[AU Fic TRC ] L`oiseau Bleu 7
posted on 07 Apr 2009 20:33 by mini-mummy in fictionPairing: Kurogane x Fay
Authors: mini_mummy_noel
====================================================
Chapter 7
Chased Bird
ถึงแม้ว่าในส่วนทางสัญจรเดินผ่านจะวอกแวกจอแจมากแค่ไหน ทว่าภายในเขตพระราชฐานของสายเลือดรัชนิกูลกลับแตกต่าง เพียงแค่เจ้าชายหนุ่มต่างดินแดนลอบเข้าไปจนถึงอาณาเขตเขตสวนรอบพระตำหนัก ทุกสิ่งทุกอย่างก็คล้ายกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ ... ไม่ใช่เพราะความสวยสดของพุ่มดอกไม้หลากสีต่างสายพันธุ์ หรือรูปปั้นกษัตริย์ผู้เกรียงไกรกำลังเอื้อมมือขึ้นไปรับพรจากเทพยดาปีกสีขาวบนม้าทรงอาชาศึก หากแต่เป็นเพราะ ... ที่แห่งนี้เงียบ .... เงียบสงบเกินไป คล้ายกับมิได้มีสิ่งมีชีวิตอยู่รายรอบสถานที่แห่งนี้
ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ทั้งเขาและองครักษ์คนสนิทเพิ่งผ่านทหารยามหน้าประตูมาแท้ๆ ...
ส่วนสาเหตุ ... คุโรงาเนะรู้ดี ... เพียงเหลือบมอง ครู่เดียวเท่านั้น เขาก็พอรับรู้ได้ว่าการที่ที่แห่งนี้เงียบสงบก็เพื่อว่าเวลามีผู้บุกรุกลอบเข้ามาในเขตพระราชฐาน แล้วเผลอสร้างเสียงอะไรขึ้นมา เสียงนั้นก็จะดังเด่นขึ้น ... เรียกให้ผู้คุมทั้งหมดรู้สึกตัว ... กระนั้นนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ... สมญานามเจ้าชายนักรบใช่เพียงคำเยินยอไม่ ตั้งแต่จำความได้ คุโรงาเนะก็เริ่มฝึกตนให้เป็นนักสู้ที่เก่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์การอ่านใจคนเพื่อเก็บข้อมูลคู่ต่อสู้ หรือศาสตร์การเคลื่อนไหวตัวเยี่ยงนินจาเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต
เขาฝึกมาหมดแล้วทั้งนั้น ...
จะเป็นห่วงก็แต่ยูดา ชายหนุ่มไม่ได้รับการฝึกสอนมาเช่นเขา กระนั้นก็ได้เขาเป็นผู้ฝึกสอน ทั้งๆ ที่เคยคิดว่าไม่สำคัญในครั้งที่บุรุษแห่งอาณาจักรเซนต์เอ่ยปากร้องขอ ทว่ามาตอนนี้ นักรบแห่งซูวะรู้สึกยินดีนักหนา เพราะมันช่วยให้เขาทั้งคู่สามารถลอบเข้ามาในที่แห่งนี้ได้อย่างสบายๆ
แม้เขาจะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ อยู่บ้างก็ตาม
ทั้งที่เป็นเขตพระราชฐาน .... ทำไมถึงแทบไม่มีทหารยามคอยตรวจตรากัน ...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ความหนักใจของไฟย์เพิ่มมากขึ้นทบเท่าทวี ยามที่นัยน์ตาสีฟ้าใสฉายภาพกลุ่มคนในชุดทหารศึกกำลังเดินเพ่นพ่านตามหาเขาอยู่หน้าซอยที่เขากำลังซ่อนตัวอยู่ พลันเปลือกตาบางค่อยๆ หลับพริ้มปิดลง... ยอมรับว่าการวิ่งหนีตลอดมาทั้งวันนั้น ... มันเหนื่อย ... มากแค่ไหน
คล้ายกับมีลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักอยู่ที่ขา ...
แต่มันก็ไม่ได้ทำลายความคิดที่จะหนีของเขา
พลันสมองที่ใหญ่กว่าตัวมากนักเริ่มคิดประมวลผล ... เมื่อครู่ที่เขาวิ่งหนีทหารของทางการคนหนึ่ง ... เขาพออ่านใจคนๆ นั้นได้ว่า ...
