[AU Fic Tsubasa RC ] L`oiseau Bleu 3
posted on 03 Mar 2009 21:29 by mini-mummy in fictionPairing: Kurogane x Fay
Authors: mini_mummy_noel
====================================================
Chapter 3
Kind Person
“ สรุปว่าเจ้านั้นมีพลังในการอ่านใจคนแต่อ่านใจของข้าไม่ได้งั้นหรอ ? ” น้ำเสียงแสดงถึงความไม่ยี่หระในเนื้อหาถ้อยคำนั้น เป็นจังหวะเดียวที่ผู้พูดค่อยๆ ยกตัวขึ้นนั่งบนขอบเรือสีดำทมึน นัยน์ตาสีแดงสดที่จ้องเหม่อมองเพียงแค่ท้องทะเลสีครามไกลสุดลูกหูลูกตาสร้างความหงุดหงิดไม่พอใจให้เกิดขึ้นกับคนสนิทเจ้าชายแห่งอาณาจักรนักรบเกรียงไกรได้ไม่ยากนัก ยูดารู้สึกปวดหัวตึบ ข้อความที่เขาลงทุนลอบแอบฟังแม้จะถูกจับได้เมื่อคืนวานคล้ายกับไม่ได้ดึงดูดความสนใจของนายเหนือหัวของตนเองแม้เพียงนิด พาลนึกไปว่าถ้าหากว่าเขาคิดจะปลงพระชนม์ท่านโดยการผลักให้จมลงไปว่ายน้ำกับปลาฉลามยักษ์ใหญ่แห่งเวิ้งน้ำมหาสมุทร อีกฝ่ายก็คงจะไม่สามารถหลบหลีกได้ ในเมื่อสิ่งที่ฉุดคร่าเอาสติของเจ้าชายหนุ่มไปจนสิ้นนั้นมีเพียงแค่จุดมุ่งหมายที่จะไปยังเมืองท่าสำคัญของโลกอันดับหนึ่ง...
เมืองเวอริวแห่งอาณาจักรไอริส ...
คิดแล้วก็ต้องมาทนนั่งนับหนึ่งถึงร้อย ทั้งๆ ที่เขาได้ชื่อว่าเป็นทั้งราชองครักษ์และคนสนิท หากแต่เวลาที่องค์ชายผู้นี้คิดจะทำการใหญ่อะไร ... ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะได้รับความไว้วางใจในการปรึกษาหารือ
สงสัยคงต้องปลงตก ลาออกจากหน้าที่นี้ในเร็ววัน ...
ได้เพียงแค่สรุปขึ้นมาในใจตนเองก่อนจะถอนหายใจออกมาดังๆ รู้ดีว่าแม้นตนจะคิดเองไปไกลถึงขนาดนั้น ด้วยชีวิตของชายชาตินักรบแห่งซูวะ ชีวิตทั้งชีวิตของเหล่าทหารสามารถมอบให้กับนายเหนือหัวได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
แล้วคนที่เขาคิดตั้งให้เป็นนายเหนือหัวนั้นมิใช่ใคร นอกจากจะเป็นชายผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจและความสามารถ ... ฝีมือดาบที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ทำให้เขาตกตะลึงได้เสมอ ...รัชทายาทแห่งซูวะ
พลันสายตาก็สบเข้าที่นัยน์ตาทองอำพันที่จ้องมองเขาอยู่ก่อน ยูดายักคิ้วให้กับคนที่แสนจะซื่อตรงต่อหัวหน้าโจรสลัดคนก่อนเล็กน้อย เผยรอยยิ้มอย่างที่หญิงสาวทุกคนต้องใจละลายเมื่อประสบเห็น หากแต่ดูเหมือนมันคงจะใช้ได้ผลเฉพาะกับอิสตรีเท่านั้น เพียงแค่เห็น นัยน์ตาสีทองสกาวก็เสไป เส้นผมสีน้ำทะเลคล้ายกับจะพลิ้วไหวไปมายามที่หัวทุยๆ นั้นสะบัดไปอีกทาง
“ ไปก่อเรื่องอะไรเข้าไว้ละ ” เป็นคำถามของใครไม่ได้นอกจากชายหนุ่มนามคุโรงาเนะ เจ้าของผมสีแดงหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยยามที่หวนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวานที่เขายังไม่ได้เล่าให้ผู้ที่มีอำนาจเหนือตนฟัง
“ ข้าแค่บอกเขาไปว่า .... ตาสวยดีเท่านั้นแหละ... ” ที่จริงมีพูดออกไปมากกว่านั้น แต่ที่เหลืออุบเก็บไว้คนเดียวดูท่าจะดีกว่า ฝ่ายคุโรงาเนะที่พอมองออกว่าอีกฝ่ายเล่าออกมาไม่ครบนั้นก็ไม่คิดที่จะเอ่ยถามอีก สายตาเหม่อมองออกไปยังที่ๆ ซึ่งไร้พรมแดนอีกครั้ง “ ฉันคิดว่าท่านโทโมโยะคงไม่ดีใจหรอกนะ ถ้ารู้ว่านายเป็นแบบนี้ ”
ได้ผล ... เพียงได้ยินชื่อของหญิงสาวผู้ครองเรือนผมสีดำยาวสลวยสวย ร่างของนักรบหนุ่มก็กระตุกขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกได้ว่าคนที่ถูกกล่าวถึงนั้นมีความสำคัญต่อชายหนุ่มมากขนาดไหน
“ พวกลูกเรือที่นี้ ไม่ยอมรับที่นายขึ้นเป็นหัวหน้าโจรสลัดแทนหัวหน้าโจรสลัดคนก่อน ” พลันภาพดวงหน้าสวยซึ่งถูกล้อมกรอบด้วยเส้นเกศาสีทองสว่างก็ปรากฏชัดขึ้น ยูดาไม่เคยคิดเลยว่าคนอ่อนแอบนฟลอร์เต้นรำของเมืองของเขาแท้จริงแล้วเป็นผู้นำโจรสลัดกลุ่มที่กำลังมีชื่อเสียงในขณะนี้
ช่างปกปิดได้อย่างแนบเนียนจริงๆ ....
