึกไม่ถึง คงแบบ กลุ้มไปนานมากๆๆ

แอบเสียดายที่เจอกันช้า แต่ว่าก็ยังดีกว่าไม่เจอเนอะ ><

งานหน้าลากกันไปเลยตั้งแต่เช้าดีกว่าเน้อ >< จะได้ไม่พลาดตอนจะกรี๊ดด้วยกัน อิอิ

ปล. แล้วฟิคละ T T ....

edit @ 3 Nov 2009 22:10:23 by mummy

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สนุกดีจ้ามิ้น.............จะรออ่านFaux Kardiaนะคะ

#1 By อามิ (124.121.216.135) on 2009-08-26 14:19

8D พี่เพนกวินชอบมากเลยจ้า
หนูเป็นคนที่ใช้ภาษาได้ดีใช้ได้เลยนะ
พี่เคยอ่านงานบางคน ไม่เกิน 3 บรรทัดก็ต้องเลิก เพราะ
ใช้ภาษาได้แปลกมาก อ่านยาก ดูไม่มีความรู้ในการเขียน
เอาซะเลย
แต่พี่ชอบของหนูมากน้า~~~~~

ไว้แต่งให้พี่ซักเรื่องสิ อิอิ~~cry
เร็วมากค่ะ!!=[]=b

อ้า~~ ยิ่งอ่านฟิคของพี่ก็ยิ่งชอบคาลเด อ๊ากๆๆๆ>[]< ท่านเดโมเอ้~~(เกี่ยว..?)


ปล. คราวนี้มีอีก ไปเช้าเหมือนเดิมนะคะ จะได้ไม่พลาดอะไรดีๆตอนต้นงาน= =b

#3 By suigintou on 2009-08-26 19:23

พี่มิ้น~~~

จะแว่บมาแต่งก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ.. เพราะยังไงมุกก็อ่านหมดอะนะ =w=/

ฉากนี้เป็นฉากนึงที่มุกก็ชอบแบบมากที่สุดในโลกมากๆเลยค่ะ คือมันไม่ใช่แค่จิ้นได้อะ แต่มันแบบอะไรงี้หลายๆอย่าง เอาเป็นว่าปลื้มมากๆ


ม..ม่ายยยยยย!!~~ ทำไมตี้เสร็จซะแล้วว อ้ากก บอกบ้างอะไรบ้างง TT[]TT

ps. สำหรับเรื่องสีไม้ อย่าลืมสอนมุกบ้างอะไรมั่งนะคะ 555

#4 By KAIMOOK on 2009-08-26 23:29

ไม่มีใครได้ยิน เเต่อีนกฮูกกลางคืนยังได้ยินอยู่นะ เหอ.....เหอ

ไม่น่ารักที่เป้นสึเนะค่ะ osu คามิวเครื่องบินดีเลย์ค่ะ อยากบอกว่าต่อให้เปิดคอมได้นานเเต่เวลาให้เเต่งฟิคไม่เคยจะมี ตอนนี้เพิ่งซ้อมกีฬาสีเสร็จ ปวดขา ae

จะพยาย๊าม พยายาม

ปล.วันนี้ฟลุดตรงที่นอนเป็นเเอ่งโคลนพอดีเลย เอิ๊ก(หัวเราะทั้งน้ำตา)

#5 By 'เด็จป้า on 2009-08-28 19:06

อ่านแล้วลืมเม้นท์ไปเลย sad smile
ฟิคนี้ค่อนข้างตรงใจข้าพเจ้ามาก ๆ เลยค่ะ
ท่านเดกับท่านคาลแบบเอื่อม ๆ กันก็น่ารักดีออก
เพียงแต่ไม่ชอบชื่อเพลงไงก็ไม่รู้สิค่ะ (= 3=;
คนตั้งชื่อน่าจะตั้งให้โมเอกว่านี้นะคะเนี่ย (><)

#6 By tomeko on 2009-08-29 21:34

ดีค่ะ พี่มิ้น

เม้นค่ะ

ยังสนุกเหมือนเดิมเลย

พอดีเปลี่ยนบล๊อกใหม่

อันเก่าจำมิดั้ย

sad smile

ติดตามต่อไปค่ะ