[AU Fic TRC ] L`oiseau Bleu 4
posted on 11 Mar 2009 16:10 by mini-mummy in fictionPairing: Kurogane x Fay
Authors: mini_mummy_noel
====================================================
Chapter 4
Unknown Song
ไฟย์ไม่เคยนึกลำบากใจอะไรเท่ากับความลำบากใจในวันนี้มาก่อนเลย ...
เอาเข้าจริงแล้วนั้นตั้งแต่วันที่เขาได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเรือโจรสลัดลำที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมากับมือตัวเองนั้น คำว่าลำบากใจหรือหนักใจก็คล้ายกับว่าจะล่องลอยหายไปพร้อมกับพันธนาการที่เคยรัดรึงตัวเขาเอาไว้ทั้งหมด หากแต่มาตอนนี้เขากลับรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่งยวดเพียงเพราะเรื่องเพียงเล็กน้อยที่ไม่น่าจะเอามาคิดใส่ใจ
ทั้งๆ ที่ตอนนี้เขาได้รับชื่อว่าเป็นหนึ่งในหัวหน้าโจรสลัด ผู้ที่มีอำนาจเหนือใครต่อใครบนเรือลำนี้ หากแต่อาจจะเป็นเพราะอำนาจที่ว่านั้นก็ได้ที่เป็นต้นเหตุแห่งความไม่สบายใจครั้งนี้ของเขา
เตียงที่เขาเคยคิดว่าค่อนข้างใหญ่ไปสำหรับที่จะไว้ตั้งนอนในเรือท่องสมุทรนั้น คล้ายกับจะเล็กลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับร่างสูงของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าโจรสลัดควบคู่กับเขา ... เจ้าชายคุโรงาเนะ
ขนาดตอนนี้ที่อีกฝ่ายกำลังพูดคุยกับลูกเรือคนอื่นๆ ยามดึกอยู่บนดาดฟ้าของเรือ ปล่อยให้เขาเข้ามานอนก่อน ให้เขาจินตนาการภาพผู้ชายตัวใหญ่ๆ คนหนึ่งมานอนข้างๆ บนเตียงแสนแคบ แค่คิด... ก็รู้สึกหนาวสันหลังอย่างไรบอกไม่ถูก
แล้วลมหายใจก็ถูกถอนออกมาแผ่วเบา คนผมทองตัดสินใจได้ภายในวินาทีนั้นเอง ... กลับไปนอนที่ห้องของลูกเรือยังดูจะหลับสบายกว่านอนในห้องส่วนตัวที่ไม่มีความเป็นส่วนตัวอีกต่อไป
ทว่าก่อนที่เจ้าตัวจะทำตามความคิดของตนเอง ประตูไม้บานเล็กก็ถูกเปิดออก พอหันไปมองไฟย์ก็เห็นร่างหนาๆของคนร่วมห้องกำลังเดินสาวเท้าเข้ามาพร้อมกับถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ออกแขวนไว้กับพนักเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งข้างโต๊ะ นัยน์ตาสีแดงยังคงไม่สื่ออารมณ์ใดๆ ทั้งๆ ที่เขากำลังยืนอยู่ในห้องเดียวกับชายหนุ่ม