ยังคงจำได้ถึงวินาทีแรกที่เขาได้เห็นทวงท่าการเต้นรำของชายหนุ่ม ความพลิ้วไหวนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลยหากไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมานานนับแรมปี หากแต่คนซึ่งดำรงตนในจุดที่ไม่น่าจะสามารถลดตัวไปเกลือกกลั้วกับการเต้นรำแสดงโชว์เหล่าผู้มากตัณหานั้นกลับทำออกมาได้ดีเกินคาด ....
เอาเข้าจริงแล้วดีกว่านักเต้นรำขาประจำเสียอีก ... และเพราะเป็นเช่นนั้น คนๆ นี้จึงได้ถูกยกเป็นของปิดงานในการแสดงอันสวยงาม
ของปิดงานที่ส่วนใหญ่มักจะเป็นที่เชิดชูของเหล่าเศรษฐีมีเงินในสถานที่อันโสมมเช่นนั้น แล้วก็เป็นทุกครั้งที่กลุ่มคนเหล่านั้นจะใช้ทรัพย์ของตนเองแลกกับอัญมณีซึ่งโดดเด่นที่สุดของแต่ละวันกลับบ้านไปเชยชม ... ด้วยความที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ปกครองประเทศ สหายของเขาจึงอดทนรนไม่ได้หากประชาชนของตนเองจะต้องอยู่อย่างไร้เกียรติและทุกข์ระทม หลายครั้ง คุโรงาเนะจึงมักพาเขาไปยังสถานที่แบบนั้นเพื่อมอบปีกแห่งอิสรภาพให้แก่นักแสดงผู้ถูกเด็ดปีกออกด้วยการซื้อตัวมาแล้วปล่อยให้ไปทำตามใจของตนเอง
“ ไม่พอใจก็ช่างปะไร ขอแค่เจ้าพวกนั้นสามารถพาข้าไปเมืองเวอริวได้ ” เพราะคิดถึงแต่ตัวเองเท่านั้น จึงไม่ได้สังเกตถึงนัยน์ตาที่จ้องมองมาของลูกเรือคนอื่นที่บังเอิญได้ยิน เจ้าของเส้นผมสีน้ำทะเลบีบมือแน่น เดินตรงมาหาเจ้าชายผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจอย่างไม่กลัวเกรง ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น
“ เห็นแก่ตัว !! ” แล้วสิ่งที่อัดอั้นมานับตั้งแต่คืนวานก็ถูกระบายออกไป คล้ายกับถูกเก็บไว้มานานแสนนาน “ ขอแค่พวกผมสามารถพาคุณไปที่เมืองเวอริวได้งั้นหรอ ! คุณไม่เคยคิดเลยใช่ไหมว่าการที่พวกเราต้องไปที่เมืองเวอริวนั้นมันอันตรายมากแค่ไหน แค่น้ำใจเป็นห่วงคุณยังไม่มีให้พวกเรา ออกไปหาเรือลำอื่นเถอะ !! ”
คุโรงาเนะกับยูดาอาจไม่ประหลาดใจกับท่าทีของผู้มาใหม่ ... หากผู้ที่อยู่กับชายหนุ่มมาเนิ่นนานนั้นกลับกัน ...
