[AU Fic TRC ] L`oiseau Bleu 5

posted on 12 Mar 2009 18:17 by mini-mummy  in fiction
[AU Fic Tsubasa RC ] L`oiseau Bleu 5

Pairing: Kurogane x Fay

Authors: mini_mummy_noel

====================================================

 

Chapter 5

Two Persons , Two Differrences

 

            กลัว ... กลัว .... ใครก็ได้ช่วยที ...

 

            คำขอร้องเดียวที่ไม่มีวันจะไปถึงใครนี้ ...

 

            แขนทั้งสองข้างของเขาถูกพันธนาการไว้แล้ว ... ด้วยโซ่เหล็กแสนแข็งแกร่งติดกำแพงหินแสนเย็นเยียบ  ...

 

            ห้องที่เป็นยิ่งกว่ากรงขังเพราะมันมืดแสนมืด สร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงให้เกิดขึ้นกับเขา ...

 

            กลัว ... กลัว ...

 

            เป็นเสียงเดียวที่ดังกู่ร้องขึ้นมาในใจ

 

            แสงตะวันเป็นอย่างไร นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เห็น

 

            หยาดน้ำตาที่ไหลรดเอ่อล้นขอบตาทั้งๆ ที่ว่าน่าจะเหือดแห้งไปแล้วกลับยังคงไหลเอ่อเรื่อย ... พาให้รู้สึกปวดแสบ... นัยน์ตาสุกสกาวมาตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ...

 

            ใครก็ได้ ... ใครก็ได้ช่วยที ...

 

            ได้แต่นั่งทรุดตัวลงกับพื้นอิฐ ร้องไห้ออกไปอย่างไม่มีเสียง ด้วยรู้ดีว่าเสียงสะอื้นนั้นไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากจะทำให้ผู้ที่กักขังเขารู้สึกยินดีมากยิ่งขึ้น

 

            คนๆ นั้นยังได้ชื่อว่าเป็นคนอยู่หรือเปล่านะ ถึงได้กักขังคนด้วยกันเอง ...

 

            คนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันไม่ใช่หรอ ไม่มีใครดีกว่าใครไม่ใช่หรอ แล้วคนที่พาเขามายังที่แบบนี้เหล่าพิเศษกว่าใคร ถึงได้ทำแบบนี้กับเขา

 

            ไม่สามารถหาคำตอบได้ ... เปลือกตาบางค่อยๆ หลับพริ้มลง หวนนึกไปถึงใบหน้าของคนที่รักสุดใจ ... คนเพียงคนเดียวที่ได้ชื่อว่าพิเศษมากพอที่เขาจะถวายชีวิตให้ ...

 

            เป็นคนเดียวเท่านั้น... ที่เชื่อมั่นว่าจะต้องมาช่วยเขาแน่ๆ ...

 

ไฟย์...

 

            มาช่วยฉัน... ไวๆ หน่อยสิ

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                        ประกายตาสีฟ้าเบิกขึ้นในความมืดของห้องนอนของเรือโจรสลัดลำใหญ่ ... ภาพแรกที่เห็นคือภาพอาภรณ์สีดำสนิทที่คลุมทับแผ่นอกกว้างกำยำ

 

                        หากแต่... สิ่งที่ฉายชัดอยู่ในหัวนั้นกลับเป็นภาพของผู้ที่เขาให้คำมั่นกับตนเองว่าจะปกป้องไปตลอดกาล ...

 

                        ถึงแม้ว่าต้องจะแลกกับอะไร ...

                        ถึงแม้ว่าจะต้องทนลำบาก ทนกับความทุกข์ระทมมากแค่ไหน ...

 

                        พลันแซฟไฟร์เม็ดงามลอบมองซีกหน้าของคนที่กำลังดำดิ่งอยู่ในนิทรา หวนไปนึกถึงคำถามที่อีกฝ่ายเคยให้ไว้กับเขา ...

 

                        สาเหตุที่วางแผนลักพาตัวเจ้าชายแห่งอาณาจักรซูวะ ....

