[AU Fic TRC ] L`oiseau Bleu 4

posted on 11 Mar 2009 16:10 by mini-mummy  in fiction
 [AU Fic Tsubasa RC ] L`oiseau Bleu 4

Pairing: Kurogane x Fay

Authors: mini_mummy_noel

====================================================

 

Chapter 4

            Unknown Song

                        ไฟย์ไม่เคยนึกลำบากใจอะไรเท่ากับความลำบากใจในวันนี้มาก่อนเลย ...

 

                        เอาเข้าจริงแล้วนั้นตั้งแต่วันที่เขาได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเรือโจรสลัดลำที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมากับมือตัวเองนั้น คำว่าลำบากใจหรือหนักใจก็คล้ายกับว่าจะล่องลอยหายไปพร้อมกับพันธนาการที่เคยรัดรึงตัวเขาเอาไว้ทั้งหมด หากแต่มาตอนนี้เขากลับรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่งยวดเพียงเพราะเรื่องเพียงเล็กน้อยที่ไม่น่าจะเอามาคิดใส่ใจ

 

                        ทั้งๆ ที่ตอนนี้เขาได้รับชื่อว่าเป็นหนึ่งในหัวหน้าโจรสลัด ผู้ที่มีอำนาจเหนือใครต่อใครบนเรือลำนี้ หากแต่อาจจะเป็นเพราะอำนาจที่ว่านั้นก็ได้ที่เป็นต้นเหตุแห่งความไม่สบายใจครั้งนี้ของเขา

 

                        เตียงที่เขาเคยคิดว่าค่อนข้างใหญ่ไปสำหรับที่จะไว้ตั้งนอนในเรือท่องสมุทรนั้น คล้ายกับจะเล็กลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับร่างสูงของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าโจรสลัดควบคู่กับเขา ... เจ้าชายคุโรงาเนะ

 

                        ขนาดตอนนี้ที่อีกฝ่ายกำลังพูดคุยกับลูกเรือคนอื่นๆ ยามดึกอยู่บนดาดฟ้าของเรือ ปล่อยให้เขาเข้ามานอนก่อน ให้เขาจินตนาการภาพผู้ชายตัวใหญ่ๆ คนหนึ่งมานอนข้างๆ บนเตียงแสนแคบ แค่คิด... ก็รู้สึกหนาวสันหลังอย่างไรบอกไม่ถูก

 

                        แล้วลมหายใจก็ถูกถอนออกมาแผ่วเบา คนผมทองตัดสินใจได้ภายในวินาทีนั้นเอง ... กลับไปนอนที่ห้องของลูกเรือยังดูจะหลับสบายกว่านอนในห้องส่วนตัวที่ไม่มีความเป็นส่วนตัวอีกต่อไป

 

                        ทว่าก่อนที่เจ้าตัวจะทำตามความคิดของตนเอง ประตูไม้บานเล็กก็ถูกเปิดออก พอหันไปมองไฟย์ก็เห็นร่างหนาๆของคนร่วมห้องกำลังเดินสาวเท้าเข้ามาพร้อมกับถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ออกแขวนไว้กับพนักเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งข้างโต๊ะ นัยน์ตาสีแดงยังคงไม่สื่ออารมณ์ใดๆ ทั้งๆ ที่เขากำลังยืนอยู่ในห้องเดียวกับชายหนุ่ม

 

                        เห็นอย่างนั้นแล้วไฟย์ก็พอเดาได้ ... รัชทายาทแห่งซูวะคงไม่คิดอะไรกับการต้องมาร่วมห้องชายคาเดียวกับหัวหน้าโจรสลัดอย่างเขา เอาเข้าจริงแล้วดูเหมือนจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพื้นที่ในการนอนนั้นไม่เพียงพอมากแค่ไหน

 

                        กระนั้นแล้วด้วยความที่ไม่เคยชินหรือเพราะมารยาท ... คนผมทองสาวเท้าก้าวสวนออกไป อย่างไรก็ตามคนๆ นี้ก็ได้ชื่อว่าเอาชนะเขาได้ ดังนั้นเขาควรจะถ่อมตนออกไปนอนกับพวกลูกเรือคนอื่นๆ ดีกว่า ทว่าคนที่เขาคิดจะถ่อมตัวด้วยกลับเรียกรั้งตัวเขาเอาไว้เสียก่อน