ผู้ครองเมืองเวอริวได้มีการถ่ายทอดคำสั่งให้ทหาร ‘ทุกคน’ ตามจับเขาให้ได้ ... ณ เวลานี้ แม้นจะเป็นทหารชั้นสูงคงตามล่าตัวเขาอยู่เป็นแน่
... จากจุดที่เขายืนอยู่ตรงนี้นับว่าอยู่ห่างจากเรือของเขามากนัก ... อย่างไรก็ตาม ... เขาต้องกลับไป ...
หน้าที่ดึงดูดความสนใจของเขาจบลงแล้ว L`oiseau Bleu ไม่ถูกตรวจ ... การตรวจที่มีจุดประสงค์หลักเพื่อ ‘ ค้นหาตัวเขา ! ’
ถึงตรงนี้ ... ริมฝีปากบางก็ยักขึ้นเล็กน้อย ... ยิ้มเหยาะให้กับการกระทำที่ดูเหมือนจะ ‘ลงทุน’ มากเกินไปของคนๆ นั้น
ทั้งๆ ที่... จากวันนั้น เวลาก็ผ่านมาหลายปีแล้ว
... ยังไม่เลิกล้มความคิดที่จะตามจับเขาอยู่อีกหรือ ...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ร่างของพลทหารยามผู้คุมห้องพักราชอาคันตุกะค่อยๆ ล้มลงตามแรงโน้มถ่วงทันทีที่ปอกดาบสีดำถูกฟาดลงมาที่หลังคอโดยไม่ทันได้ตั้งตัว คุโรงาเนะใช้เวลาเพียงนิดในการล้มคู่ต่อสู้ซึ่งมิอาจไหวตัวทันกับการมาของเขาและองครักษ์คนสนิท นัยน์ตาสีแดงสดที่ปกติดูดุดันน่ากลัว มาตอนนี้ยิ่งทวีความน่าหวาดเกรงมากยิ่งขึ้นไปอีก
ด้วยเพราะมีบางสิ่ง... กำลังหลอกหลอน ‘ใจ’ ของเขา ...
ลางสังหรณ์ที่ไม่เคยผิดพลาด ....
ลางสังหรณ์ ... ที่มาคราวนี้เขากลับรู้สึกอยากให้มันผิดพลาด ...
ภาพใบหน้าใสซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเส้มไหมสีทองสว่างรับกับนัยน์ตาสีฟ้าใสหากแต่ลุ่มลึกเหมือนมหาสมุทรพลันปรากฏขึ้นในความทรงจำ ยอมรับจากใจว่าตั้งแต่ได้อยู่ร่วมกับคนๆ นั้น ... ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองของอีกฝ่าย แต่มาตอนนี้ ! เขาเห็น ! เขารู้สึก !
หากเขาไม่จัดการทำ ‘ ธุระ’ ของเขาให้เสร็จ ... หากเขาไม่รีบกลับไปที่เรือ ... อาจจะมีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นกับเจ้าหมอนั้นเป็นแน่ !
“ ยูดา ! ใช่ห้องนี้หรือเปล่า ! ” ตะโกนถามออกไปด้วยสุรเสียงแข็งกร้าว คนถูกถามรีบเปิดประตูหินอ่อนสลักสวย คุโรงาเนะอดที่จะสบถออกมาไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบให้เขา
“ นายเป็นอะไรของนายนะ คุโรงาเนะ ? ” คนที่เพิ่งตอบคำถามพลันถามคำถามกลับ คำถามที่รบกวนจิตใจเขามานานแสนนานตั้งแต่ตอนที่เพื่อนของเขาได้ก้าวเข้ามาในเขตซึ่งไม่ควรจะเข้ามาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ รัชทายาทหนุ่มแห่งซูวะสะบัดหัวแรงๆ ไล่ความคิดแปลกๆ ออกไปหวังว่ามันจะพอดับอารมณ์คุกรุนของตนเอง แต่มันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย !
“ ยูดา นายกลับเรือไปซะ ! ” เป็นคำสั่งที่ไม่น่าคาดคิดมากที่สุดในความคิดของผู้ติดตามหนุ่ม ยูดาเบิกตาโพลง ด้วยความที่ดำรงหน้าที่องครักษ์ คำสั่งที่เหมือนจะเป็นการ ‘ไล่’ ซึ่งไม่เคยออกจากปากของผู้เป็นนายของเขา จึงสร้างความประหลาดใจให้กับเขามากกว่าความรู้สึกอื่น หากทันทีที่นัยน์ตาของเขาจับได้ถึงกระแสบางอย่างในนัยน์ตาสีจันทราโลหิต ... เขาก็เข้าทุกอย่าง
ว่าความเป็นห่วง... คนๆ หนึ่งมันมากมายขนาดไหน ...