 

                        สาเหตุที่เหมือนจะหาคำตอบได้ง่ายๆ ... ทว่าหากมองลึกลงไปนั้นยากแสนยาก

 

                        ไฟย์ไม่คิดว่าสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำอยู่นี้ผิด หากแต่เขากลับรู้สึกหวาดกลัวมากมายหากอีกฝ่ายล่วงรู้ว่าจบจากภารกิจของเจ้าชายหนุ่มแล้ว เขาไม่คิดที่จะปล่อยให้ลำขาแกร่งนั้นได้มีโอกาสเหยียบย่างเข้าไปในอาณาจักรแห่งนักรบนั้นอีก

 

                        ทั้งๆ ที่รู้ ... ว่าคนๆ นี้เป็นคนดี ... ใจดีมากแค่ไหน ...

 

                        แต่เพื่อที่จะปกป้องคนๆ นั้น ... เขาจำเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆ

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                        กว่าคุโรงาเนะจะตื่นขึ้นมาก็พบว่าบนตัวของตนเองนั้นว่างเปล่าเสียแล้ว ... ใบหน้าคมส่ายไปมานิดๆ อย่างหัวเสียเมื่อรับรู้ได้ถึงความบกพร่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

 

                        เขาเป็นคนที่ตื่นยากแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ

 

                        เอาเข้าจริงแล้วหากจะพูดว่าตื่นยากก็คงแลดูเกินความจริงสำหรับคนธรรมดาทั่วไปนัก ด้วยความที่ยามนัยน์ตาสีแดงเพลิงได้เปิดขึ้นนั้น ท้องฟ้าก็ยังคงสีแห่งราตรีกาลเอาไว้ ... ฟ้ายังไม่สาง

 

                        หากแต่สำหรับคนซึ่งได้รับการฝึกฝนให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาแม้ในยามหลับ เพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อย ก็มากพอที่จะทำให้สติของเขาตื่นตัว เจ้าชายหนุ่มจึงรู้สึกประหลาดใจนักหนาเมื่อพบว่าคนผอมแห้งคนนั้นสามารถออกไปจากห้องแห่งนี้ได้โดยที่ไม่ได้ทำให้เขาได้สติขึ้นมา…. จะว่าว่าไว้ใจ...ก็ไม่เข้าเค้านัก เพราะขนาดคนที่เขาให้คำสัตย์ว่าจะปกป้องอย่างโทโมโยะ  เพียงแค่เด็กสาวเดินผ่านห้องนอนของเขา ประสาทรับรู้ทั้งหมดก็ทำงานโดยอัตโนมัติ

 

                        เรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าหัวหน้าโจรสลัดคนนี้แปลกนัก ... คุโรงาเนะสรุปขึ้นมาในใจ ... ไหนจะเรื่องที่มีความสามารถพิเศษในการอ่านใจคนแต่ไม่สามารถที่จะใช้อำนาจนั้นกับเขาได้ แล้วยังความสามารถด้านการระวังตัวของเขาซึ่งยากเหลือเกินที่จะใช้กับเจ้าของร่างผอมบางนี้ ... ไม่นับรวมเรื่องสาเหตุที่อีกฝ่ายต้องการลักพาตัวเขามา .... นักรบหนุ่มได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ เพิ่งรับรู้ได้เสียเดี๋ยวนั้นว่าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นโจรสลัดนั้นเต็มไปด้วยความลับซึ่งยากจะเข้าถึงมากแค่ไหน

 

                        กระนั้นแล้วความคิดของเขาก็เป็นอันต้องจบลงเมื่อประสาทสัมผัสของเขารับรู้ได้ถึงเสียงฝีเท้าแสนคุ้นเคย... ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มเล็กน้อยคล้ายกับพอใจ เมื่อเห็นร่างหนาของผู้เป็นทั้งเพื่อนทั้งองครักษ์ได้เดินเข้ามาในห้อง โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพอย่างที่มักจะทำเป็นประจำเมื่อพวกเขาทั้งคู่จะเริ่มเรื่องที่สำคัญๆ

 

                        ซึ่งเรื่องที่ได้ชื่อว่าสำคัญ และอีกฝ่ายสามารถที่หาได้บนเรือลำนี้ ... คงไม่พ้นเรื่องที่เขาค่อนข้างให้ความสนใจอยู่อย่างเรื่องคนที่นอนร่วมห้องกับเขาเมื่อคืนเป็นแน่ ...

