[AU Fic TRC ] L`oiseau Bleu 2
posted on 01 Mar 2009 19:14 by mini-mummy in fiction[AU Fic Tsubasa RC ] L`oiseau Bleu 2
Pairing: Kurogane x Fay
Authors: mini_mummy_noel
====================================================
Chapter 2
For Important Thing
ร่างผอมบางถูกผลักให้ล้มลงกับพื้นไม้ปาเก๋สีน้ำตาลเข้ม ไฟย์เงยหน้าขึ้นมองคนใจร้ายที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าด้วยความขัดใจ
ทั้งๆ ที่คิดว่าแผนทั้งหมดนั้นถูกวางไว้อย่างสวยหรู โดยเขาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนที่เดาใจยากที่สุดในเรือ เป็นผู้วางหมากให้ตนเองปลอมตัวเป็น ‘ ชาวต่างชาติที่ถูกล่อลวงมา ’ เพื่อหาทางเข้าใกล้กับชายหนุ่มคนหนึ่ง
ชายผู้ซึ่งกุมอำนาจล้นหลามของอาณาจักรขนาดเล็กหากยิ่งใหญ่ ...
รัชทายาทแห่งอาณาจักรซูวะ !!!
รู้อยู่แล้ว ... ว่าคนๆ นั้นจำต้องเป็นผู้มีฝีมือมากเป็นแน่ การคิดอันแสดงถึงความมุ่งร้ายนั้นจึงไม่ต่างอะไรกับคนที่เล่นอยู่กับไฟ ซึ่งท้ายที่สุดผู้เล่นจำต้องม้วยมรณาไปทุกคน ... แม้ว่าจะมีการคำนวณถึงความเสี่ยงที่แผน ‘ ลักพาตัวเจ้าชายหนุ่มมากอำนาจ ’ เอาไว้ ทว่าเขาก็ไม่คิดว่าแผนนี้จะล้มเหลว ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะดูออก ที่สำคัญเขาไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะใช้เขาเป็นตัวประกันเพื่อยึดเรือ !!
คนซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจขนาดนั้น ... มีเรือเป็นของตนเองไม่รู้เท่าไร ทำไมถึงได้มาโดนใจเรือของพวกเขา ... คิดแล้วนัยน์ตาสีแซฟไฟร์ส่องแววกล้าก็เชิดขึ้นสบกับนัยน์ตาคมดุดัน พลางเอ่ย
“ ทำแบบนี้ทำไม ” ด้วยรอยยิ้มที่เขามักใช้ประดับใบหน้าเพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง ในหัวพยายามประมวลเหตุการณ์ โอกาสหลุดพ้น และวิธีรอดจากสถานการณ์ทั้งที่ข้อมือของเขานั้นถูกกุญแจมือพันธนาการไขว้หลังเอาไว้ เหล่าอาวุธลับที่เคยเก็บซ่อนไว้ในตัวทั้งหมดถูกคนตรวหน้านี้ปลดออกไปตั้งแต่ตอนที่เขาถูกจับกุมตรงท่าเรือแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ...
“ บอกพวกของเจ้าว่าให้ล่องเรือไปที่เมือง ‘ เวอริว ’ ภายใน 2 อาทิตย์นับตั้งแต่วันนี้ซะ ไม่งั้นข้าจะฆ่าพวกเจ้าทุกคน ! ” สุรเสียงแข็งกร้าว ดุดัน ยามเอ่ยสั่ง สายตามุ่งมั่นเป็นพยานบอกได้ว่าเจ้าชายหนุ่มทำจริงแน่หากเขาไม่ทำตามความประสงค์นั้น ฝีมือดาบของพระราชโอรสองค์เดียวแห่งซูวะนั้นยอดเยี่ยมเช่นไร ทั่วหล้านี้ไม่มีใครไม่รับรู้ เฉกเช่นเดียวกับที่ไม่มีใครมีโอกาสเทียบเทียมฝีมือแม้แต่กษัตริย์แห่งเมืองนักรบผู้เป็นพระบิดาก็ตาม !