ตั้งแต่ที่ทุกคนได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรือลำใหญ่ลำนี้ ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะได้เห็นท่าทีเกรี้ยวกราวของผู้ที่ได้ชื่อว่าสนิทกับผู้นำแห่งนกสีฟ้ามากที่สุด สิ่งที่ชิน โนะ เก็มบุแสดงออกมานั้นล้วนเต็มไปด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตน สุขุม เก็บอารมณ์และสัตย์ซื่อต่อนายผู้ถูกเลือกที่สุด
กระนั้นแล้วไฟของชายหนุ่มก็พอดับลงได้บ้าง เมื่อยามที่ผู้นำแห่ง L`oiseau Bleu คนก่อนปรากฏตัวขึ้นด้วยเสื้อสีดำแขนกุด เข้ากับกางเกงขาสั้นสีเดียวกันเก่าๆ หากแต่ขับให้ร่างผอมบางนี้เหมือนเป็นนักท่องมหาสมุทรมากกว่าเมื่อคืนวาน
ไฟย์หันไปมอบรอยยิ้มอย่างเป็นกันเองให้กับสมาชิกทุกคนก่อนจะกลับมาสบเข้ากับนัยน์ตาสีทองอำพันด้วยแววตาคล้ายกับจะปลอบประโลมครู่หนึ่ง ... ได้ผล ชินก้มใบหน้าลงเล็กน้อย ไม่วายส่งสายตาอย่างไม่เป็นมิตรให้แก่คนสองคนที่ถูกตั้งเป้าไว้ว่าเป็นศัตรูอันดับต้นๆ ในชีวิต
“ ขอแนะนำน่ะคุโรนต้า คนนี้ชื่อชิน จากอาณาจักรเซนต์เป็นเพื่อนของฉันเอง ” พูดเพียงแค่นั้นคุโรงาเนะก็พอคาดเดานิสัยอันเป็นลักษณะทั่วไปของคนชาวอาณาจักรแห่งความยึดมั่นถือมั่นนั้นได้ แม้จะตะงิดใจกับการเรียกชื่อแปลกๆ นั้น เจ้าชายหนุ่มก็คิดว่าจะเลิกให้ความสนใจกับมันด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดจะเลิกง่ายๆ “ ส่วน.... เรารู้จักกันตั้งแต่เมื่อวานแล้วนินะ ” ประโยคหลังพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างกายแกร่ง ยูดาพยักหน้านิดๆ ด้วยรอยยิ้ม “ เป็นคนจากอาณาจักรเซนต์เหมือนกับชินเลยนะ ยังไงระหว่างที่ยูดาอยู่บนเรือนี้ นายสองคนก็สนิทๆ กันเข้าไว้ละ ”
มากพอที่จะเรียกใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกให้เกิดขึ้นกับคนๆ หนึ่งหากแต่อีกคนยังคงแย้มยิ้มอย่างถูกใจ
“ ไหนๆ ก็ ไหนๆ ชิน ฝากแนะนำเรือให้ยูดาหน่อยนะ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุโรโรนสักหน่อยนะ ” คนถูกยัดเยียดหน้าที่ที่ไม่ต้องการคล้ายกับจะประท้วงขึ้นทันใด หากแต่เมื่อสบสายตาเข้ากับแซฟไฟร์เม็ดงามแล้ว ... ชินเลือกที่จะนิ่งเงียบ หันหลังเดินไปอีกทางโดยไม่สนใจว่าจะมีใครเดินตามตนหรือไม่ ทั้งๆ ที่ดูเหมือนจะไร้มารยาททว่าก็ยังมีคนๆ หนึ่งที่คิดว่าน่ารัก แล้วเดินตามไปไม่วายหันกลับมาชูนิ้วให้กับเจ้าของเรือนผมสีทอง ไฟย์หัวเราะคิก พออ่านได้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นรู้สึกยังไงกับสหายสนิทของตน
ความรู้สึกที่ก่อเกิดจากความสนใจ ... ในประโยคที่เพื่อนของเขาตอบออกไปยามที่ฝ่ายนั้นพูดจาคล้ายไม่พอใจในการเห็นเขาผู้ซึ่งไม่ควรยืนอยู่บนจุดที่ต้องควบคุมผู้อื่นเป็นถึงหัวหน้าเรือโจรสลัด
“ ไม่เกี่ยวกับสถานะ หรือรูปร่าง ! ที่พวกเรายอมทำงานให้กับคุณไฟย์ นั้นก็เพราะว่าคนๆ นั้นก็คือคุณไฟย์ ! ” พร้อมกับสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่ เป็นพยานยืนยันว่าแม้ชีวิตผู้พูดก็สามารถถวายให้ได้ แววตานั้นเองที่ทำให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโมโหโกรธาคลายลง สายตาของยูดาที่เคยมองมาที่เขากลับไปให้ความสนใจกับชินแทน ริมฝีปากหนายักยิ้มเล็กน้อยยามที่เอ่ยชมผู้ทิ่อยู่กับเขาเสมอมา
“ ตาสวยมากเลยนะ ”
แล้วนั้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ชินเดือดปุด พาลนึกไปว่าที่ผู้มาใหม่พูดออกมาเช่นนั้นก็เพื่อจะล้อเลียนในเวลาที่ไม่เหมาะสม ความประทับใจแรกที่ยูดามีต่อชินจึงกลายเป็นความรู้สึกไม่ถูกชะตาที่ชินมีต่อยูดา
“ มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน ? ” เสียงของคุโรงาเนะเป็นสิ่งที่ฉุดสติของคนหน้าหวานให้กลับมาจากความคิดของตนเอง ไฟย์ยิ้มให้กับเจ้าชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะยกตัวขึ้นนั่งบนกาบเรือข้างๆ ร่างสูงส่ง
“ ลองเดาใจฉันดูหน่อยดีไหม ? ” น้ำเสียงออกแนวทะเล้นๆ ขาเรียวที่แกว่งไปมาคล้ายกับเด็กขี้เล่นคนหนึ่งพาให้รัชทายาทแห่งซูวะต้องถอนหายใจออกมา ไม่เคยรู้สึกนึกชอบ และไม่เคยอยากจะใกล้ชิดคนที่มีลักษณะเช่นนี้มาก่อน คนที่ตรงข้ามกับเขาอย่างสุดขั้ว ...