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                         ตั้งแต่อยู่บนเรือที่เหมือนความฝันลำนี้มา ... ชินไม่เคยรู้สึกหนักใจอะไรเท่ากับเหตุการณ์ในวันนี้มาก่อนเลย

 

                        ทุกๆ เช้าของ L`oiseau Bleu โดยทั่วไปแล้ว มักจะเงียบสงบ ... ลมที่พัดมาเอื่อยๆ มักจะสร้างใบหน้าเจื่อยิ้มให้เกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ... แต่มาวันนี้นั้นแปลกไป ...

 

                        เอาเข้าจริงแล้วที่แปลกไป ก็ คงมีเพียงคนมาใหม่คนหนึ่งเท่านั้น

 

                        ทั้งๆ ที่เมื่อวานนี้คนที่ว่านั้นยังดูให้ความสนิทสนมกับนายเหนือหัวของเขา แต่มาวันนี้ทุกๆครั้งที่คุณไฟย์หยอกล้อ นัยน์ตาสีแดงคมนั้นกลับส่อแววดุดันคล้ายกับไม่พอใจอะไรบางอย่าง แล้วก็เป็นเพราะแววตานั้นเองที่ทำให้ลูกเรือบางคนที่เข้าไปทำความรู้จักมักคุ้นกับเจ้าชายหนุ่มคนนั้นต่างก็ต้องล่าถอยกลับไปประจำตำแหน่งของตนเองโดยไว

 

                        หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นตอนที่ทั้งคู่นอนอยู่ในห้องกันหนอ ?

 

                        ได้เพียงแค่สรุปขึ้นมาในใจ ชินนึกอยากจะถอนหายใจออกมาดังๆ หากไม่ติดว่าการกระทำนั้นไม่มีมารยาทกับคนที่ว่างจัดขนาดเอาเวลามานั่งมองใบหน้าเขาอยู่ตรงหน้าแล้วละก็ ...

 

            เป็นอะไรหรอ ? ” แล้วยังเสียงที่แสดงถึงความห่วงใยนั้นอีก ... ชินพยายามอดทนส่ายหัวออกไป ทั้งๆ ที่ในใจอยากบอกเหลือเกินว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะการกระทำที่ส่อแววตีซี้มากเกินไปของชายหนุ่มนามยูดาคนนี้

 

            ผมคงต้องไปทำงานส่วนของผมแล้วละครับ ... ขอ...

 

                        คำว่า ขอตัวไม่มีวันได้หลุดออกจากริมฝีปากได้รูป เมื่อคนที่เขากำลังพูดด้วยนั้นขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

            ดีเลย ! งั้นฉันไปด้วยนะ

 

                        ชินรู้แล้ว ... ว่าการที่จะสะบัดปลิงให้หลุดออกจากตัวได้นั้นยากขนาดไหน ....  แต่กระนั้นฟ้าก็ยังเมตตา ให้ลูกเรือคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดอะไรบางอย่างกับพวกเขา

 

            ไฟย์กับ.... คุโรงาเนะเรียกประชุม

 

 -*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                        แผนที่ขนาดใหญ่ถูกกางออกลงบนพื้นเรือ ใช้เวลาเพียงนิดเดียวเหล่าชายอกสามศอกก็ล้อมกันเป็นวงกว้างรอบผ้าผืนที่มีลวดลายบ่งบอกถึงทิศทางของเมือง และประเทศต่างๆ ... ตรงกลางมีคนผมทองที่พวกเขาต่างยกให้เป็น นายยืนถือไม้พลองยาวหนึ่งในอาวุธคู่กายของคนร่างบางเอาไว้

 

            ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาเมื่อไล่สายตาจนพบว่าชายฉกรรจ์บนเรือได้มาจนครบ ไฟย์บังคับไม้พลองสีดำสนิทของตนเองเลื่อนไปยังจุดที่เรือของพวกเขากำลังแล่นอยู่ ก่อนจะลากมันตรงไปยังจุดที่เขียนเอาไว้ว่า เมืองเวอริว ก่อนเอ่ย   เท่าที่ดูจากระยะทางฉันคิดว่าพวกเราน่าจะไปถึงฝั่งของเมืองนี้ภายใน 7 วัน