เจ้าของเรือนผมสีแดงไม่อาจทำอะไรได้ ... นอกจากค้อมกายลงเล็กน้อย ... รับคำสั่ง แล้วเคลื่อนตัวหายไปจากจุดๆ นั้นอย่างรวดเร็ว
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
เสียงอึกทึกครึมโครมเรียกให้ใบหน้าใสหันไปตามเสียง ... ปรากฏเป็นภาพของทหารชาญศึกผู้หนึ่งกำลังชี้นิ้วตรงมาที่เขาพร้อมกับส่งเสียงเรียกพวกพ้องของตน คนถูกไล่จับพยายามลุกขึ้นเถิบหนี ... ทั้งๆ ที่เพิ่งจะได้พักไม่ถึงนาที อาวุธลับที่พกมาเองก็ใกล้จะหมดแล้ว ... สงสัยต้องวิ่งอย่างเดียวแล้วละ ...
เร็วเท่าความคิด ไฟย์พยายามส่งแรงยืนขึ้นพลักกองขยะข้างๆ ตกลงไปกองกับพื้นขัดขวางเส้นทางการเดินก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปในซอยอีกซอยหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ... เป็นโชคดีของเขาที่ตลาดเมืองเวอริวมีลักษณะเป็นตรอกซอยแยกย่อยไปมา ส่งผลให้ยากต่อการไล่ตาม กระนั้นแล้วถ้าหากว่าพวกทหารคุมเส้นทางเดินออกจากซอยเอาไว้ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือของคนพวกนั้น
เท่าที่สังเกต คนนัยน์ตาข้างเดียวพอเดาได้ว่า เส้นทางทุกเส้นคงถูกทหารของทางการคุมเอาไว้ได้หมดแล้ว ...
เหลืออีกทางเดียวเท่านั้น ... จะต้องไปทางใต้ดิน ...
ยังจำได้ไม่เคยลืมเลย ... ถึงทางเดินน้ำใต้ดิน ... สถานที่ที่เขาเคยใช้เป็นที่หลบหนี
สถานที่สามารถพาเขาไปยังท่าเรือได้ ...
ตามจริงแล้วเขาไม่ใคร่ที่จะใช้เส้นทางนั้นเท่าไรนัก เพราะเป็นเส้นทางที่เขาเคยใช้มาก่อน เกรงว่ามาครานี้ทางเจ้าเมืองเมืองนี้จะไหวตัวทัน รอจับเขาที่ทางออกของท่อน้ำนั้นด้วย
... ไม่มั่นใจเลย ... ว่าจะสามารถหนีได้ จะว่าไปแล้ว.... ความรู้สึกในตอนนั้นกับตอนนี้ก็แทบไม่ต่างอะไรกันเลยนินะ ....
วันที่เขาหนีออกมาจากกรงขังนั้น
หนี... ออกมาจากความทรมาน
ความทรมานซึ่งเรียกอาการสั่นคลอนของเขาให้เกิดขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงมัน ...
ไม่เป็นไร ... ไม่เป็นไร ... ไฟย์พยายามปลอบตัวเอง ...กอดตัวเองเอาไว้ยามที่สายลมแห่งราตรีกาลปะทะกับเนื้ออ่อนนุ่ม
เมื่อตอนนั้น ที่เขาไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง ... เขายังหนีได้
แล้วมาเวลา ... ณ ตอนนี้ ... เขามีเรือของคน ... มีคนที่อาจจะพอเรียกได้ว่าเป็นคนของเขา
... เขาต้องหนีได้สิ ....
ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะไม่รู้ ... ถึงอันตรายของตัวเองก็ตาม
พร้อมกับต่าคัวของเขา ...
รางวัลที่หากจับเขาได้ ...