พูดถึงการไปเมืองเวอริวซึ่งเป็นเมืองท่าเมืองสำคัญของอาณาจักรไอริสภายในเวลา 14 วันนั้น... อาจดูยากเกินจริงสำหรับเรือท่องสมุทรหรือกระทั่งเรือโจรสลัดทั่วไป ทั้งที่เป็นเช่นนั้นแล้วทำไมผู้ที่มีอำนาจบนคาบสมุทรวิมแฮมนั้นถึงได้ต้องการเรือของพวกเขากัน ...
“ แล้วเพราะเหตุใด ฝ่าบาทถึงประสงค์ที่จะทรงใช้เรือของกระหม่อม ” ลองพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวนกวนประสาท ได้ผลคิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที ดาบที่เก็บเข้าฝักไปตั้งแต่ตอนที่ร่างสูงนั้นได้เข้ามาอยู่ในห้องพักหัวหน้าโจรสลัดเพียงสองคนกับเจ้าของร่างผอมบางนั้นถูกชักออกมาอีกครั้ง พาให้คนถูกขู่ต้องรีบเอ่ยต่อไปก่อนคมดาบจะต้องลำคอขาวของตนเอง “ โอเคๆ ถ้าไม่ชอบให้พูดเพราะ ๆ ก็บอกสิ คุโรริต้าเนี่ยละก็ ”
“ คุโรงาเนะเฟ้ย !! ” ท้วงแก้ทันที เมื่อคนขี้เล่นเรียกเขาด้วยชื่อแปลกๆ อีกครั้ง “ ข้าไม่สนว่าเจ้าจะพูดกับข้ายังไงแต่ไหนล่ะ หัวหน้าของเจ้า ! มาถึงห้องแล้ว ข้าไม่เห็นจะเห็น ‘ หัว ’ ของมันเลย ”
“ ก็ฉันนี่แหละหัวหน้าโจรสลัด ” แล้วเขาก็ได้เห็น.. ใบหน้าซึ่งแสดงถึงความแปลกประหลาดใจของเจ้าชายหนุ่มรูปงามซึ่งไม่ค่อยได้มีใครได้เห็นนัก พลันริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้ม รู้สึกสนุกสนานอย่างบอกไม่ถูก “ ไม่เชื่องั้นหรอ ? ”
ใครจะคิดเหล่า ... วันหัวหน้าโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่จะยอมลดตัวปลอมไปเป็นนักเต้นรำล่อลวงบุรุษเพศเช่นเดียวกับตัวเอง แล้วใครจะคิดว่าผู้ชายร่างผอมบาง เจ้าของใบหน้าสวยราวกับอิสตรีผู้อ่อนแอนั้นจะเป็นคนที่กุมอำนาจเรือทั้งลำเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด ... แค่คิดก็ไม่น่าเชื่อแล้ว
หากแต่แม้นไม่น่าเชื่อเพียงใด ก็ยังมีคนเชื่อเมื่อตนเองได้ใช้สายตามองลึกลงเข้าไปในใจของเจ้าของข้อความ
“ นายเชื่องั้นหรอ ...? ” อันนี้แอบประหลาดใจเล็ก ๆ บอกว่าเขาเป็น ‘ ชาวต่างชาติที่ถูกล่อลวงมา ’ ยังดูน่าเชื่อกว่าการที่เขาเป็น ‘ หัวหน้าโจรสลัด ’ ซะอีก
แล้วคนซึ่งได้ชื่อว่าหาคนเดาใจยากที่สุดก็ได้เห็น ... อาการพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับนัยน์ตาคมที่ส่อแววรำคาญคล้ายจะสื่อความว่า สิ่งที่เขาแสดงออกมาทั้งหมดนั้น ทุกอย่างล้วนดูง่ายเหลือเกินว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ หัวใจคนถูกมองกระตุกวูบ ในหัวหวนไปนึกถึงเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
เหตุการณ์ที่ยืนยันถึงความสามารถของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี !
เมื่อตอนที่เขาถูกจับกุมตัวที่ท่าเรือนั้น ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงตกใจกลัวที่เขาแสร้งแสดงออกไปนั้น ไม่ได้ทำให้ความคิดที่ชายหนุ่มมีต่อเขาแปรเปลี่ยนไปจากเดิมเลย ซ้ำร้ายคมดาบนั้นก็จ่อเข้าแนบชิดกับลำคอขาวมากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นว่าคนของเขายังไม่แม้แต่ขยับ ...
“ จะให้ข้าฆ่าเจ้านี้ก่อนใช่ไหม ” จากน้ำเสียง ไม่ต้องเห็นสีหน้าของผู้พูด ไฟย์ก็พอรู้ได้ว่าชายหนุ่มเอาจริงในคำพูดนั้นมากแค่ไหน ใบหน้าสวยของนักเต้นรำจอมปลอมจึงต้องผงกให้กับพวกพ้องเป็นสัญญาณให้เปิดทางขึ้นสู่เรือเดินสมุทรสีดำสมิฬ
คำสั่งต่อไปที่ได้มาก็คือ การนำ ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ นี้ไปยังห้องพักของหัวหน้าโจรสลัดหรือห้องของเขานั้นเอง ระหว่างที่ขาเล็กๆ ขาก้าวนำไป ปากของเขาก็เริ่มขยับถามถึงสิ่งผิดพลาดของตัวเขา
“ รู้ได้ยังไง ” คล้ายกับคมดาบจะเลื่อนห่างออกไปเล็กน้อยให้คนถูกขู่รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง ไฟย์พยายามจะเสใบหน้าหันมามองคนด้านหลังหากแต่เมื่อยามที่นัยน์ตาคู่สวยเข้าสบกับนัยน์ตาคมดุดัน คนที่เบือนใบหน้าหลบก่อนจึงเป็นคนที่พยายามจะมองหน้าอีกฝ่ายในตอนแรก
เพราะนัยน์ตาที่มองเขาอยู่นั้น .... ราวกับจะมองทะลุลึกไปถึงหัวใจ
“ เพราะข้าเป็นเจ้าชาย… ”
อันที่จริงแล้วต้องพูดว่าเป็นรัชทายาท ... คงเป็นเพราะความไม่ถือในยศศักดิ์และอวดตัว ทำให้ชายหนุ่มเลือกที่จะตอบออกมาเพียงแค่นั้น คำสั้นๆ ที่พอจะทำให้คนผ่านโลกมามากอย่างเขาพอจะตีความหมายต่อไปได้ ...
เพราะเป็นเจ้าชาย ... เป็นคนสำคัญ ... การถูกปองร้ายจึงเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับการที่จะไม่ไว้ใจคนง่ายๆ แม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นคนใกล้ชิดมากแค่ไหนก็ตาม ...
ศึกในสายเลือดยังมีให้เห็นเด่นชัดในบางประเทศ... แล้วไฉนคนมากอำนาจขนาดนั้นจะไว้ใจนักเต้นรำที่ไม่เคยรู้จักมักพบกันมาก่อนอย่างเขา ...
สาเหตุที่ไม่ไว้ใจในตัวเขาถูกเปิดเผยแล้ว ... แต่ถึงอย่างนั้นหัวหน้าโจรสลัดคนเก่งก็ยังคงสงสัย ... ว่าเพราะอะไรถึงทำให้รู้ว่าตัวเขานั้นแท้จริงแล้วเป็นใคร ...