“ เรื่องลูกเรือของนายงั้นสิ ? ”
แล้วคิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหาเล็กน้อย คนผมทองจุปากอย่างไม่พอใจ “ ลูกเรือของนายกับนายต่างหาก ”
ก็ไม่เห็นต่างกันตรงไหน .... เจ้าชายหนุ่มคิดหากแต่ไม่พูดออกไป ช่างเล่นลิ้นเสียจริง “ ยังไงซะเจ้าพวกนั้นก็ไม่คิดจะเปลี่ยนหัวหน้าอยู่แล้ว ”
“ ไม่คิดจะทำให้พวกเขายอมรับหน่อยหรอ ? ” เป็นคำถามที่คล้ายกับจะต่อว่ายังไงก็ไม่รู้ หากแต่พอนัยน์ตาสีแดงสดสบเข้าหานัยน์ตาสีฟ้าใส คนผมดำก็รู้ได้ทันทีถึงจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายหาโอกาสมาพูดกับเขาเพียงสองคน
เพราะต้องการให้เขาเป็นที่ยอมรับ ... ต้องการให้เขาไปถึงเมืองเวอริวให้ได้โดยไม่มีข้อตะขิดตะขวงใจ ... และอยากให้ลูกเรือคนอื่นๆ ไม่มีความรู้สึกไม่พอใจ อีกฝ่ายต้องการเพียงแค่นั้น...
และเพราะสิ่งนั้นเองที่ทำให้อารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นพอดับลงไปได้บ้าง คุโรงาเนะไม่ตอบ หากแต่ไม่ได้แสดงท่าทีรุนแรงใดๆ ยังคงมองออกที่ท้องทะเลกว้างใหญ่ ไฟย์ลอบยิ้มเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เอนหลังลงไป ราวกับไม่รู้ว่าพื้นที่เบื้องหลังของตนแท้จริงแล้วว่างเปล่า !
“ คุณไฟย์ !!!!! ”
ตูม !!!!
เป็นภาพที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิตว่าจะมีวันที่นายเหนือหัวของตนเองหล่นวูบลงไปยังพื้นผิวน้ำสีฟ้ามหาสมุทร ชินที่กำลังจะเดินเข้าไปในท้องเรือเบิกตากว้าง รูดหน้าเข้าไปเกาะที่ขอบเรือ ใช้สายตาหลังแว่นสาดส่องหาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตของตนเอง
เกิดเป็นความวุ่นวายบนเรือ เหล่าลูกเรือทุกคนไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไรต่างกรูเข้ามาเกาะที่ขอบเรือพยายามหาร่างผอมบางของคนที่ตนเองให้คำสัญญาว่าจะภักดีไปตลอดชีวิต หลายคนใบหน้าซีดเซียว และมีหลายคนทำท่าจะกระโดดลงตามไปควานหา หากแต่สิ่งที่ห้ามพวกเขาเอาไว้ไม่ใช่อะไร หากแต่เป็นภาพที่ผู้นำเรือโจรสลัดคนปัจจุบันผุดขึ้นจากพื้นน้ำ ในแขนโอบรัดร่างผอมบางของบุรุษที่พวกเขายกย่องสุดใจเอาไว้
“ คุณไฟย์ !! คุณคุโรงาเนะ !! ”
“ โยนเชือกลงมา !!! ” ก่อนที่พวกพ้องแห่ง L`oiseau Bleu จะได้หันไปหาวัตถุดังกล่าว เชือกขนาดใหญ่ขนาดพอกำก็ถูกโยนลงมา คุโรงาเนะจับเชือกนั้นเอาไว้แน่น สบสายตาสีฟ้าของคนสนิทของตนก่อนจะออกแรงดึงตัวเองปีนขึ้นมาบนเรือ ชินเป็นคนแรกที่ถลาตัวเข้ามาทั้งๆ ที่เจ้าชายหนุ่มยังทรงตัวได้ไม่ดีนัก
“ คุณไฟย์ !! คุณไฟย์เป็นยังไงบ้าง !! ” พร้อมกับยึดแขนเล็กๆ ของคนที่ค่อยๆ ลืมตาปรือขึ้น ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยถึงบางสิ่งบางอย่างกับผู้ช่วยชีวิตของตนเอง... คำพูดที่พาให้คนในเรือต้องชะงัก
“ ช่วยฉันทำไมหรอ ? ”
ทั้งๆ ที่หากไม่มีเขาสักคน ... คนในเรือลำนี้ก็จะไม่มีอะไรยึดมั่นถือมั่นอีก การคิดที่จะชิงอำนาจบนเรือยิ่งเป็นไปได้ง่าย ... อำนาจที่ชายหนุ่มผมดำมีล้นเหลือ ซ้ำยังดีกรีที่เป็นถึงองค์ชายแห่งอาณาจักรยิ่งใหญ่ผู้น่าเกรงขาม คนที่เหมาะแก่การจะควบคุมเรือซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่นั้นคงมีแค่ชายหนุ่มเพียงคนเดียว
ข้อเท็จจริงนั้นทำให้คุโรงาเนะถึงกับสะอึก... สาบานได้เลยว่าชั่ววินาทีที่ร่างเล็กบางร่วงหล่นลงไปกับพื้นน้ำ เขาไม่ได้คิดอะไรเลย นอกจากจำเป็นจะต้องช่วยเหลือ ‘คนของเขา’ ให้ได้ ถึงแม้ว่าจะเพิ่งพบกันไม่นาน หากแต่ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายมอบหน้าที่เป็นผู้คุมเรือให้กับเขา เขาก็จะไม่ยินยอมให้มีใครตายโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด คิดทบทวนอยู่แค่นั้น ไม่ได้คิดเลยถึงแผนการที่อีกฝ่ายวางเอาไว้
เขากำลังถูกอีกฝ่ายทดสอบ ....