 

            จะไปไหน

 

            ไปนอน

 

                        ไม่รู้รู้สึกไปเองหรือเปล่า  เหมือนกับเขาเห็นคิ้วหนาของเจ้าชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นคล้ายกับงุนงง

 

            นอนที่นี้สิ

 

            คุโรปิ๊ปปี้ลามก ชวนนอนด้วยแบบนี้ใช่ได้ที่ไหนแสร้งทำตัวม้วยประหนึ่งเขินอายหนักหนา เป็นดั่งที่คาด ดาบยาวถูกชักฟาดมาจ่อที่คอของเขาเพียงเสี้ยววินาที ไฟย์ยิ้ม มือเรียวค่อยๆ ดันคมดาบออกไป หรือว่ากลัว... ผี ! ”

 

            กลัวบ้าสิ ! ” คนตัวใหญ่คำรามพร้อมกับออกแรงดันดาบเข้าร่างผอมกว่า พาลให้คนผมทองต้องย่อตัวลงเล็กน้อยหลบคมยมทูต ก่อนจะเลื่อนตัวไปทางซ้ายบ้างขวาบ้างหลบการโจมตีที่รุนแรงอย่างรื่นอารมณ์

 

                        แต่อนิจจา เท้าเจ้ากรรมดันเผลอไปเหยียบเข้ากับปลายเสื้อคลุมสีดำสนิทที่ถูกแขวนอยู่ ไฟย์เสียหลักเผลอล้มลงไป ไม่วายเผลอฉุดเอาคนตัวโตอีกคนไปด้วย

 

                        ตุบ !!!

                        โชคดีเหลือแสน ที่ตอนล้มเขาบิดเอนตัวบังคับให้อยู่ในทิศทางของเตียงนุ่ม ส่งผลให้เขาและคนที่ถูกดึงไม่มีส่วนใดที่บุบสลาย หากแต่ความโชคดีนั้นอาจจะเทียบไม่ได้เลยกับความโชคร้ายที่เขากำลังประสบ !

 

                        ไม่ใช่เพียงเพราะความจุกเจ็บจากการโดนคนร่างหนากว่าทาบทับหากแต่ ...

 

ลมหายใจอุ่นร้อนที่กำลังเป่ารดตรงหน้าคล้ายกับจะละลายน้ำแข็งอย่างเขา ....

ไฟย์หน้าแดง ... หน้าแดงอย่างที่ไม่รู้ถึงสาเหตุของมัน

 

ลำขาแกร่งสอดเข้ามาอยู่ระหว่างลำขาขาวผ่องพอดี ... เนื้อผ้าเสียดสีไปกับผิวยามขยับกาย

มือที่พรากเอาชีวิตคนมานัดต่อนัดหลังจากที่โยนดาบทิ้งด้วยเกรงว่ามันจะสร้างบาดแผลให้กับเขาตอนล้มลง ถึงตอนนี้กลับถูกใช้ยันร่างของตนเองเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่างของเขาทั้งคู่อยู่ใกล้กันมากเกินไป ถึงอย่างนั้นแล้ว...

 

เขาไม่สามารถละสายตาไปจากสีแห่งโลหิตจากนัยน์ตาคมดุดันได้เลย ...

คล้ายกับจะมีแรงดึงดูดจากร่างเบื้องบน เปลือกตาบางหรี่ลงเล็กน้อย พร้อมกับที่ร่างทั้งร่างค่อยๆ เลื่อนขึ้นไป ....

 

            ทำอะไรนะ ? ” เสียงนั้นเรียกเอาสติของเขาให้กลับมา คนร่างบางกระพริบตาปริบ รู้สึกตัวอีกทีร่างสูงก็ผละละออกไปยืนเก็บดาบที่ตกลงเข้ากับฝักข้างลำตัว ไฟย์ยันตัวขึ้นนั่ง หัวเราะร่า

 

            คิดว่านายจะหลงกลซะอีก จะได้ชิงเอาตำแหน่งคืนมา

 

                        พูดออกไปอย่างนั้น ... ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วยังไม่รู้ถึงสาเหตุด้วยซ้ำ

 