 

                        รวมเวลาทั้งหมดที่เดินทางเป็น 9 วัน ... น้อยกว่าที่เขาร้องขอไปในตอนแรกเสียอีก ... คุโรงาเนะคิด ทั้งๆ ที่หัวใจของเขาควรจะลิงโลดด้วยความดีใจ ทว่าความขัดใจเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เพื่อนร่วมห้องของเขาใช้ในวันนี้แล้ว ... มันกลับหักลบความดีใจที่ควรมีทั้งหมดของเขา

 

                        แล้วคนร่างบางก็อธิบายถึงวิธีการขึ้นเทียบท่าเรือของเมืองเวอริว พวกเขาตัดสินใจที่จะเทียบท่าที่ท่าเรือเล็กซึ่งไม่ค่อยเป็นจุดสนใจมากนัก ซ้ำยังจะขอให้ลูกเรือทุกคนนำสัมภาระทั้งหมดที่มีอยู่บนเรือนี้แปลงเป็นสินค้า ทำตัวประหนึ่งเหมือนเป็นพ่อค้าจากแดนไกลมาขอทำการค้าขายด้วย

 

                        แผนที่กล่าวมาไม่ทำให้เขารู้สึกสงสัยหรือประหลาดใจแม้แต่น้อย ...  หากแต่ เมื่อยามที่ใบหน้างามของผู้นำโจรสลัดแห่งนกสีฟ้านั้นหันมาสบตากับเขา ความรู้สึกที่เขาน่าจะสะบัดทิ้งไป... พลันหวนกลับมา

 

            ที่เหลือก็ขอให้ทุกคนช่วยเหลือท่านคุโรด้วยนะ ส่วนฉัน... จะซ่อนตัวอยู่ในเรือ จนกว่าพวกนายจะทำงานเสร็จละกัน

 

            ทำไมต้องซ่อนตัว ? ” ไม่อยากปล่อยให้ความสงสัยใคร่รู้ของตนติดอยู่นานนัก คุโรงาเนะเลือกที่จะถามออกไปทันทีที่คนร่างบางเอ่ยจบ กระนั้นสิ่งที่เขาได้รับ... กลับกลายเป็นรอยยิ้ม... ที่ไม่ได้ออกมาจากเบื้องลึกหัวใจของคนๆ หนึ่งเท่านั้น ครั้นพอคิดจะซักไซ้ เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอมเขียว คนสนิทของร่างบางกลับขัดขึ้นมาอย่างถูกจังหวะ

 

            ที่เหลือก็แล้วแต่คุณแล้วล่ะครับ ว่าต้องการจะให้พวกผมทำอะไรพร้อมกับที่นัยน์ตาสีทองอำพันส่อแววคาดคั้นได้จ้องสบกับเขา คุโรงาเนะนึกอยากจะตะโกนออกมาดังๆ เมื่อรู้สึกคล้ายว่ามีเพียงตนเองเท่านั้นที่โดนคนในเรือลำนี้ปั่นหัวและต้องเป็นฝ่ายเปิดเผยทุกครั้ง ถึงกระนั้น ดูเหมือนคราวนี้ชินจะยอมผ่อนปรนให้เขาบ้างเมื่อริมฝีปากได้รูปนั้นเอ่ยประโยคถัดไปออกมา  ไม่ต้องบอกเรื่องที่คุณกำลังจะทำอยู่ก็ได้ ขอแค่บอกว่าจะให้พวกผมทำอะไรก็พอ

 

            พวกเจ้าอยู่รอให้ข้าทำเรื่องของข้าให้เสร็จบนเรือนี้ก็พอ ส่วนเจ้าชี้ไปที่เจ้าของผมสีทองสวยเพียงคนเดียวบนเรือ ตอนนี้มากับข้า !  