ความหงุดหงิดไม่พอใจพลันเกิดขึ้นในหัวใจของชายชาตินักรบ เพียงแค่ต้องการทดสอบเขากลับยอมแลกถึงชีวิต ... ชีวิตของมันมีค่าแค่นี้หรือไง วิธีอื่นมีตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงไม่เลือก
พลันมือที่มีไว้จับดาบมาเนิ่นนานก็กำเข้าหากันแน่น ก่อนที่จะถูกยกสูงขึ้น แล้ว ...
โป๊ก !!!!
“ โอ๊ย !!! ” คนโดนเขกหัวโดยไม่ทันได้ตั้งตัวกุมศรีษะของตนเองแน่น นัยน์ตาที่ไม่ได้ถูกปกปิดด้วยพื้นผ้าสีดำฉ่ำคลอ พอจะหันไปโวยใส่คนมากอารมณ์ร่างผอมบางของเขาก็ถูกโยนลงกระทบกับพื้นปาเก๋สีน้ำตาลเข้ม พื้นเรือเจิ่งนองไปด้วยน้ำจากเสื้อผ้าเปียกปอนของเขา ครั้นจะเงยหน้าขึ้นไปต่อว่าดาบยาวคมเล่มหนึ่งก็พุ่งตรงมาจ่อที่คอ
เป็นวินาทีที่เรียกหัวใจให้ตกไปอยู่กับตาตุ่มของใครต่อใคร นัยน์ตาสีฟ้าเบิกโพลง ยังไม่ทันได้จัดท่าตั้งตัวอะไร ปลายแสนคมนั้นจะเลื่อนออกไปวางทาบบนบ่าเล็ก ก่อนที่เสียงดังกร้าวแบบที่มักจะถูกใช้เสมอเวลาสั่งใครจะตามมา
“ ขอแต่งตั้ง... ให้บุรุษนามไฟย์ เป็นหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดแห่ง L`oiseau Bleu ควบคู่กับข้า ! ” ดวงตาที่ว่าเบิกกว้างแล้วพลันเบิกกว้างหนักเข้าไปอีก เงียบไปชั่วอึดใจก่อนที่ลูกเรือคนหนึ่งจะโพล่งออกมาอย่างปลื้มปิติ
“ ยังงี้แสดงว่า ... ”
“ พวกเราจะได้ทำงานให้คุณไฟย์ต่อไปแล้วสิ !! ”
เกิดเป็นเสียงร้องด้วยความยินดีดังขึ้นไปทั่วสารทิศทันทีที่ลูกเรือใจกล้าคนนั้นเอ่ยจบลง ผิดกับคนถูกยัดเยียดหน้าที่ที่ตนเองไม่คาดคิด เขาพยายามจะโต้เถียง หากแต่ความครื้นเครงดีใจราวกับได้ทรัพย์สมบัติอันมีค่า พาให้เขาไม่สามารถขัดขืนใดๆ ได้ นัยน์ตาคู่สวยเสหันกลับไปมองที่มาของความรู้สึกแสนดีนี้ เป็นจังหวะเดียวกันที่คนที่ว่านั้นหันหลังให้กับเขา
“ นายจะทำแบบนี้ไม่ได้น่ะ !! ” รีบเอ่ยทักท้วงขึ้นหลังจากที่วิ่งไปตัดหน้าอีกฝ่ายสำเร็จ “เรือโจรสลัดจะมีหัวหน้าสองคนไม่ได้ มันแปลกเกินไป ! ”
“ ใครเป็นคนกำหนดอะไรว่าแปลก ? สายตาคนรอบข้างงั้นหรอ ? ” นัยน์ตาดุจเหยี่ยวนั้นส่อแววหงุดหงิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด พยายามที่จะฝืนร่างตัวเองให้เดินห่างออกไป “ ข้าไม่เห็นสนใจมันตรงไหน ”
ทั้งๆ ที่รู้ว่าควรจะหาคำพูดเถียงออกไป หากแต่เพราะดวงตาดุดันนั้นคล้ายกับจะตรึงร่างของเขาเอาไว้ หัวใจของผู้ถูกแต่งตั้งหน้าที่ที่ตนเองไม่ต้องการพลันเต้นผิดจังหวะ เป็นชั่วเวลาเดียวกับที่คนสนิทของตนได้เดินเข้ามา
“ เอาตามนั้นเถอะนะครับ คุณไฟย์ ”
เพราะยังไงพวกเขาก็ขาดคุณไม่ได้จริงๆ ....