เห็นอย่างนั้นแล้วไฟย์ก็พอเดาได้ ... รัชทายาทแห่งซูวะคงไม่คิดอะไรกับการต้องมาร่วมห้องชายคาเดียวกับหัวหน้าโจรสลัดอย่างเขา เอาเข้าจริงแล้วดูเหมือนจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพื้นที่ในการนอนนั้นไม่เพียงพอมากแค่ไหน
กระนั้นแล้วด้วยความที่ไม่เคยชินหรือเพราะมารยาท ... คนผมทองสาวเท้าก้าวสวนออกไป อย่างไรก็ตามคนๆ นี้ก็ได้ชื่อว่าเอาชนะเขาได้ ดังนั้นเขาควรจะถ่อมตนออกไปนอนกับพวกลูกเรือคนอื่นๆ ดีกว่า ทว่าคนที่เขาคิดจะถ่อมตัวด้วยกลับเรียกรั้งตัวเขาเอาไว้เสียก่อน
“ จะไปไหน ”
“ ไปนอน ”
ไม่รู้รู้สึกไปเองหรือเปล่า เหมือนกับเขาเห็นคิ้วหนาของเจ้าชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นคล้ายกับงุนงง
“ นอนที่นี้สิ ”
“ คุโรปิ๊ปปี้ลามก ชวนนอนด้วยแบบนี้ใช่ได้ที่ไหน ” แสร้งทำตัวม้วยประหนึ่งเขินอายหนักหนา เป็นดั่งที่คาด ดาบยาวถูกชักฟาดมาจ่อที่คอของเขาเพียงเสี้ยววินาที ไฟย์ยิ้ม มือเรียวค่อยๆ ดันคมดาบออกไป “ หรือว่ากลัว... ผี ! ”
“ กลัวบ้าสิ ! ” คนตัวใหญ่คำรามพร้อมกับออกแรงดันดาบเข้าร่างผอมกว่า พาลให้คนผมทองต้องย่อตัวลงเล็กน้อยหลบคมยมทูต ก่อนจะเลื่อนตัวไปทางซ้ายบ้างขวาบ้างหลบการโจมตีที่รุนแรงอย่างรื่นอารมณ์
แต่อนิจจา เท้าเจ้ากรรมดันเผลอไปเหยียบเข้ากับปลายเสื้อคลุมสีดำสนิทที่ถูกแขวนอยู่ ไฟย์เสียหลักเผลอล้มลงไป ไม่วายเผลอฉุดเอาคนตัวโตอีกคนไปด้วย
ตุบ !!!
โชคดีเหลือแสน ที่ตอนล้มเขาบิดเอนตัวบังคับให้อยู่ในทิศทางของเตียงนุ่ม ส่งผลให้เขาและคนที่ถูกดึงไม่มีส่วนใดที่บุบสลาย หากแต่ความโชคดีนั้นอาจจะเทียบไม่ได้เลยกับความโชคร้ายที่เขากำลังประสบ !
ไม่ใช่เพียงเพราะความจุกเจ็บจากการโดนคนร่างหนากว่าทาบทับหากแต่ ...
ลมหายใจอุ่นร้อนที่กำลังเป่ารดตรงหน้าคล้ายกับจะละลายน้ำแข็งอย่างเขา ....
ไฟย์หน้าแดง ... หน้าแดงอย่างที่ไม่รู้ถึงสาเหตุของมัน
ลำขาแกร่งสอดเข้ามาอยู่ระหว่างลำขาขาวผ่องพอดี ... เนื้อผ้าเสียดสีไปกับผิวยามขยับกาย
มือที่พรากเอาชีวิตคนมานัดต่อนัดหลังจากที่โยนดาบทิ้งด้วยเกรงว่ามันจะสร้างบาดแผลให้กับเขาตอนล้มลง ถึงตอนนี้กลับถูกใช้ยันร่างของตนเองเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่างของเขาทั้งคู่อยู่ใกล้กันมากเกินไป ถึงอย่างนั้นแล้ว...
เขาไม่สามารถละสายตาไปจากสีแห่งโลหิตจากนัยน์ตาคมดุดันได้เลย ...
คล้ายกับจะมีแรงดึงดูดจากร่างเบื้องบน เปลือกตาบางหรี่ลงเล็กน้อย พร้อมกับที่ร่างทั้งร่างค่อยๆ เลื่อนขึ้นไป ....