                        คุโรงาเนะที่ทราบถึงกฎเหล็กของเรือโจรสลัดแห่งนี้พยักหน้านิ่งๆ  เข้าใจในเหตุผลของข้อความที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา ... ไม่คิดที่จะใช้สายตาเสาะหาเหตุผลที่แท้จริง

 

                        เพราะขนาดสายตาที่มักจะแสดงออกไม่คิดที่จะใช้สายตาเสาะหาเหตุผลที่แท้จริง

 

                        เพราะขนาดสายตาที่มักจะแสดงออกถึงความเศร้าหมองนั้น มาตอนนี้กลับดูสับสน ... ดูสับสน งุนงง ยิ่งกว่าใครที่เขาเคยพบเจอมาเสียอีก

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                        สายลมยังคงพัดพากลิ่นของเกลือสมุทรให้กระจัดกระจายไปทั่วพื้นฟ้านภากาศ หมู่ดาวแข่งกันส่องแสงระยิบระยับจับตา ชินสะบัดผมที่สยายปลิ้วปิดปังดวงตาไปไว้ด้านหลังก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนกาบเรือ ปล่อยให้สายลมแห่งคิมหันต์พัดผ่าน นิ้วเรียวค่อยๆ ไล่โน้ตดีดฮาร์ปคู่ใจของตัวเองเป็นจังหวะทำนองไพเราะแสนหวาน ... หากแสนเศร้า ... ยามที่ภาพของคนๆ หนึ่งย้อนเข้ามาในความทรงจำ

 

                        เพลงของคนๆ นั้น ...

                        นายเพียงคนเดียวของเขา ...

 

                        อยากมีความสุข

                        ยังจำได้อยู่เลย ... ถึงเสียงทุ้มเจือแหลมนั้น ....

 

                        อยากมีความสุขเหลือเกิน

                        ใบหน้าแสนเศร้าที่จะแสดงออกต่อเมื่อยู่ลับตาคนหรือเมื่อได้ร้องเพลงนี้ออกมา

 

                        ปรารถนาอยู่กับคุณอย่างสุขสอง  

                        ปรารถนาเป็นความสุขเพียงของคุณ

                        ผมสีทองกระจ่างตาดุจพระจันทร์วันเพ็ญ ....

 

                        พาฉันไปที

                        สู่ดินแดนอันแสนไกล

                        ณ แห่งหนใดที่ไม่ใช่ที่นี้

                        พาฉันไปที

 

                        ....

 

                        แต่แล้วเพลงก็หยุดลงเสียดื้อๆ ... นักดนตรีสมัครเล่นหันควับ รู้สึกได้ถึงการมีตัวตนของบุรุษที่ไม่น่าจะยืนอยู่ที่นี้

 

                        คิริน โนะ ยูดา...

 

            คนๆ นั้นกำลังยืนพิงประตูมองเขาซึ่งกำลังเล่นบทเพลงอยู่อย่างพึงพอใจ นัยน์ตาสีฟ้าใสสีเดียวกับเจ้าของเพลง ไม่ได้สร้างความพอใจให้มากนักเพราะมันไม่ได้ส่อแววเศร้าอย่างคนที่เขาตั้งใจจะปรนนิบัติไปชั่วชีวิต ยิ่งทวีความหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก เมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาว่า ไม่เล่นต่อหรอ ? ”

 

                        มากพอที่จะทำให้เขาเก็บสิ่งมีค่ามากที่สุดชิ้นหนึ่งของตนเอง ชินลุกขึ้นทำท่าจะเดินกลับไปนอนยังที่ๆ ของตนเอง หากลมไม่พัดมาทำให้ผมของเขาไปเกี่ยวกับเครื่องดนตรีชิ้นเอกของเขาเข้า

 

            โอ๊ย ! ” ครางออกมาเบาๆ ตอนที่ผมไปพันกับเส้นเอ็นแบบนี้ เจ็บไม่ใช่เล่นเลย

 

            อยู่นิ่งๆ นะคนที่ไม่รู้ว่ามายืนใกล้กับเขาตั้งแต่เมื่อไรบอก ไม่เพียงแค่นั้นยังถือสิทธิ์สัมผัสผมของเขาอย่างแผ่วเบา แบบนี้จะหลบยังไงก็คงหนีไม่พ้น คนอารมณ์เย็นถอนหายใจปล่อยให้อีกฝ่ายใช้มือแก้เส้นผมที่พันกันของเขานิ่งๆ ตามอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ “…เสร็จแล้ว