ถึงแม้ว่าจะต้องโดนหาว่าผิดแปลกจากธรรมชาติ ทว่าความผิดแปลกนั้นไม่ได้ทำให้พวกเขาลำบากใจอะไรกันเลย ในเมื่อความแปลกประหลาดนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขายินยอมยอมรับและปรารถนา
นัยน์ตาสีทองอำพันสื่อความอย่างนั้น...
แล้วเจ้าชายหนุ่มผู้นั้นเหล่า ... รู้สึกอย่างไร ?
ครั้นจะมองสบกับนัยน์ตาสีโลหิต สิ่งที่เขาต้องการจะมองที่สุดในตอนนี้กลับเบือนไปอีกทางไม่ยอมสบตา ปล่อยให้เขาขบคิดเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง
ที่ให้เขาเป็นหัวหน้าโจรสลัดอีก ... ก็เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของลูกเรือ
แล้วที่ยังคงยอมเป็นหัวหน้าโจรสลัดอยู่ ... ทั้งๆ ที่มันไม่ได้อยู่ในจุดมุ่งหมายของชายหนุ่มนั้นก็เพราะ .... เคารพในการตัดสินใจของเขา
เจ้าชายนักรบที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมดุร้าย เจ้าชายบ้าเลือดตามสมญานามที่เขาเคยได้ยินจากชาวประมงคนอื่นๆ
ที่แท้ก็ ... ใจดีแบบนี้นี้เอง ...
คิดได้แค่นั้นไฟย์ก็หลุดหัวเราะคิกออกมาไม่ได้ เสียงหัวเราะที่ทำให้เรือทั้งลำสดใส ...
ชอบวางมาด ทำตัวโหด ทำหน้าบึ้ง ไม่สุงสิงกับใครเกินความจำเป็น ชอบทำตัวมีอำนาจเหนือคนอื่นแต่ก็ ... ใจดี และ ... ขี้อาย ...
จะรู้บ้างไหมนะ ว่าตัวโตๆ หน้าดุๆ แบบนั้นเวลาอายแล้วมันทำให้เขารู้สึกน่ารักชะมัดยาก !
“ คุโรปิ้วน่ารักจังเลยน้า ~ ” พูดออกไปตามที่คิดแล้วก็โผกอดคอคนที่กำลังจะเดินหนีจากด้านหลังเอาไว้ แนบใบหน้าของตนเองกับแผ่นหลังกว้างอย่างที่เขานึกอยากจะมี ทว่าดูเหมือนคนถูกชมจะไม่รู้สึกชมชอบกับคำกล่าวนั้น ดาบที่เก็บไว้เมื่อครู่พลันถูกชักออกมา หมายหมั่นเอาไว้ว่าจะฟาดมันลงบนหัวงามๆที่คิดอะไรผิดแปลกจากชาวบ้านสักที กระนั้นแล้วคนที่ถูกตั้งเป้าไว้ก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหารก่อน ก้าวขาหลบไปด้านหลังได้อย่างทันท่วงที “ ถึงวิธีการแสดงความรักจะรุนแรงไปหน่อยก็เถอะ ” พูดจบจะอยู่ให้ฟันหรือไง ... วิ่งสิขอรับ
“ วิธีการแสดงความรักบ้าอะไร ! ” เจ้าชายหนุ่มดุเสียงกร้าว พยายามวิ่งไล่ต้อนกวัดแกว่งดาบหมายจะฟันหัวที่ช่างคิดอะไรพิเรนทร์ๆ นั้นทิ้ง “ หยุดให้ฉันผ่าสมองส่วนที่คิดอะไรบ้าๆ แบบนั้นออกเดี๋ยวนี้นะ !! ”
พูดถึงขนาดนั้นแล้ว ใครจะหยุดให้เจ็บฟรีกันละ ! เป็นความคิดของคนทุกคนที่อยู่บนเรือและได้ยินคำหมายหมั่นแสนรุนแรงนั้น ทว่าถึงอย่างนั้นแล้วก็ไม่มีใครคิด... ที่จะเข้าไปห้าม