จะด้วยท่าทีการแสดงออกหรือคิ้วที่เผลอขมวดเข้าหากัน เจ้าชายหนุ่มแห่งอาณาจักรซูวะลอบถอนหายใจนิดๆ อย่างรำคาญ ก่อนจะเอ่ยตอบถึงสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจคนมากคำถาม “ เจ้าพูดถึงอาณาจักรเซนต์ ”
อาณาจักรเซนต์ ... อาณาจักรใหญ่ที่มีความรุ่งเรืองทางด้านศาสนา วิธีการที่จะไปอาณาจักรแห่งนี้ที่ดีที่สุดก็คือการใช้เรือเป็นพาหนะเดินทาง ที่เขาพูดถึงที่แห่งนี้ไปก็เพื่อล่อให้อีกฝ่ายมาส่งเขาที่ท่าเรือแล้วค่อยให้พวกของเขาที่ซ่อนตัวอยู่ช่วยกันจับกุม ... รู้ดีว่าอีกฝ่ายมีพละกำลังมากกว่าคนของเขาทั้งหมดรวมกัน ดังนั้นแผนขั้นต่อไปที่เขาวางไว้ก็คือ เข็มบรรจุยาชาสูตรพิเศษที่อยู่ในตัวเขา เขาจะหาจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังพะวงอยู่กับการต่อสู้และปกป้องเขาฉีดมันเข้าไปในร่างกายบึกบึนสมชาย
หากแต่แผนของเขากลับดูมองออกได้โดยง่าย ... รัชทายาทแห่งซูวะรู้ตั้งแต่แรกว่าเขาเป็นใคร ...
ถ้าเป็นนักฆ่า หรือผู้ปองร้ายปกติ ก็ควรมีรังสีอาฆาต ... หรืออย่างน้อยช่วงเวลาที่ร่างผอมบางของเขาได้เข้าไปอยู่ภายใต้เสื้อคลุมสีดำสนิทร่วมกับเจ้าของร่างสูงส่ง เขาก็ไม่น่าจะอยู่เฉย ...
“ ที่สำคัญ ... ข้าไม่รู้สึกว่าเจ้าเป็นคนของอาณาจักรเซนต์เลย เจ้าเหมือนกับเป็นคนของอาณาจักร... ”
“ ไม่คิดหรอ ว่าฉันเป็นคนของเชื้อพระวงศ์จากอาณาจักรที่ตั้งตนเป็นศัตรูกับนาย ”
“ … ข้าได้กลิ่นทะเล ”
“ ทะเล ? ” ทวนคำตอบแผ่วเบา เผลอหยุดเท้าซะเดี๋ยวนั้น เป็นเหตุให้คนด้านหลังต้องใช้เข่าดันขาเรียวให้เดินต่อไป
กลิ่นทะเล ... กลิ่นประจำของคนเดินเรือสมุทร ... ไม่ใช่กลิ่นหอมสูงส่งอย่างที่คนชนชั้นสูงชอบใช้กัน ...
นี้คือคำตอบสินะ ....
ทั้งๆ ที่ความจริงเป็นอย่างนั้น แต่คิ้วหนาก็คล้ายจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อยราวกับไม่มั่นใจในสิ่งที่พูดออกไปมากนัก ชายหนุ่มได้กลิ่นทะเลจากคนร่างเล็กนี้จริง ... แต่ก็ไม่เข้มข้นเหมือนกับคนที่อยู่กับทะเลมาตั้งแต่เกิด ... ตอนที่เดินขึ้นเรือเขาก็สำรวจสภาพรอบข้างอย่างระมัดระวัง สำรวจจนรู้ได้ว่าเรือลำที่เขาขึ้นมานี้เป็นเรือลำเดียวกับหญิงสาวในร้านเหล้าหลงใหล กลุ่มโจรสลัดอันเลื่องชื่อโด่งดัง ...