... ไฟย์พยายามไล่ความคิดแง่ลบของตนเองออกไป ...เรียกความสนใจของตนเองให้กลับมายังปัจจุบันกาล ... อย่างน้อยลองเสี่ยงไปทางท่อใต้น้ำ ก็อาจจะยังดีกว่าบุกออกไปที่เส้นทางซึ่งถูกควบคุมเอาไว้อย่างแน่นอนแล้วดีกว่า
แล้วขาเรียวก็วกกลับไป ... พาร่างบอบบางไปยังเส้นทางที่ตนเองคุ้นเคยดี
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ทั้งๆ ที่ฝากเรื่องที่ตนกำลังกังวลอยู่ให้คนสนิทไปจัดการแล้ว ... ความรู้สึกคล้ายกับมีเปลวเพลิงสุมอยู่ในใจก็ยังไม่คลายดับมอดลง นับเป็นครั้งที่สิบที่เจ้าชายแห่งอาณาจักรนักรบสบถออกมา มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น นึกหงุดหงิดใจที่ตนยังไม่สามารถหาห้องจุดหมายของตนเองได้ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็ใช้เวลาหามานานมากแล้ว
หรือว่าอีกฝ่ายจะไหวตัวทัน ...
แม้นจะมีโอกาสน้อยมากที่จะเป็นเช่นนั้นแต่ก็ยังถือว่ามีโอกาส ไม่แน่สิ่งที่เขากำลังค้นหาอยู่นั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในเขตพระราชฐานส่วนนี้ แต่อาจจะเป็น ... ส่วนอื่นที่อยู่ลึกเข้าไป ...
... พระราชวังนี้ก็ใช่ว่าจะเล็ก หากเขาคิดที่จะไล่หาทีละห้องคงจะเป็นไปไม่ได้ .... คิดสิคิด ว่าถ้าเขาเป็นเจ้าของวังนี้เขาจะให้ ‘คนที่เขาลักพาตัวมา’ อยู่ที่ไหน ต้องเป็นสถานที่ที่ไม่มีหนทางหนีรอด ทว่าต้องทำให้คนที่ถูกกักขังรู้สึกพึงพอใจหากไม่คิดที่จะก่อสงครามกับอาณาจักรของผู้ที่ถูกยึดซึ่งอิสรภาพ
พลันนัยน์ตาสีแดงเพลิงก็ได้เห็น ... หอคอยสูงเสียดฟ้าแห่งหนึ่งที่อยู่ในเขตพระราชฐาน หอคอยซึ่งหากยืนอยู่บนจุดนั้นแล้ว คงได้เห็นวิวทิวทัศน์อันแสนงดงาม ... ได้เห็น... ท้องทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ซ้ำร้าย ...
ที่หน้าต่างที่เปิดอ้าออกของหอคอยนั้น .... เขาเห็น .... ลักษณะการจัดห้องในแบบที่เขาคุ้นตาดี
ลักษณะเดียวกับการจัดห้องของอาณาจักรซูวะ ...
มาตอนนี้คุโรงาเนะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ... เขารีบวิ่งข้ามร่างของทหารยามที่เพิ่งถูกเขาล้มไปเมื่อครู่นี้ จุดหมายของเขามาตอนนี้มิใช่แค่การไปให้ถึงห้องบนหอคอยนั้นเท่านั้น ... ช่างน่าอัศจรรย์ ทั้งๆ ที่สิ่งที่เขากำลังไปหาอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ได้ชื่อว่าสำคัญกับเขามากที่สุดมาตลอด ทว่ามาครานี้ ...
สิ่งที่เด่นชัดอยู่ในหัวของเขากลับกลายเป็นภาพของคนที่เขาไม่เคยนึกจะเข้าใจได้เลย ...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ใช้เวลาเพียงไม่นาน แต่ถือว่านานนับชั่วกัลป์ในความคิดของเจ้าชายหนุ่ม หลังจากที่ล้มทหารยามซึ่งมีฝีมือมากกว่าที่เขตรองรับราชอาคันตุกะอีกนับสิบคนระหว่างทาง เขาก็มั่นใจได้ว่าเส้นทางที่เขามุ่งมาคราวนี้ถูกต้อง รู้สึกยินดีนักหนายามที่ได้เห็นประตูห้องแกะสลักลวดลายรูปพระจันทร์เสี้ยวสีดำ สัญลักษณ์ของอาณาจักรของเขา
รอยยิ้มพลันเกิดขึ้นที่ใบหน้าคร้ามคม มือที่ยังคงถือดาบคู่ใจเอาไว้ค่อยๆ ออกแรงเปิดประตู นึกยินดีที่ภาพตรงหน้านั้นถือภาพของหญิงสาวผู้ครองเส้นผมสีดำยาวสลวยเหมาะสมกับกิโมโนอันสูงส่งจนอดไม่ได้ที่จะครางเรียกชื่อของอีกฝ่ายออกมา
“ โทโมโยะ... ”
เจ้าของชื่อยิ้ม ... เป็นรอยยิ้มที่สวยงาม ... ตราตรึงหัวใจ
“ ข้ารู้อยู่แล้ว ว่าท่านต้องมา ... คุโรงาเนะ ”
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
สิ้นสุดของหนทางนี้คือที่ใดกัน ...