ท้องฟ้าของวันๆ นี้ดูเหมือนจะสดใส พระอาทิตย์อัสดงส่งแสงผงาดจ้าขึ้นยามที่ไร้หมู่เมฆหมอกใดบดบัง ไร้ซึ่งลมกรรโชกแรง บรรยากาศที่เกิดขึ้นนี้เหมาะสำหรับการล่องเรือยิ่งกว่าอื่นใด ชินยิ้มเป็นยิ้มอย่างอ่อนโยนที่เขามักจะใช้เสมอยามที่เกิดเรื่องดีๆ ขึ้นในชีวิต ความเกรงกลัวและความคิดในแง่ลบที่มีต่อตัวชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของนามอันสูงส่งนั้นคล้ายจะค่อยๆ มลายหายไปยามที่ได้เห็น ‘การวิ่งเล่น’ ราวกับเด็กๆ ของคนทั้งคู่ หลายต่อหลายครั้งที่คนที่เขานับถือยิ่งชีวิตแอบวิ่งหลบไปซ่อนที่หลังของลูกเรือคนอื่น แทนที่เจ้าชายหนุ่มองค์นั้นจะฟาดดาบลงมา กลับเพียงแค่โวยวายบอกคนที่ตนยังไม่น่าจะจำได้ให้หลีกทาง เป็นกรรมของบุรุษที่อยู่คั่นกลางระหว่างคนถูกไล่กับคนไล่ ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีนอกจากตัวจะแข็งทื่อ ปล่อยให้คนมากอำนาจทั้งสองต่อร้องต่อเถียงกันอยู่เช่นนั้น พอคนผมทองรู้สึกตัวว่าแกล้งผู้อยู่ใต้อาณัติมากเกินไป ชายหนุ่มก็วิ่งหนีออกไปเกาะหลังของลูกเรือคนอื่นต่อ เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เรียกเสียงหัวเราะให้เกิดขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ ก่อนที่มันจะจบลงด้วยการเข้าร่วมแจมของลูกเรือแสนฮาเฮคนอื่นๆ บ้างก็พยายามจะหาที่หลบหนีให้กับนายเหนือหัวร่างบางของตนเองคนหนึ่ง บ้างก็พยายามที่จะช่วยเหลือชายร่างหนาในการตามจับคนตัวเล็ก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทันทีที่นัยน์ตาสีแดงสดสบเข้ากับบุคคลนอกวงทะเลาะ ดาบยาวที่พรากชีวิตคนมานัดต่อนัดก็ถูกเก็บลงเอาฝักเหมือนเดิม กลับกลายเป็นว่าคุโรงาเนะใช้ทั้งฝักดาบนั้นไล่ตีคนแสนขี้เล่นนั้น ชินหัวเราะเมื่อเห็นนายเหนือหัวของตนเองโดนจับได้ พอจะเอ่ยห้ามทัพ เสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้นจากข้างตัวของเขา พอบุรุษผมสีฟ้าแห่งท้องทะเลหันไปมองก็พบว่าชายที่เขาเคยนึกชิงชังกำลังหัวเราะอยู่ข้างๆ เขาเช่นกัน
“ หัวหน้าของนายนี้เจ๋งจริงๆ นะ ” พูดเอาไว้เป็นปริศนา ครั้นพอจะถามว่าอีกฝ่ายหมายถึงเรื่องใด ยูดาก็เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องเสียเฉยๆ “ ฉันคิดว่าคุโรงาเนะไม่ทำอะไรเขาหรอก ก็เพราะเขาไม่ใช่หรอที่ทำให้คนที่นี้มองคุโรงาเนะในทางที่ดีขึ้น ”
เรื่องที่เหมือนไม่มีอะไร กลับกลายเป็นว่าเป็นแผนแผนหนึ่งของไฟย์
ยูดาดูออกตั้งแต่ที่ไฟย์เลือกที่จะตกลงไปยังมหาสมุทรกว้างใหญ่ด้วยตัวเอง ถึงแม้อาจจะดูเหมือนการทดสอบใจของคนที่อยู่ใกล้เคียงในเวลานั้น แต่เขาคิดว่าไฟย์คงเดาออกตั้งแต่แรกว่าเพื่อนสนิทของเขาจะต้องไม่ยอมให้คนที่ได้ชื่อว่าอยู่ใต้อาณัติของตนเองต้องตายเสียเปล่า ...
ข้อดีที่เขายอมรับให้เจ้าชายหนุ่มเป็นนายเหนือหัว ... นั้นแหละที่จะเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกเรือแห่งนกสีฟ้าลำนี้ยอมรับรัชทายาทแห่งซูวะเป็นหัวหน้า ...
หัวหน้าโจรสลัดร่างบางคงคิดอย่างนั้นจึงใช้ตัวเองเป็นตัวเดิมพัน และการเดิมพันนั้นก็จบลงได้อย่างดีเกินคาด
เขาคิดว่าภาพที่หัวหน้าแห่ง L`oiseau Bleu ทั้งสองยืนรับผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดตามใบหน้าคู่กันนั้น คงจะติดตาพวกเขาไปอีกนาน ...