 

                        ไม่เพียงพูดข้อมือเรียวเล็กก็ถูกมือแกร่งของใครบางคนฉุดลากไป เล่นเอาคนทั้งเรือต่างเหวอไปตามๆ กันเมื่อเห็นว่าร่างของนายเหนือหัวผมทองเซถลาซบกับแผ่นอกกว้าง ทั้งๆ ที่ก็พยายามจะยื้อตัวของตนไว้ แล้ว

 

            จะทำอะไรนะ !! คุโรรุน !! ”  

 

                        คล้ายกับเสียงจะไปไม่ถึงคนร่างสูง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยินยอม สายเลือดแห่งซูวะก็รวบร่างบางขึ้นบ่า  ไม่สนต่อเสียงร้องใสๆ อีกต่อไป แม้ว่าบางคำที่หลุดออกจากริมฝีปากสวยได้รูปนั้นจะเรียกอารมณ์อยากจะขว้างแมวสักตัวทิ้งลงกับน้ำก็ตาม

 

            ปล่อยฉันน้า !!!!!!!!! เอาฉันลงเดี๋ยวนี้นะ !!!! เจ้าบ้าคุโร!! ”

 

                        .... เขาคิดผิดใช่ไหม !  ที่ลงไปช่วยมันเมื่อวาน !! ...

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

            ร่างของคนทั้งคู่ปรากฏขึ้นอีกครั้งในห้องที่ได้ชื่อว่าเป็นส่วนตัวสำหรับคนทั้งสอง ทันทีที่ลำขาแข็งแกร่งก้าวเข้ามาในอาณาบริเวณดังกล่าว ไฟย์ก็ถูกโยนลงบนเตียงหนา ครั้นพอจะเงยหน้าอ้าปากเถียง ร่างสูงๆ ของเพื่อนร่วมห้องผมดำก็กางแขนคร่อมร่างของเขาเอาไว้ ปิดทางหนีของเขาเอาไว้จนหมด ไอ้ที่ว่าจนตรอกเป็นอย่างไร ... มาคราวนี้คนผมทองก็เพิ่งรู้สึก

 

                        ก็พอรู้อยู่ ... ว่าชนชาตินักรบนั้นไม่ชอบอะไรที่คลุมเครือ .. เหมือนกับที่รู้ๆ อยู่ว่าชนชาติที่ว่านี้ คาดคั้นคนเก่งมากแค่ไหน !!

 

                        ผิวหนังเริ่มชื้นเหงื่อโดยพลัน แม้จะพยายามส่งรอยยิ้มหวานให้ ก็ดูเหมือนจะไม่มีผลใดๆ กับคนตรงหน้าเขาเท่าใดนัก ซ้ำร้าย ... ยังไปเพิ่มแรงกดดันให้มากขึ้นยิ่งไปอีก !

 

            โอเค ! ฉันยอมแพ้แล้ว !! ” รีบยกแขนทั้งสองขึ้นยืนยันถึงคำพูดของตนเอง อย่าทำท่าน่ากลัวแบบนิ้สิ คุโรมู้ ! ”

 

                        ถ้าเป็นปกติ ไฟย์เชื่อว่าเขาต้องได้ยินเสียงโวยวายกลับมาจากเจ้าชายหนุ่ม หากแต่คราวนี้ ... ทั้งๆ ที่พยายามเฉไฉแล้ว เมื่อนัยน์ตาของเขาประสานสบกัน ก็คล้ายกับมีแรงดึงดูดบางอย่างให้ตัวเขาชะงักนิ่งไป ...

 

                        เหมือนกับโดนดวงตาสีแดงสดนั้น... สะกดเอาไว้

 

                        ไม่รู้สึกตัวเลย ... ยามที่ร่างของเขาถูกบังคับให้นอนราบลงกับเตียง ... เส้นผมสีทองยาวสยายระไปตามฟูกนุ่ม ขาที่ผ่านสมรภูมิรบมาหลายครั้งหลายคราค่อยๆ ขยับเคลื่อนแทรกเข้ามาที่หว่างขาของเขา ... เรียกให้หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ปลายเท้า... ไฟย์อดที่จะสะดุ้งไม่ได้เมื่อมือแกร่งปัดผ่านไปบนเนื้อผ้าสีดำที่ปกปิดนัยน์ตาข้างซ้ายของเขาเอาไว้

 

            ย... อย่า...