“ ทำอะไรนะ ? ” เสียงนั้นเรียกเอาสติของเขาให้กลับมา คนร่างบางกระพริบตาปริบ รู้สึกตัวอีกทีร่างสูงก็ผละละออกไปยืนเก็บดาบที่ตกลงเข้ากับฝักข้างลำตัว ไฟย์ยันตัวขึ้นนั่ง หัวเราะร่า
“ คิดว่านายจะหลงกลซะอีก จะได้ชิงเอาตำแหน่งคืนมา ”
พูดออกไปอย่างนั้น ... ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วยังไม่รู้ถึงสาเหตุด้วยซ้ำ
คุโรงาเนะที่ทราบถึงกฎเหล็กของเรือโจรสลัดแห่งนี้พยักหน้านิ่งๆ เข้าใจในเหตุผลของข้อความที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา ... ไม่คิดที่จะใช้สายตาเสาะหาเหตุผลที่แท้จริง
เพราะขนาดสายตาที่มักจะแสดงออกไม่คิดที่จะใช้สายตาเสาะหาเหตุผลที่แท้จริง
เพราะขนาดสายตาที่มักจะแสดงออกถึงความเศร้าหมองนั้น มาตอนนี้กลับดูสับสน ... ดูสับสน งุนงง ยิ่งกว่าใครที่เขาเคยพบเจอมาเสียอีก
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
สายลมยังคงพัดพากลิ่นของเกลือสมุทรให้กระจัดกระจายไปทั่วพื้นฟ้านภากาศ หมู่ดาวแข่งกันส่องแสงระยิบระยับจับตา ชินสะบัดผมที่สยายปลิ้วปิดปังดวงตาไปไว้ด้านหลังก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนกาบเรือ ปล่อยให้สายลมแห่งคิมหันต์พัดผ่าน นิ้วเรียวค่อยๆ ไล่โน้ตดีดฮาร์ปคู่ใจของตัวเองเป็นจังหวะทำนองไพเราะแสนหวาน ... หากแสนเศร้า ... ยามที่ภาพของคนๆ หนึ่งย้อนเข้ามาในความทรงจำ
เพลงของคนๆ นั้น ...
นายเพียงคนเดียวของเขา ...
‘ อยากมีความสุข’
ยังจำได้อยู่เลย ... ถึงเสียงทุ้มเจือแหลมนั้น ....
‘ อยากมีความสุขเหลือเกิน ’
ใบหน้าแสนเศร้าที่จะแสดงออกต่อเมื่อยู่ลับตาคนหรือเมื่อได้ร้องเพลงนี้ออกมา
‘ ปรารถนาอยู่กับคุณอย่างสุขสอง
ปรารถนาเป็นความสุขเพียงของคุณ’
ผมสีทองกระจ่างตาดุจพระจันทร์วันเพ็ญ ....
‘พาฉันไปที
สู่ดินแดนอันแสนไกล
ณ แห่งหนใดที่ไม่ใช่ที่นี้
พาฉันไปที’
....
แต่แล้วเพลงก็หยุดลงเสียดื้อๆ ... นักดนตรีสมัครเล่นหันควับ รู้สึกได้ถึงการมีตัวตนของบุรุษที่ไม่น่าจะยืนอยู่ที่นี้
คิริน โนะ ยูดา...
คนๆ นั้นกำลังยืนพิงประตูมองเขาซึ่งกำลังเล่นบทเพลงอยู่อย่างพึงพอใจ นัยน์ตาสีฟ้าใสสีเดียวกับเจ้าของเพลง ไม่ได้สร้างความพอใจให้มากนักเพราะมันไม่ได้ส่อแววเศร้าอย่างคนที่เขาตั้งใจจะปรนนิบัติไปชั่วชีวิต ยิ่งทวีความหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก เมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาว่า “ ไม่เล่นต่อหรอ ? ”
มากพอที่จะทำให้เขาเก็บสิ่งมีค่ามากที่สุดชิ้นหนึ่งของตนเอง ชินลุกขึ้นทำท่าจะเดินกลับไปนอนยังที่ๆ ของตนเอง หากลมไม่พัดมาทำให้ผมของเขาไปเกี่ยวกับเครื่องดนตรีชิ้นเอกของเขาเข้า