...TBC...
============================================
ขอเข้าโซนตอบคอมเม้นท์เลยนะคะ = = วันนี้ง่วงมากเลย
>> น้องจุ๊บ พี่ดีใจน้าที่น้องชอบเรื่องนกสีฟ้านี้ ^^ เพราะเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องอีกเรื่องที่พี่รักมากเหมือนกัน >< แอบอยากอ่านฟิคน้องไวๆ เหมือนกันค่ะ เรื่อง blog จริงๆ พี่เองก็เพิ่งจะเล่น ไม่ค่อยถนัดเหมือนกันจ๊ะ อีกอย่างพี่เพิ่งจะปิดเทอมเอง = = แต่งานล้นเพียบ TT อย่างมะวานกว่าจะได้กลับบ้านก็ เที่ยงคืน ได้นอนตีสาม TT (พูดแล้วเศร้า) เพราะงั้นแล้วพี่ขอแอบปิดเทอมนานๆ ดีกว่า เพราะเปิดเทอม อาจจะมีการสั่งงานเพิ่มขึ้นอีกได้ = = พี่ได้เห็นคำตอบของน้องแล้วละ >< คิดไม่ถึงนะเนี่ยว่าน้องจะเขียนตอบ tag ลงไปในนั้นเลย ยังไงก็ขอบใจมากเลยจ้า >< เออ ใช่ ! แล้วสำหรับเรื่องที่น้องถาม ปกติ พี่พิมพ์ฟิคใน word ค่ะ พิมในนี้ไม่ไหวจริงๆ มันแอบค้างอะ = = ส่วนเวลาลง พี่ก็แบบ ยังไงดี จริงๆ พี่เองก็มีปัญหานะ แต่แบบ มันเหมือนมีทริค ? ที่พี่ก็ยังจับทางไม่ถูกเหมือนกัน = = ลองวิธีนี้ดูก่อนละกัน เปิดหน้า new entry มา คิดไรไม่ออก บอกไรไม่ถูก enter เว้นบรรทัดลงมาหนึ่งหรือพิมพ์พวกชื่อตอนแล้วค่อย enter = = จากนั้นก็ลอง paste ฟิคดู (เอาความมั่วเข้าแลก = = ) ถ้าได้ก็ ... ดี ถ้าไม่ได้ก็ TT ไว้พี่จะลองทริคมั่วๆ ต่อไปให้นะ
>> เมย์ซัง ^^" อา... เพื่อนๆ ของมิ้นเองก็พูดอะไรแนวๆ นั้นเหมือนกันค่ะ แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าตัวเองตลกยังไง = = >< ยังไงก็จะรออ่านของเมย์ซํงนะคะ
>> ซุยจิโตะจัง อายุ 20 แล้วค้า >< แต่แอบตกใจเหมือนกันนะคะเนี่ย น้องอายุแค่ 13 เอง ทำเอารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองแก่มากมาย = =
>> พี่โทเม >< พี่มีหมอนประจำตัวเหมือนกันหรอค่ะ !! ดีใจมากเลยค่ะ เจอพลพรรคคนรักหมอนอีกคนแล้ว !!! (ขนาดนั้นเชียว ? ) ยังไงก็จะรอ tag ตอบของพี่นะคะ ><
edit @ 3 Mar 2009 21:48:12 by mummy
พี่มิ้น... พี่ชายหนูเสียเเหละ วันนี้ ... เค้าโดนอุบัติเหตุอ่ะพี่ หนูไม่รู้จะทำไงดี พี่ชายหนูเค้าอยู่ๆก็เสียอ่ะ หนูไม่ขอเล่ารายละเอียดในนี้ละกัน เเบบว่าไงละ ตอนหนูดูศพพี่หนู หนูร้องไห้โฮเลยอ่ะ หน้าเค้าเละไปหมดเลย
หนูไม่รู้จะระบายให้ใครฟังดี หนูมีกับพี่เเค่ 2 คน เเต่อยู่ๆมันก็เกิดขึ้น... หนูไม่มีกะจิตกะใจกะทำอะไรเลยค่ะ
พี่ชายหนูเค้าอยู่กะหนูมาเเต่เล็กเเล้วอ่ะ คุณพ่อไปส่งที่รร.ด้วยกันทุกวัน เเย่งอาหารในจานอีกฝ่าย ทะเลาะกันบ่อยๆ เล่นเกมคู่ด้วยกัน คุยกันว่าวันนี้เจออะไรบ้างทุกวัน..
เเต่วันนี้มันไม่มีเเบบนั้นอีกเเล้วอ่ะค่ะ... หนูขอระบาย พี่คงไม่ว่าอะไรนะคะ หนูไม่รู้จะพูดอะไรกับใครเเล้ว เพื่อๆก็เอาเเต่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น หนูเหนื่อยเกินจะพูดกับใครเเล้วอ่ะค่ะ... พี่มิ้น หนูรู้สึกเเย่มากเลย หนูควรทำไงดี
#1 By JupzyberrY on 2009-03-05 00:05