 

                        เพราะคำขอหรือสติที่เหลืออยู่สั่งการ คุโรงาเนะกัดริมฝีปากของตนแน่น ยอมละมือจากซีกใบหน้าสวย เปลี่ยนมากางแขนยันร่างของตนเองเอาไว้ไม่ให้ตกลงไปทาบทับร่างที่บางกว่ามากนัก

 

            เจ้าเคยพูดว่า ... เจ้าไม่คิดจะแล่นเรือไปที่เมืองเวอริวเพราะเจ้าไม่อยากจะเอาพรรคพวกของเจ้าไปเสี่ยง

 

                        เสียงนั้น ... เบายิ่งกว่าเสียงกระซิบ ... หากมากพอที่จะให้มันดังก้องกังวาลในหัวของผู้ที่กำลังรับฟังอยุ่ในขณะนี้

 

            หัวใจของไฟย์เต้นถี่รั่ว ... ก่อนที่เปลือกตาบางจะปิดสนิทเข้าหากัน มอบรอยยิ้มเหมือนกับทุกๆ วันให้กับเจ้าของคำถาม ใช่ ... ฉันพูด

 

                        โดยไม่รู้เลย ... ว่าคนที่มองอยู่นั้น ต้องพยายามอดทนมากแค่ไหนที่จะไม่พาลหงุดหงิดไปกับ รอยยิ้มที่ต่างจากเมื่อคืนวาน ...

 

                        รอยยิ้มที่เหมือนกับจะสร้างระยะห่างให้เพิ่มมากขึ้นมากกว่าจะลดให้หดสั้นลง

 

            เจ้ากำลังหนีอะไรอยู่ ? ” มากพอที่จะทำให้คนฟังแทบจะหยุดลมหายใจของตนเอง ถึงแม้จะแค่นิดเดียวแต่คนตาไวอย่างคุโรงาเนะก็เห็น ... ถึงท่าทีที่บ่งบอกถึงความหวั่นไหวอ่อนแอของคนที่พยายามจะเข้มแข็ง ... นัยน์ตาสีแซฟไฟร์ที่สั่นคลอน

 

            โจรสลัด ... ก็ต้องหนีทหารสิพร้อมกับดันร่างของตนเองขึ้นนั่ง แม้จะถูกคนที่มีแรงเยอะกว่ากดร่างให้นอนลงไปเช่นเดิมก็ตามอย่าลืมสิ ... ว่าพวกฉันไม่ใช่คนที่พร้อมจะยืนอยู่บนเส้นทางแสงสว่างหรอกนะ

 

                        ตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจที่จะมาเป็นแบบนี้แล้ว ...

                        เส้นทางที่ทำให้เขาไม่สามารถกลับไปยืนอยู่บนพื้นดินได้อีก ...

 

            วันนี้ ... อยากกินอะไรหรอ ... ฉันกะจะเข้าครัวพอดี ลองพูดเรื่องอื่นดู หารู้ไม่ว่ามันทำให้คนที่ไม่สามารถอดทนอะไรได้นานๆ หมดความอดทนลง จนเผลอใช้มือกดไหล่เล็กลงไปพาให้ร่างบางๆ แทบจะจมลงไปกับเนื้อฟูก

 

            ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเลี่ยงที่จะคุยกันต่อแบบนี้คิ้วเรียวพลันขมวดเข้าหากันด้วยความเจ็บตรงบริเวณที่ถูกกด กระนั้นแล้วไฟย์ก็ยังพยายามที่จะยิ้มสู้ เอ่ยตอบออกไปอย่างไม่เกรงกลัวถึงผลที่จะตามมา

 

            ฉันว่าฉันตอบคำถามไปหมดแล้วนะ

 

                        แทนทุกอย่าง คุโรงาเนะผลักร่างเล็กๆ นั้น  นัยน์ตาคมที่เคยมอบความอบอุ่นให้กับเขาได้บ้างมาตอนนี้กลับดุดันอย่างประหลาด

 

            ถ้าเจ้าคิดว่าเจ้าสามารถหนีไปได้ตลอด ... ก็หนีไปเถอะ ...  แต่อย่าลืม...