ระหว่างเรือแห่งสรวงสวรรค์ กับกรงมืดทมิฬแห่งนรก…
เขาไม่สามารถรู้ได้เลย ...
ใจยังคงหวังให้มันเป็นเรือแห่งสรวงสวรรค์ ...
มือที่เต็มไปด้วยคราบดำของฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อยู่ในท่อค่อยๆ เอื้อมมือขึ้นจับฝาท่อเพื่อเปิดมันออกไปสู่โลกกว้างแห่งอิสรภาพ ในใจภาวนาไปถึงภาพเรือลำใหญ่ของตนเองและลูกเรือของเขา ... จากตรงนี้เดินอีกไม่ไกลก็คงถึง ... ถ้าเขาใช้ความมืดค่อยๆ แฝงตัวเข้าไป คงไม่มีใครจับเขาได้
คิดแล้วมือที่เริ่มอ่อนแรงก็เริ่มคลำหาของบางอย่างที่สำคัญ... ทว่ากลับต้องถอนหายใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่า ตนเองได้นำสิ่งนั้นฝากไปให้กับคนๆ หนึ่งไปแล้ว
ท่านคุโรจะได้ใช้ไหมนะ ... หน้ากากสีดำอันนั้น ... คงได้ใช้แหละ ก็สิ่งที่ท่านคุโรจะทำ ... มันไม่ควรที่จะให้คนอื่นรู้นินะ ...
แวบเดียวเท่านั้น ... ที่ใบหน้าคมเข้มของคนร่วมห้องได้ย้อนเข้ามา ... อีกฝ่ายจะรู้บ้างไหมหนอ ว่าสิ่งที่เขาอยากเห็นจากใบหน้าที่มักจะสร้างความกดดันให้กับคนอื่นนั้น แท้จริงแล้วก็คือรอยยิ้ม... อันเต็มเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ...
เขาอยากเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเจ้าชายผู้เย็นชาผู้นั้น ... อยากเห็น... ไม่ใช่เพียงแค่จินตนาการ
โดยลืมสิ้นไปถึงสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ลืม... ช่องว่างระหว่างฐานันดร ... ลืม... ไปว่าเส้นตรงที่ได้บรรจบกันครั้งหนึ่งแล้ว อาจจำต้องแยกออกจากกัน ไม่มีวันได้วกกลับมาพบกันอีก
มือที่แทบจะหมดสิ้นเรี่ยวแรงค่อยๆ ออกแรงดันฝาท่อที่อยู่ตรงหน้าของตนเองขึ้น แสงสีทองสว่างของโคมไฟสาดส่องเข้ามา ... แสนสวยงาม ... หากเขากลับไม่รู้สึกยินดีเลย... ด้วยทันทีที่แสงสว่างนั้นสาดส่องเข้ามาเขาก็ได้เห็น ....
ใบหน้าของคนที่เขาไม่คิดอยากจะเจออีกเป็นครั้งที่สอง
เจ้าของร่างสูงกว่ารวบร่างที่ไม่อาจขัดขืนได้อีกไว้ในอ้อมอกของตนเอง นัยน์ตาสีทองทอดมองคนที่หายใจหอบรวยรินอย่างท้อแท้ด้วยความเริงรื่น ผมสีดำแม้จะอยู่ในทรงที่คล้ายคลึงกับคนในความทรงจำของเขากลับทำให้เขารู้สึกอยากผลักไสมันไปให้ไกลๆ เมื่อมันมาอยู่บนใบหน้าของคนๆ นี้
...ฟูมะ...