 

            ...ขอบคุณอ้อมแอ้มตอบออกไป ก่อนจะหันหลังเดินหลบไปอีกทาง หากแต่คนมือไวก็ยังจับได้ทัน

 

            อยู่นิ่งๆ แปปหนึ่งนะไม่รอแม้กระทั้งคำตอบ ริบบิ้นสีขาวก็ถูกนำมาผูกเส้นผมยาวสลวยสวยถึงเอว ทั้งๆ ที่เป็นมือที่ใช้ถืออาวุธสำหรับรบพุ่งกัน หากแต่เมื่อนำมันมาทำอะไรที่ต้องใช้ความนิ่มนวล ยูดากลับทำมันได้อย่างอ่อนโยนเกินคาด มัดไว้แบบนี้ ผมจะได้ไม่ไปเกี่ยวกับฮาร์ปอีกเวลานายเล่นมันไง

 

            ขอบ....

 

            แทนคำขอบคุณ ช่วยเล่นเพลงเมื่อกี้ให้ฟังหน่อยได้ไหม ? ”

 

                        ชินนึกอยากจะค้าน หากแต่เมื่อสบกับดวงตาที่บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ใจนั้น เขาก็เถียงไม่ออก ใบหน้างามก้มต่ำลง

 

            แลกกับเก็บเรื่องเพลงนี้เป็นความลับได้ไหม...พอเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะถามต่อเลยขยายความ เพลงนี้เป็นเพลงของคุณไฟย์ ... ฉันเห็นเขาร้องเพลงนี้ตอนอยู่คนเดียว

 

                        แต่พอฉันเดินเข้าไป ... เขาก็หยุดร้องเพลงทันที ...

                        ชินเลือกที่จะไม่พูดมันออกไป ... เพราะเพียงแค่นั้น อีกฝ่ายก็พอเข้าใจได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว

 

                        เขาค่อยๆ นั่งลง ... ที่จุดเดิมที่เขาได้นั่งตอนที่อีกฝ่ายยังแอบมอง นิ้วเรียวเริ่มบรรเลงเพลงต่อจากท่อนที่ค้างไป ...

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

มนตราที่มิอาจเสื่อมสลาย

นอนที่นี้แหละ

 

คุโรวู้ไม่กล้านอนคนเดียวละสิ ! ”

 

ไม่ใช่โว้ย !! ”

จุมพิตที่ไร้จุดคลายอันสิ้นสุด

            ชวนนอนด้วยกันแบบนี้ ... หื่นกามไม่ใช่เล่นเลยน้า คุณหัวหน้า ! ”

 

            เจ้า !! ”

 

ความฝันที่มิอาจฉุดให้ตื่นขึ้น

            ท่านคุโรเนี่ยละก็ ...  คร่อมทับฉันอีกแล้วน่ะ ! ”

           

นั้นเพราะเจ้าสะดุดแล้วดึงข้าให้ตกลงมาด้วยไม่ใช่เรอะ !! ”

 

สุขล้ำอันไร้วันคืนที่รางเลือน

            ปกติฉันไม่เคยสะดุดเลยนะเนี่ย ... ถ้าฉันไม่สะดุด คุณพ่อคุโรก็คงจับฉันไม่ได้หรอก

 

            ใครคุณพ่อกัน ! ”

 

            ก็คุโรปี๊ปปี้ไง ! ส่วนฉันก็เป็นคุณแม่ ! มีลูก ๆ ก็คือลูกเรือที่นี้ทุกคน !! ”

 

พาฉันไปที

            อยากตายนักหรือไง ! ”

 

            ถ้าตายในอ้อมกอดของเจ้าโฮ่งคุโรก็คงโรแมนติกไม่หยอกหรอกน้า

อยากมีความสุขเหลือเกิน

            เจ้าจะเลิกเรียกชื่อข้าแปลกๆ ไหม ! ”

 

            ทำไมล่ะ !? นี้เป็นการแสดงความรักน้า ฉันอยากเรียกชื่ออะไรๆ ที่มันน่ารักให้กับคนพิเศษนิ ! ”