 

            ว่าสิ่งที่เจ้าทำมันก็แค่การยืดเวลาดีๆ เท่านั้น

 

                        แล้วเจ้าของร่างสูงก็ออกจากห้องไป ... ทิ้งให้คนอีกคนอยู่ในห้อง... เพียงคนเดียว ...

 

                        เพียงคนเดียว ... เหมือนเมื่อครั้งก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้ามาในชีวิต ...

                        หรือเอาเข้าจริง ... ก็คือตัวคนเดียวเหมือนเคย

                        ตั้งแต่วันที่เขาได้เลือกเส้นทางนี้ ... เลือกหนทางนี้

 

                        เลือกเส้นทาง ... ที่มันจะทำให้คนรอบข้างเสียใจ ... สูญเสีย ... น้อยที่สุด ...

                        แม้จะต้องแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างของเขาก็ตาม ...

 

                        ในเมื่อมันไม่มีทางอื่นทางใดอีกแล้ว ....

 

ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้น ทั้งๆ ที่ยึดมั่นในเส้นทางของตนเองแล้ว และ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ทำงานหนักหนาอะไร ...

ทำไม มือของเขากลับสั่นระริก ...

 

            การยืดเวลา... เท่านั้นนะหรอ ....

 

                        ไฟย์กำมือแน่น ก่อนจะคลายลงแล้วก้มใบหน้าลงกับมือ

 

            ก็ .... ในเมื่อฉันมีแต่หนทางนี้เท่านั้น...   

 

                        จะว่าว่าอยู่คนเดียว ... มันก็ไม่ถูกนักหรอก ...

                        ตอนนี้เขาก็มีพรรคพวกมากมาย ... มีคนคอยให้ความนับถือ

                        ถึงจะเป็นเพราะว่า คนพวกนั้น ... ไม่รู้ถึงอันตราย ... ไม่รู้ถึงระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขาก็ตาม

ระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงาน ... เมื่อเขาได้พบกับคนๆ นั้น

                        สาเหตุที่ทำให้เขากลายมาเป็นแบบนี้ ...

 

                        .... ไม่เป็นไรหรอก ....

                        ถ้าเกิดว่าเขาได้เจอกับ คนๆ นั้นขึ้นมาจริงๆ ... เขาจะไม่ปล่อยให้ระเบิดในตัวของเขามาทำให้ใครต้องเจ็บปวดทรมาน เหมือนกับที่เขาเคยเจอ...

                        เพราะฉะนั้น ... ขอแค่ตอนนี้ก็ได้ ... อยู่กับเขาไปก่อน ...

                        เพราะการอยู่คนเดียว ... มัน.... ไม่มีความสุขเลย

                        ความหวาดกลัวที่ว่ามากแล้ว สามารถเพิ่มขึ้นได้ทบเท่าทวีเมื่ออยู่คนเดียว

                        ความเข้มแข็งที่เคยคิดว่ามี ก็สามารถสลายหายไปได้เช่นกัน                    

           

            เพราะงั้น ... ขอโอกาสให้ฉันได้ยืดเวลาอีกนิดเถอะนะ...

 

                        ให้ฉันได้ยืดเวลาที่ฉันพอจะมีความสุขได้บ้างเถอะ ...

 

                        ถึงแม้มันจะเป็นความสุขจอมปลอม ถึงแม้มันจะเป็นแค่ภาพลวงตา ...

 

                        แต่มันก็ยังดีกว่า ความทุกข์อยู่ดี ...

 

                        ไม่ใช่หรอ ....?

                       

และที่สำคัญ ...

 

หากฉันไม่หนี...  หากฉันไม่ยืดเวลา

 

ฉันก็ไม่สามารถที่จะปกป้องคนสำคัญของฉันได้ ...

 

ไม่สามารถ.... ที่จะช่วยเหลือสิ่งสำคัญของฉันได้เลย....

 

 

...TBC ... 