“ บอกไว้ก่อนนะ ว่าพวกฉันไม่คิดจะแล่นเรือไปที่เมืองเวอริวหรอก การตรวจตราของที่นั้นเข้มงวดเกินไป ฉันไม่อยากจะเอาพรรคพวกของฉันไปเสี่ยง ” เสียงไม่ทุ้มแบบผู้ชายทว่าหวานคล้ายเสียงของคนที่ยังไม่แตกหนุ่มเรียกความสนใจจากเจ้าชายแห่งเมืองนักรบได้อย่างชะงัก เพิ่งสังเกตว่าตอนนี้คนที่เพิ่งถูกผลักให้ล้มลงกับพื้นเริ่มจะพยายามยืนขึ้นใช้หลังพิงกำแพงห้องเอาไว้ “ ถ้าอยากไปนักทำไมถึงไม่ใช่เรือของนายละ ”
“ ถ้าใช้มันจะเอิกเกริกเกินไป ” นึกภาพไปถึงเรือพระที่นั่งของเชื้อพระวงศ์และเหล่าขุนนาง คนติดตาม โจรสลัดหนุ่มพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงเข้าใจ ... เข้าใจ ... แต่ไม่ยอมแพ้
“ ไม่จ้างเรือไปละ ? ” คนที่รู้จักใบหน้าของพระราชโอรสคนนี้คงมีน้อย ด้วยความที่หน้าที่ในการดูแลราษฎรเป็นหน้าที่ของเชื้อพระวงศ์องค์อื่น ซ้ำยังคุโรงาเนะเป็นคนที่ค่อนข้างจะเก็บตัวคุยเรื่องการสู้รบ การสงครามกับพระบิดา นอกจากนี้ด้วยความที่มักจะออกไปสู้รบในต่างแดนอยู่เนื่องๆ คนในอาณาจักรจึงไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของเจ้าชายหนุ่มผู้นี้มากนัก นอกจากนี้สายสืบของเขาเคยบอกเอาไว้... ว่าทุกครั้งที่ชายหนุ่มจะออกมาเผยตัวให้ผู้คนเห็นในนามของเจ้าชายรัชทายาท ท่านมักจะใช้ผ้าสีดำปิดทั้งปากและจมูกของตนเอาไว้ คล้ายกับนินจาเพื่อมิให้ผู้ปองร้ายจำใบหน้าของท่านได้ แล้วหวนกลับมาลอบปลงพระชนม์ภายหลัง
“ เรือสำเภาของพ่อค้าไม่เร็วเท่าเรือเดินสมุทรของโจรสลัดหรอก โดยเฉพาะเรือโจรสลัดชื่อดังอย่าง L`oiseau Bleu ของเจ้าแล้ว ข้ามั่นใจว่ามันจะทำให้ข้าไปถึงเมืองเวอริวได้ภายในเวลาที่กำหนด ” ที่พูดออกไปไม่ได้หวังจะเยินยออะไรเลย ด้วยสายเลือดนักรบพูดอย่างไหน ก็หมายความเช่นนั้นเสมอ “ ถ้าเจ้ายอมแล่นเรือไป ข้ารับรองว่าเมื่อเสร็จงานนี้ข้าจะไม่ถือความผิดฐานคิดร้ายต่อข้า และจะตอบแทนค่าเหนื่อยให้เจ้าเต็มที่แน่ ”
“ พวกฉันไม่ต้องการค่าเหนื่อยทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะได้รับจริงหรือเปล่าหรอกนะ ” ที่พูดมิใช่คิดว่าอีกฝ่ายจะเบี้ยวหรืออะไร หากแต่จุดหมายที่พวกเขาจะไปนั้นอันตรายต่อโจรสลัดอย่างพวกเขามาก ... คุโรงาเนะกัดฟันกรอด รู้ดีว่าไม่ว่าจะเจรจากับเรือโจรสลัดลำไหนก็คงเป็นเช่นนี้เหมือนกัน แท้จริงแล้วเขาก็อยากจะใช้เรือของตนเองแล่นไป หากแต่ผู้ครองอาณาจักรไม่ทรงเห็นด้วยที่จะทำการใหญ่ขนาดนั้น
พลันภาพดวงหน้าสวยล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีรัตติกาลยาวสลวยไปถึงเอวก็ฉายชัดขึ้น รอยยิ้มและหัวเราะคล้ายจะหลอกหลอนเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ตั้งแต่หญิงสาวได้หายตัวไป
“ เจ้าเคยมีสิ่งที่สำคัญต่อเจ้าบ้างไหม ? ” สิ้นเสียงร่างผอมบางของคนที่ไม่เคยคิดจะตอบรับความต้องการของบุรุษผู้สูงส่งก็ชะงักกึก นัยน์ตาสีแซฟไฟร์ที่มองเขาอย่างไม่ยินยอมมาถึงตอนนี้เหมือนจะคลายลง “ สิ่งสำคัญที่เจ้าอยากจะปกป้องแม้จะต้องทนลำบากหนักหนาซักแค่ไหน ”
แล้วนัยน์ตาทั้งสองคู่ ... ก็จ้องสบกันอย่างนั้น...