เหล่าวิหคเอื้อนเอ่ยขับขาน  บทกวีที่ไม่รู้จักอันหวานซึ้ง

            ข้าไม่ต้องการ !! ”

ถึงแม้ฉันจะมีปีกก็มิอาจเอื้อมถึงนภาลัยอันกว้างใหญ่ดินแดนที่มิอาจไปได้เพียงลำพัง

            พูดแบบนี้แอบเสียใจนะเนี่ย

 

            ....พอกันที ข้าจะนอนแล้ว !!! ”

 

            จะนอนแล้วหรอ ? ฉันไม่นอนที่นี้จริงๆ นะ คุโรรินต้าไม่กลัวหรอ

 

พาฉันไปทีณ แห่งหนใดที่ไม่ใช่ที่นี่

            ถึงเจ้าไม่นอน ข้าก็ไม่กลัวหรอก !! แต่ ...

มิใช่อดีตของคุณ ... หากแต่ปัจจุบันของคุณคือสิ่งที่ฉันปรารถนา

            “ !!! คุโรริน ทำอะไรนะ !!! กอดกันแบบนี้มันอึดอัดน้า !! ผู้ชายตัวใหญ่ๆ สองคนนอนด้วยกันแบบนี้เตียงมันแคบ

 

            หุบปากแล้วนอนซะ ! ข้าขี้เกียจฟังเจ้าหัวเขียวนั้นบ่นตอนเช้า อีกอย่างตัวบางอย่างเจ้านอนทับข้าข้าก็ไม่รู้สึกหรอก ! ”

 

            ไม่รู้สึก ... แปลกๆ หรอ

 

            ไม่รู้ ! จะนอน! 

ถักทอวันพรุ่งที่ดูดุจจะหยุดลง

           

            ... หลับแล้วหรอ ... ? ”

 

            ยัง

 

            “ …. คุโรโป้ง...ตัวของนายนะ...  

 

พาฉันไปที

            อุ่นมากเลย...

 

อยากมีความสุขเหลือเกิน

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                       

            เพลงจบลงแล้ว ... ชินวางมือจากฮาร์ป ช้อนสายตาขึ้นมองบุรุษที่มีความรู้สึกเดียวกัน ...

            หนึ่งคือประหลาดใจสงสัย ... สองคือเหงาหงอยยามเมื่อได้ฟังเพลง

            ยูดา ... เป็นคนทำลายความเงียบขึ้นก่อน

 

เกี่ยวกับ L’oiseau Bleu... ทุกๆ ครั้งฉันมักจะได้ยินแต่เรื่องดีๆย้อนหวนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ในร้านบาร์เหล้าที่มีกลุ่มหญิงสาวพูดคุยกัน ... ไม่มีใครที่รังเกียจ L’oiseau Bleu ไม่มีใครที่ไม่ชอบไม่ชื่นชมในตัวหัวหน้าแห่งนกสีฟ้า

 

            หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดที่ใช้เงินที่ตามหามาได้ในการมอบอิสระให้ผู้คน ... เฉกเช่นเดียวกับนายเหนือหัวของเขา

 

 

แล้วทำไม... เพลงนี้มันถึงเหมือนกับว่าเจ้าของเพลงกำลังหนีอะไรอยู่อย่างงั้นแหละ… ”

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

                        เปลือกตาบางลืมขึ้นในความมืด ... ห้องที่แสงเทียนได้ดับลงไปแล้ว

                        อ้อมกอดของบุรุษเพศเช่นเดียวกัน แทนที่จะให้ความรู้สึกน่าขยะแขยง ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะให้ความรู้สึกพึงพอใจได้เลย แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจ ซ้ำยังรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ...