“ โอ๊ย ! ” ครางออกมาเบาๆ ตอนที่ผมไปพันกับเส้นเอ็นแบบนี้ เจ็บไม่ใช่เล่นเลย
“ อยู่นิ่งๆ นะ ” คนที่ไม่รู้ว่ามายืนใกล้กับเขาตั้งแต่เมื่อไรบอก ไม่เพียงแค่นั้นยังถือสิทธิ์สัมผัสผมของเขาอย่างแผ่วเบา แบบนี้จะหลบยังไงก็คงหนีไม่พ้น คนอารมณ์เย็นถอนหายใจปล่อยให้อีกฝ่ายใช้มือแก้เส้นผมที่พันกันของเขานิ่งๆ ตามอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ “…เสร็จแล้ว ”
“ ...ขอบคุณ ” อ้อมแอ้มตอบออกไป ก่อนจะหันหลังเดินหลบไปอีกทาง หากแต่คนมือไวก็ยังจับได้ทัน
“ อยู่นิ่งๆ แปปหนึ่งนะ ” ไม่รอแม้กระทั้งคำตอบ ริบบิ้นสีขาวก็ถูกนำมาผูกเส้นผมยาวสลวยสวยถึงเอว ทั้งๆ ที่เป็นมือที่ใช้ถืออาวุธสำหรับรบพุ่งกัน หากแต่เมื่อนำมันมาทำอะไรที่ต้องใช้ความนิ่มนวล ยูดากลับทำมันได้อย่างอ่อนโยนเกินคาด “ มัดไว้แบบนี้ ผมจะได้ไม่ไปเกี่ยวกับฮาร์ปอีกเวลานายเล่นมันไง ”
“ ขอบ.... ”
“ แทนคำขอบคุณ ช่วยเล่นเพลงเมื่อกี้ให้ฟังหน่อยได้ไหม ? ”
ชินนึกอยากจะค้าน หากแต่เมื่อสบกับดวงตาที่บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ใจนั้น เขาก็เถียงไม่ออก ใบหน้างามก้มต่ำลง
“ แลกกับเก็บเรื่องเพลงนี้เป็นความลับได้ไหม... ” พอเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะถามต่อเลยขยายความ “ เพลงนี้เป็นเพลงของคุณไฟย์ ... ฉันเห็นเขาร้องเพลงนี้ตอนอยู่คนเดียว ”
แต่พอฉันเดินเข้าไป ... เขาก็หยุดร้องเพลงทันที ...
ชินเลือกที่จะไม่พูดมันออกไป ... เพราะเพียงแค่นั้น อีกฝ่ายก็พอเข้าใจได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว
เขาค่อยๆ นั่งลง ... ที่จุดเดิมที่เขาได้นั่งตอนที่อีกฝ่ายยังแอบมอง นิ้วเรียวเริ่มบรรเลงเพลงต่อจากท่อนที่ค้างไป ...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
มนตราที่มิอาจเสื่อมสลาย
“ นอนที่นี้แหละ ”
“ คุโรวู้ไม่กล้านอนคนเดียวละสิ ! ”
“ ไม่ใช่โว้ย !! ”
จุมพิตที่ไร้จุดคลายอันสิ้นสุด
“ ชวนนอนด้วยกันแบบนี้ ... หื่นกามไม่ใช่เล่นเลยน้า คุณหัวหน้า ! ”
“ เจ้า !! ”
ความฝันที่มิอาจฉุดให้ตื่นขึ้น
“ ท่านคุโรเนี่ยละก็ ... คร่อมทับฉันอีกแล้วน่ะ ! ”
“ นั้นเพราะเจ้าสะดุดแล้วดึงข้าให้ตกลงมาด้วยไม่ใช่เรอะ !! ”
สุขล้ำอันไร้วันคืนที่รางเลือน
“ ปกติฉันไม่เคยสะดุดเลยนะเนี่ย ... ถ้าฉันไม่สะดุด คุณพ่อคุโรก็คงจับฉันไม่ได้หรอก ”
“ ใครคุณพ่อกัน ! ”
“ ก็คุโรปี๊ปปี้ไง ! ส่วนฉันก็เป็นคุณแม่ ! มีลูก ๆ ก็คือลูกเรือที่นี้ทุกคน !! ”
พาฉันไปที
“ อยากตายนักหรือไง ! ”