“ …ไม่คิดว่าจะเจอเหยื่อชิ้นโตขนาดนี้เลยนะเนี่ย ” ว่าสะอิดสะเอียนในน้ำเสียงแล้วยังไม่เท่าที่อีกฝ่ายโน้มริมฝีปากลงมากระซิบข้างหู ... อยากเหลือเกินที่จะผลักไส หนีออกไปจากอ้อมแขนซึ่งไม่มีวันไหนที่จะอบอุ่น หากแต่มาตอนนี้เขา... ไม่เหลือเรี่ยวแรงอะไรอีกต่อไปแล้ว “ อุตสาห์ทิ้งวังกับอาคันตุกะตัวน้อยมารับ ไม่ดีใจหน่อยหรอ? ”
“ ... นี้เป็นแผนของพวกคุณสินะ ” เค้นเสียงออกไป นัยน์ตาสีแซฟไฟร์คล้ายกับจะวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ทว่าคนถูกมองกลับเพียงส่งยิ้มไปให้ มือหนาไล่สัมผัสไปตามผ้าปิดตาสีดำสนิทซึ่งบดบังนัยน์ตาข้างซ้ายแสนสวยเอาไว้
“ เปล่าครับ... เป็นแผนของคนที่เป็นสาเหตุของผ้าปิดตาผืนนี้ต่างหาก ” แทนที่จะตกใจ ไฟย์กลับหัวเราะขึ้นมา ... เย้ยหยันให้กับความโง่เขลาของเขา ... ที่เต้นไปตามหมากของคนๆ นั้น
... ไม่หรอก... ตอนนี้เขายังไม่ได้เข้าสู่กรงแห่งนรกที่เขาคิดไว้ในตอนแรก ... เพราะเขายังไม่เจอกับคนๆ นั้น
แต่การที่มาโดนจับแบบนี้ ... มันก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก
เพราะสุดท้าย ... เขาก็จะถูกส่งตัวไปอยู่ดี
ไปหา... นรกของเขา ...
...TBC...
===================================================
อยากบอกว่าช่วงนี้ฝนตกหนักมากเลยค่ะ T T mummy ได้ฤกษ์เห็นลูกเห็บก็ช่วงนี้แหละ ทั้งพายุ ทั้งมรสุม พัดกันเข้ามา T[]T!!!
ไอ้ลูกเห็บบ้าาา อย่าตกมาเยอะได้ไหมมม เดี๊ยวหลังคาบ้านชั้นเป็นรู T[]T!!!
บ้านยิ่งแข็งแรงๆ อยู่ด้วย T T ฮือ .... ไอ้ลูกเห็บบ้า
ช่วงนี้จะเล่นคอมไม่ได้เพราะ ฝนตกหนักเนี่ยแหละ ตัว mummy เคยมีประสบการณ์พังเพราะฝนตกหนักๆ ไปสองครั้งแล้วค่ะ T T อาจจะโชคดีหน่อยที่ตอนนี้มี โน๊ตบุคใช้ แต่ ยังไงคอมใหญ่ก็เล่นสนุกกว่านี่หนา ฮือ ....
มาโซนตอบเม้นท์หลังคำบ่นของ mummy ดีกว่าค่ะ T T
>> น้องเด็จป้า - >< ไม่แสนแสบหรอกค่ะ พี่ว่าน้องแต่งโอเคออกนะคะ พี่ออกจะชอบฟิคอารมณ์ประมาณนั้น แต่จะดีใจมากเลยค่ะ TT ถ้ามิวไม่ตายจากมี่ไป~ (เพราะแกใช่ไหม ไอ้เป็ด T[]T!!! ) ส่วนเรื่องที่อยากให้มิโร่พูดตรงๆ นั้น จริงๆ ตัวมิโร่ก็อยากจะพูดหรอกค่ะ แต่คิดว่าถึงจะพูดไป คามิวก็ไม่เชื่ออยู่ดี นู๋มิวหมิ๊วเค้าเป็นพวกเจ็บแล้วจำนานซะด้วยสิ =w='''
ยังไงก็จะรอฟิคตอนใหม่ของน้องนะคะ ><

รู้มั้ยว่าความเป็นห่วงมันทำให้เลือดม่วงเเผ่ซ่านได้!!(เอ่อ....)สู้ชีวิตต่อไปคุโร เราเชื่อว่านายทำได้
TT TTb อยู่ๆอ่านตอนนี้ก็นึกถึงคำพูดของเพื่อนขึ้นมาค่ะ "ไม่ได้เรื่องเลย เป็นเมะเรื่องอื่นเค้ากดเคะไปนานเเล้ว"นั่นสินะ...เดี๋ยวก็โดนคนอื่นตัดหน้าหรอกลูก
เรื่องมิว....ใช่เพราะเเกเเท้ๆเลยไอ้เป็ด= ="...
#1 By 'เด็จป้า on 2009-04-08 19:50