นาน ... ก่อนที่คนซึ่งไม่ยอมแพ้ในตอนแรกจะหลุดถอนหายใจ เบือนหน้าไปอีกทาง ถึงตอนนี้แววตาของเจ้าของเรือกลับหรุบลงมนแสง ดูเศร้าสร้อยอย่างน่าประหลาด ...
“ ฉันเข้าใจ... ”
“… เพราะฉันเองก็มีคนที่อยากจะปกป้องเหมือนกัน... ”
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
แล้วห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ... ไฟย์ทรุดตัวลงนั่งบนฟูกนุ่ม ขยับข้อมือเล็กน้อย พันธนาการก็หลุดออก เจ้าของเรือลำใหญ่ลองขยับข้อมือของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะหยิบกุญแจมือขึ้นโยนคืนให้คนที่ยืนอยู่ คุโรงาเนะรับมันเอาไว้ สายตาไม่ละจากดวงหน้างาม
“ …ฉันตกลง ” จบคำเจ้าของเรือนผมสีทองก็รูดหน้าเดินผ่านเขาออกจากห้องไป “ ต่อจากนี้นี้คือห้องของนาย ”
แล้วประตูก็ถูกปิดลง ทิ้งให้ชายร่างสูงยืนนิ่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว
เมื่อตอนที่อยู่กับเจ้าของร่างสูงโปร่งนั้น คุโรงาเนะยอมรับจากใจจริงว่าไม่เคยรู้สึกอึดอัดแบบนั้นมาก่อนในชีวิต ดังนั้นเมื่อโจรสลัดหนุ่มคนนั้นได้ออกไป มวลคลื่นอารมณ์ทั้งหมดก็ถูกปลดปล่อยผ่านลมออกมาทางริมฝีปาก เจ้าชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนฟูกนุ่มที่คนที่เพิ่งออกไปเมื่อครู่นั่งอยู่ในตอนแรก พลันกลิ่นหอมจางๆ ที่เขาลืมเลือนไปก็หวนย้อนกลับเข้ามา
กลิ่นเดียวกับที่เขารู้สึก... ตอนที่แขนเล็กๆ นั้นถูกมือของเขาจับกุม ...
กลิ่นที่เผลอลืมไป เพราะความเครียดที่เกิดขึ้น
ยอมรับจากใจจริงว่าสัมผัสนี้ไม่ได้หอมหวานจนฉุนอย่างที่เขามักคิดกับผู้หญิงคนอื่นซึ่งผ่านเข้ามาในชีวิต และก็ไม่ได้เบาบางมากเกินไปจนกระทั่งไม่รู้สึก
อย่างไรก็ตาม ... เจ้าชายหนุ่มก็สรุปขึ้นมาว่า เขารู้สึกชอบกลิ่นนี้
ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ชั้นนอกออก คาไว้เพียงเสื้อยืดสีดำสนิท แล้วล้มตัวลงนอน เขาจึงสามารถหลับไปได้อย่างรวดเร็ว ทิ้งเรื่องชวนปวดหัวทั้งหมดไว้ด้านหลัง ค่อยเอามาขบคิดใหม่ในเช้าของวันรุ่งขึ้นที่จะไม่เหมือนกับทุกเช้าที่ผ่านมา ....