“ ถ้าตายในอ้อมกอดของเจ้าโฮ่งคุโรก็คงโรแมนติกไม่หยอกหรอกน้า ”
อยากมีความสุขเหลือเกิน
“ เจ้าจะเลิกเรียกชื่อข้าแปลกๆ ไหม ! ”
“ ทำไมล่ะ !? นี้เป็นการแสดงความรักน้า ฉันอยากเรียกชื่ออะไรๆ ที่มันน่ารักให้กับคนพิเศษนิ ! ”
เหล่าวิหคเอื้อนเอ่ยขับขาน บทกวีที่ไม่รู้จักอันหวานซึ้ง
“ ข้าไม่ต้องการ !! ”
ถึงแม้ฉันจะมีปีกก็มิอาจเอื้อมถึงนภาลัยอันกว้างใหญ่… ดินแดนที่มิอาจไปได้เพียงลำพัง
“ พูดแบบนี้แอบเสียใจนะเนี่ย ”
“ ....พอกันที ข้าจะนอนแล้ว !!! ”
“ จะนอนแล้วหรอ ? ฉันไม่นอนที่นี้จริงๆ นะ คุโรรินต้าไม่กลัวหรอ ”
พาฉันไปที…ณ แห่งหนใดที่ไม่ใช่ที่นี่
“ ถึงเจ้าไม่นอน ข้าก็ไม่กลัวหรอก !! แต่ ... ”
มิใช่อดีตของคุณ ... หากแต่ปัจจุบันของคุณคือสิ่งที่ฉันปรารถนา
“ !!! คุโรริน ทำอะไรนะ !!! กอดกันแบบนี้มันอึดอัดน้า !! ผู้ชายตัวใหญ่ๆ สองคนนอนด้วยกันแบบนี้เตียงมันแคบ ”
“ หุบปากแล้วนอนซะ ! ข้าขี้เกียจฟังเจ้าหัวเขียวนั้นบ่นตอนเช้า อีกอย่างตัวบางอย่างเจ้านอนทับข้าข้าก็ไม่รู้สึกหรอก ! ”
“ ไม่รู้สึก ... แปลกๆ หรอ ”
“ ไม่รู้ ! จะนอน! ”
ถักทอวันพรุ่งที่ดูดุจจะหยุดลง
“ ... หลับแล้วหรอ ... ? ”
“ ยัง ”
“ …. คุโรโป้ง...ตัวของนายนะ... ”
พาฉันไปที
“ อุ่นมากเลย... ”
อยากมีความสุขเหลือเกิน
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
เพลงจบลงแล้ว ... ชินวางมือจากฮาร์ป ช้อนสายตาขึ้นมองบุรุษที่มีความรู้สึกเดียวกัน ...
หนึ่งคือประหลาดใจสงสัย ... สองคือเหงาหงอยยามเมื่อได้ฟังเพลง
ยูดา ... เป็นคนทำลายความเงียบขึ้นก่อน
“ เกี่ยวกับ L’oiseau Bleu... ทุกๆ ครั้งฉันมักจะได้ยินแต่เรื่องดีๆ ” ย้อนหวนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ในร้านบาร์เหล้าที่มีกลุ่มหญิงสาวพูดคุยกัน ... ไม่มีใครที่รังเกียจ L’oiseau Bleu ไม่มีใครที่ไม่ชอบไม่ชื่นชมในตัวหัวหน้าแห่งนกสีฟ้า
หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดที่ใช้เงินที่ตามหามาได้ในการมอบอิสระให้ผู้คน ... เฉกเช่นเดียวกับนายเหนือหัวของเขา
“ แล้วทำไม... เพลงนี้มันถึงเหมือนกับว่าเจ้าของเพลงกำลังหนีอะไรอยู่อย่างงั้นแหละ… ”
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
เปลือกตาบางลืมขึ้นในความมืด ... ห้องที่แสงเทียนได้ดับลงไปแล้ว
อ้อมกอดของบุรุษเพศเช่นเดียวกัน แทนที่จะให้ความรู้สึกน่าขยะแขยง ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะให้ความรู้สึกพึงพอใจได้เลย แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจ ซ้ำยังรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ...