 

                        ความรู้สึกอบอุ่น ... ที่เขาไม่ควรจะมีกับเจ้าชายหนุ่มพระองค์นี้

 

                        ไม่ว่าจะด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ใด ... ไม่ว่าจะมองมุมใด เขาทั้งสองก็ไม่มีทางจะข้องเกี่ยวกันได้

                        ไฟย์ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น หากแต่เป็นเพราะออกแรงมากไป คนที่เขาอยากให้หลับ ... จึงตื่นขึ้นมา

 

            จะไปไหน ? ”  ถามออกมาห้วนสั้น พร้อมกับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม คนจะหนีเลยตกลงไปนอนบนแผ่นอกกว้างกำยำอีกครั้ง

            เปล่า...ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วจะหนีไปนอนที่อื่น ... โชคดีเหลือเกินที่ในห้องนี้มืดแสนมืด ทำให้คุโรงาเนะไม่สามารถจับผิดผู้พูดได้มากนัก หรือเอาเข้าจริงแล้วจับได้ หาก ... ไม่สนใจ “ …ถามได้ไหมว่าถ้าไปถึงเมืองเวอริวแล้ว นายจะทำอะไรต่อไป

 

            ข้าจะตอบคำถามของเจ้าก็ต่อเมื่อเจ้าตอบคำถามของข้าแทนคำตอบกลับยื่นข้อเสนอออกมา ไฟย์อยากเหลือเกินที่จะช้อนสายตาขึ้นสบกับนัยน์ตาคมดุดันนั้นหากแต่สิ่งที่เขาเห็นกลับมีเพียงแค่ปลายคางของอีกฝ่าย

 

            ดูเป็นอะไรที่ยุติธรรมดีจัง ... นายจะถามอะไรล่ะ ? ” แล้วก็ซุกใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างกำยำ ... ไม่ยอมให้ไปดีนัก ขอซุกหน่อยละกัน

 

            สาเหตุของแผนลักพาตัวข้า

 

                        แทนคำตอบคือความเงียบ .... คุโรงาเนะรู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่เขาไม่มีวันได้รับคำตอบพร้อมกับที่ได้รู้ว่า ...

                        สาเหตุของสิ่งนั้น... ไม่ใช่เพียงแค่การต่อรอง หรือปรารถนาในอำนาจของเขา ... แน่นอน ....

 

...TBC...

 

=============================================

 

เรื่องของการตอบคอมเม้นท์ ในที่นี้ขอตอบแค่ของน้องจุ๊บนะคะ ^^" เพราะคิดว่าบางท่านคงไม่ได้อ่านตอบเม้นท์ในกระทู้นี้ = =

 

>> น้องจุ๊บ ขอบใจจ้าสำหรับคนชม >< แต่ความดีเรื่องธีมนี้ ยังไงพี่ก็ขอยกให้เพื่อนพี่จริงๆ เพราะพี่คงทำไม่ได้ ถ้าไม่ได้เพื่อนของพี่ทำให้ ^^"  จะรอดูทั้งฟิคของน้องแล้วก็ OVA เลยละ >< แต่จริงๆ แอบอยากเห็นฉากที่คุโรยอมตัดแขนเพื่อไฟย์มากๆ เลยนะ clamp ใจร้ายที่สุดเลย TT อาณาจักรสองอาณาจักรที่ข้ามไป เป็นช่วงเนื้อเรื่องของคุโรไฟย์ทั้งนั้นเลยอ้า T[]T

 

edit @ 11 Mar 2009 16:15:22 by mummy

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชื่อฟายนี่มันเป็นปริศนาจริงๆเลยค่ะ- -"

เดี๋ยวก็ฟาย เดี๋ยวก็เฟย์ อ่านฟิคคุณมัมมี่ตอนเเรกมีเอ๋อเล็กน้อย

ปล.ลิ้งก์ในเอนทรี่ก่อนลืมบอกว่าเเฟนอาร์ทวาดมาให้ค่ะ มันไม่ค่อยจะสวยขออภัยด้วยนะค๊า~(_ _)

#1 By 'เด็จป้า on 2009-03-11 16:34

เด่วเค้าก้อน่าจาทาม ตอนอินฟินิตี้อ่ะ เพราะเด่วเเฟนๆที่ญี่ปุ่น ก้อต้องปะท้วงกันให้ทำอยุ่ดี cry เเต่มะรุ้เมื่อไหร่เหมือนกานค่า

ชอบมากเรื่องเนี้ยยยย กรี้สส

#2 By JupzyberrY on 2009-03-11 19:30

เเอบเปิดเพลง kaze no machi he

OST อ่ะ ได้จัยมากๆ

#3 By JupzyberrY on 2009-03-11 20:28