 

=============================================

 

ฟิค Pure Seduction อัพเพิ่มจนจบแล้วนะคะ ^^ เอามาพูดตรงนี้เผื่อบางคนยังไม่ทราบ

ตอบคอมเม้นท์ค่ะ ><

 

>> คุณเด็จป้าหรือ คุณ Black นะคะ ไม่รู้ค่ะว่าอ่านฟิคสึบาสะด้วย ^^" เลยไม่ได้ตอบเม้นท์ใน entry ที่แล้ว >< อยากจะบอกว่าขอบคุณมากค่ะสำหรับรูปภาพ ถือเป็นผู้มีพระคุณคนที่สองที่วาดรูปประกอบฟิคให้ mummy เลยนะคะเนี่ย >< ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ แต่เห็นวาดให้แบบนี้แล้ว แอบอยากให้วาดมิโร่ด้วยธีมคล้ายๆ กันจังเลยค่ะ >< (ได้คืบจะเอาศอกเรอะ !!!? ) <== พูดเล่นนะคะ >< 

สำหรับเรื่องชื่อไฟย์ เฟย์ ฟายนี้อยากบอกว่าแอบสร้างปัญหาให้ mummy เหมือนกันค่ะ >< เพราะส่วนตัวชอบเวลาอ่านว่าเฟย์มากกว่า แต่คนญี่ปุ่นเค้าอ่านกันว่าไฟย์ ก็เลยอ่านว่าไฟย์ตามความต้องการของป้า clamp เนี่ยเเหละค่ะ ^^"

(สังเกต ฟิคช่วงแรกๆ มิ้นจะอ่านว่าเฟย์ตาม ที่วิบูลกิจแปลคะ = = )

 

 

>> น้องจุ๊บจัง - -  พี่เกรงว่าถึงจะประท้วงยังไงก็ไม่มีผลเนี่ยสิ แต่ก็นะ คิดให้ดีอย่างน้อยเราก็ได้ดูฉากสามีพาภรรยาเข้าห้องหอละกันน้า ><

อยากบอกว่าเพลงคาเซะโนะมาชิฮีนั้นพี่เองก็ชอบมากเหมือนกัน >< แอบรู้สึกว่าแม้อนิเม จะทำไม่ค่อยดีเท่าไรแต่ พอมาตรงช่วงที่โฮรุฮะร้องแล้วภาพมันก็เหมือนเป็น MV เพลง ตรงนั้นนะพี่ชอบมาก คุโรไฟย์ คุโรไฟย์ คุโรไฟย์ >[]

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ะ! อัพเเล้ว เย้ๆ~

ของเก่าในบอร์ดจันม่วงมันปิดเเล้วอ่ะ

อ่านตั้ง 2 เดือนเเล้วเลยลืม กลับมาอ่านใหม่ อิอิ

เอาตอน 12 ต่อด้วย >[]<

พี่มิ้นนน~~~ แอบดีใจ ที่มีคนอ่านอีกคน อิอิcry

#1 By JupzyberrY on 2009-03-12 19:43

ห้องหอ=[]=!!(คิดไปไกล...)รู้ว่าสึบาสะ ย่อ trc ก็ตอนอ่านฟิคคุณมัมมี่นี่เเหล่ะค่ะ=w="


ภาพเต็มเป็นคามิวอยู่ข้างบนมิโร่อยู่ข้างล่างน่ะค่ะ เเต่ว่าลงได้เเค่คามิวคนเดียโปรเเกรมมันก็หายไปเเล้ว เลยเเปะไปเเค่ 30%TTwTT เเง้ว

ปล.มีคนเรียกว่าเด็จป้าค่ะ ถ้ามันยาว เรียกป้าเฉยๆก็ได้นะคะ

#2 By 'เด็จป้า on 2009-03-12 19:51

ให้ฉันได้ยืดเวลาที่ฉันพอจะมีความสุขได้บ้างเถอะ ...



ถึงแม้มันจะเป็นความสุขจอมปลอม ถึงแม้มันจะเป็นแค่ภาพลวงตา ...



แต่มันก็ยังดีกว่า ความทุกข์อยู่ดี ...



ไม่ใช่หรอ ....?


---> ไม่รุ้ทามมัย ชอบประโยคนี้มากคร่า (มีอยุ่ในหนังสือนิยายที่กำลังอ่านพอดี
ชอบ เว่อออออออ~~

#3 By JupzyberrY on 2009-03-12 19:56