ความรู้สึกอบอุ่น ... ที่เขาไม่ควรจะมีกับเจ้าชายหนุ่มพระองค์นี้
ไม่ว่าจะด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ใด ... ไม่ว่าจะมองมุมใด เขาทั้งสองก็ไม่มีทางจะข้องเกี่ยวกันได้
ไฟย์ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น หากแต่เป็นเพราะออกแรงมากไป คนที่เขาอยากให้หลับ ... จึงตื่นขึ้นมา
“ จะไปไหน ? ” ถามออกมาห้วนสั้น พร้อมกับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม คนจะหนีเลยตกลงไปนอนบนแผ่นอกกว้างกำยำอีกครั้ง
“ เปล่า... ” ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วจะหนีไปนอนที่อื่น ... โชคดีเหลือเกินที่ในห้องนี้มืดแสนมืด ทำให้คุโรงาเนะไม่สามารถจับผิดผู้พูดได้มากนัก หรือเอาเข้าจริงแล้วจับได้ หาก ... ไม่สนใจ “ …ถามได้ไหมว่าถ้าไปถึงเมืองเวอริวแล้ว นายจะทำอะไรต่อไป ”
“ ข้าจะตอบคำถามของเจ้าก็ต่อเมื่อเจ้าตอบคำถามของข้า ” แทนคำตอบกลับยื่นข้อเสนอออกมา ไฟย์อยากเหลือเกินที่จะช้อนสายตาขึ้นสบกับนัยน์ตาคมดุดันนั้นหากแต่สิ่งที่เขาเห็นกลับมีเพียงแค่ปลายคางของอีกฝ่าย
“ ดูเป็นอะไรที่ยุติธรรมดีจัง ... นายจะถามอะไรล่ะ ? ” แล้วก็ซุกใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างกำยำ ... ไม่ยอมให้ไปดีนัก ขอซุกหน่อยละกัน
“ สาเหตุของแผนลักพาตัวข้า ”
แทนคำตอบคือความเงียบ .... คุโรงาเนะรู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่เขาไม่มีวันได้รับคำตอบพร้อมกับที่ได้รู้ว่า ...
สาเหตุของสิ่งนั้น... ไม่ใช่เพียงแค่การต่อรอง หรือปรารถนาในอำนาจของเขา ... แน่นอน ....
...TBC...
=============================================
เรื่องของการตอบคอมเม้นท์ ในที่นี้ขอตอบแค่ของน้องจุ๊บนะคะ ^^" เพราะคิดว่าบางท่านคงไม่ได้อ่านตอบเม้นท์ในกระทู้นี้ = =
>> น้องจุ๊บ ขอบใจจ้าสำหรับคนชม >< แต่ความดีเรื่องธีมนี้ ยังไงพี่ก็ขอยกให้เพื่อนพี่จริงๆ เพราะพี่คงทำไม่ได้ ถ้าไม่ได้เพื่อนของพี่ทำให้ ^^" จะรอดูทั้งฟิคของน้องแล้วก็ OVA เลยละ >< แต่จริงๆ แอบอยากเห็นฉากที่คุโรยอมตัดแขนเพื่อไฟย์มากๆ เลยนะ clamp ใจร้ายที่สุดเลย TT อาณาจักรสองอาณาจักรที่ข้ามไป เป็นช่วงเนื้อเรื่องของคุโรไฟย์ทั้งนั้นเลยอ้า T[]T
edit @ 11 Mar 2009 16:15:22 by mummy
เเต่มะรุ้เมื่อไหร่เหมือนกานค่า
เดี๋ยวก็ฟาย เดี๋ยวก็เฟย์ อ่านฟิคคุณมัมมี่ตอนเเรกมีเอ๋อเล็กน้อย
ปล.ลิ้งก์ในเอนทรี่ก่อนลืมบอกว่าเเฟนอาร์ทวาดมาให้ค่ะ มันไม่ค่อยจะสวยขออภัยด้วยนะค๊า~(_ _)
#1 By 'เด็จป้า on 2009-03-11 16:34