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ทันทีที่หัวหน้าโจรสลัดผู้เก่งกาจได้ออกมาจากอดีตห้องส่วนตัวของตนเอง ก็พบว่าเหล่าผู้ติดตามทั้งใหญ่เล็กของตนนั้นกำลังออรอเขาอยู่ที่หน้าประตู ริมฝีปากบางพลันคลี่ยิ้มจางๆ ยามที่ได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดวิตกของคนสนิทของตน
“ มีอะไรหรอชิน ? ” เจ้าของชื่อผู้ครองเรือนผมยาวสลวยสีเขียวอมฟ้าคล้ายสีของน้ำทะเลโน้มตัวลงเล็กน้อย ยามที่นายเหนือหัวของตนเอ่ยเรียก ก่อนที่นัยน์ตาสีทองอำพันหลังแว่นสายตาจะช้อนขึ้นสบกับนัยน์ตาสีแซฟไฟร์คู่สวย
“ เจ้าชายคุโรงาเนะ .... ”
“ ต่อไปนี้ ‘เขา’ จะเป็นหัวหน้าโจรสลัดแทนฉัน ” บอกออกไปเรียบๆ คล้ายกับสิ่งที่เอ่ยออกไปนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเองแต่อย่างใด ผิดกับคนอื่นๆ ที่อยู่หน้าห้อง ผิวของชินที่ว่าซีดอยู่แล้วพลันซีดหนักเข้าไปเมื่อได้ยินถ้อยคำที่ตนเองไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นจริง
ด้วยสายเลือดแห่งอาณาจักรเซนต์ ... คนที่จะนับถือ และยกย่องเทิดทูนได้นั้นมีได้เพียงแค่คนเดียว ...
และสำหรับชิน ... ไฟย์เป็นบุรุษซึ่งควรค่าแก่ความเคารพนั้นมากที่สุด
“ แล้วก็ไม่ต้องพูดราชาศัพท์กับคนๆ นั้นนะ ฉันไม่อยากให้เกิดการแบ่งแยกทางชนชั้นในเรือของเรา อีกอย่างดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยสนใจเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์เท่าไร พูดจาปกตินี้แหละดีที่สุดแล้ว ” แต่ถึงยังนั้นคนที่เขาให้ความสำคัญกลับเหมือนจะไม่สนใจความรู้สึกของเขาเท่าไร ชินอยากจะทักท้วงแทนพวกพ้องที่ยืนอยู่ตรงนี้เหลือเกิน ว่าสำหรับพวกเขานั้นไฟย์เป็นหัวหน้าเพียงคนเดียวที่พวกเขาจะยอมรับ กระนั้นแล้วคนซึ่งสามารถเก็บอารมณ์ของตนเองได้อย่างดีก็เหมือนจะเดาความคิดของผู้อื่นได้ดีเช่นกัน อดีตหัวหน้าโจรสลัดมองพรรคพวกของตนเองด้วยความเห็นใจครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “ อย่าลืมสิ กฎเหล็กของเรือของเราคืออะไร… ”
กฎเหล็ก ที่ทำให้เรือของพวกเขาอยู่ยงขึ้นมาได้ ... กฎเหล็กที่ทำให้ชายผู้มีรูปร่างมาเหมาะกับการดำรงตำแหน่งอันสูงส่งคนนี้เป็นที่ยอมรับของสมาชิกเข้าใหม่ทุกคน ...
กฎที่ตอนนี้กลับย้อนเข้ามาทำร้ายพวกเขา ...
ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น ... ที่จะมีโอกาสครอบครอง L`oiseau Bleu
“ แล้วทำไม ... ” อยากจะถามออกไปเหลือเกิน ... ถึงอำนาจพิเศษที่ชายหนุ่มร่างผอมบาง ‘มี’ แต่คนอื่น ‘ไม่มี’ หากแต่ด้วยความที่คิดว่าประโยคที่จะถามออกไปนั้นอาจจะดูไม่เหมาะสม ชินจึงเลือกที่จะไปเอ่ยถามออกไป แม้มันกำลังคาอกเขาอยู่ก็ตาม
แล้วก็เป็นเวลาที่คนที่ว่าจะใช้พลังพิเศษของตนเอง ไฟย์แย้มริมฝีปากของตนเองเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มไปให้คนขี้กังวล “ อยากจะถามก็ถามมาเถอะ ว่า ‘ ทำไมฉันถึงไม่อ่านใจของคุโรปู้ว่ากำลังจะโจมตีออกมาแบบไหน แล้วโต้ตอบการโจมตีนั้นออกไปอย่างที่ฉันทำกับพวกนายบ่อยๆ ’ ”
ชื่อพิเรนทร์ๆ ที่หลุดออกจากริมฝีปากได้รูปนั้น ถึงตายเขาก็ไม่กล้าจะคิด ดังนั้นนอกเหนือจากชื่อแปลกๆ นั้น สิ่งที่คนผมทองพูดก็ตรงกับสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจทุกอย่าง
พลังพิเศษ ... ที่บนโลกนี้คงไม่มีใครมีนอกจากชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้นี้ ...
คนที่สนใจในคำถามนี้ดูเหมือนจะไม่ได้มีแต่ชินเพียงคนเดียว ลูกเรือคนอื่นๆ ต่างก็ใคร่สงสัยเช่นกัน ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้นนายเหนือหัวของพวกเขากลับเลือกเพียงแค่หยิบเชือกสีดำสนิทขึ้นมารวบผมยาวเกยบ่าของตนเองขึ้นไว้ด้านหลัง เปลือกตาบางปิดลงบดบังนัยน์ตาสีแซฟไฟร์คู่สวยอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่พื้นผ้าปิดตาเรียบๆ สีขาวจะถูกถดถอดออก แทนที่ด้วยพื้นผ้าสีดำสนิทหากรูปทรงเดียวกันมาปกปิดนัยน์ตาข้างซ้ายซึ่งใยความเป็นจริงแล้วไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็น
ที่ทำแบบนี้ก็เพราะทำให้เหมือนโจรสลัดมากขึ้น .... ไม่ให้ดูเหมือนคนอ่อนแอ ไฟย์เคยบอกเช่นนั้นกับพวกเขา ...
“ ฉันอ่านใจของเขาไม่ได้เลย ” แล้วคำตอบของคำถามที่ทุกคนให้ความสนใจก็เปิดออก ตามมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกคาดไม่ถึงของคนทุกผู้ ถึงอย่างนั้นคนที่ควรจะกังวลมากที่สุดกลับเพียงแค่หัวเราะร่าออกมาคล้ายกับเด็กได้รับของถูกใจ “ เป็นคนแรกเลยนะเนี่ย ”
แล้วอาการลมจับก็พุ่งเข้าจู่โจมลูกเรือโจรสลัดแห่ง L`oiseau Bleu โดยพลัน
“ แต่ว่านะ ... ดูเหมือนว่าที่นี้ จะไม่ได้มีแต่พวกเราแล้วสิ ” สิ้นเสียง... อาการลมจับก็มลายหายไปสิ้น ชินกางแขนขึ้นเล็กน้อยป้องกันคนที่เขาพร้อมจะมอบชีวิตให้ พยายามใช้สายตาสอดส่องหาสิ่งแปลกปลอมในความมืด “ ไม่คิดจะเปิดเผยตัวออกมาหน่อยหรอครับ คุณผู้บุกรุก… ”
เพียงแค่นั้น คนซึ่งเก็บตัวเงียบมานานก็ปรากฏตัวออกมา รัดเกล้าสีทองไขว้ยามที่ต้องแสงจันทร์คล้ายจะส่องสว่างขึ้น คล้ายกับนัยน์ตาสีสายน้ำซึ่งส่องแววกล้ายามที่ได้จ้องตรงมาที่เขา ...
เขาผู้ซึ่งเคยยืนอยู่บนฟลอร์เต้นรำในร้านบาร์แห่งอาณาจักรซูวะ
....TRC...
====================================================
ปล.ยินดีด้วยคร่า ที่สอบเสร็จเเย้ว
#1 By JupzyberrY on 2009-03-01 20:22