[Fic Saint Seiya (LC)] Pure Seduction ( Happy Valentine & HBD Degel ) 
 
Pairing: Scorpion Kardia  X Aquarius  Degel

Authors: mini_mummy_noel

PS. แต่งจบแล้วจ้า

====================================================     

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้นอดีตอันไกลโพ้น ก่อนที่โลกจะถูกแบ่งแยกย่อยออกเป็นประเทศต่างๆ ... ในยุคสมัยที่โลกมีเพียงราชอาณาจักรอยู่สองราชอาณาจักร คือราชอาณาจักรบนพื้นพิภพ และราชอาณาจักรบาดาลที่ซึ่งเป็นดินแดนหลังความตาย

 

                        ว่ากันว่าทั้งสองอาณาจักรนั้นไม่ถูกกัน จำต้องต่อสู้กันเพราะความขัดแย้งมาชั่วกาลนานนับแต่สมัยบรรพบุรุษ เล่าขานกันว่าเนื้อมนุษย์พิภพเป็นดุจอาหารทิพย์แก่เหล่าปีศาจแห่งแดนบาดาล ขณะเดียวกันร่างกายของเหล่าอสูรเองก็ล้วนเต็มไปด้วยของมีค่าสำหรับชาวพิภพเสียส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็นเขาของสัตว์จำพวกยูนิคอร์นหรือน้ำตานางเงือกซึ่งได้ชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นเหตุให้ทางพิภพเองก็หาทางล่าเหล่าปีศาจอยู่ร่ำไป

 

                        ในสมัยของพระราชาแห่งพิภพที่ 17 ...

 

            …..

            ……………

            ……….

 

            โอ๊ย !!! คาลเดียร์ !! นี่บทของนายแล้วนะ รีบออกไปซะทีสิ !!  พลันเสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้นที่หลังฉากปราสาทอันสวยงาม ทอรัส อันเดบารันโกลด์เซนต์ผู้รับหน้าที่เป็นผู้พากย์นิทานต้อนรับวันวาเลนไทน์อยู่ข้างเวทีถึงกับกุมขมับ... เวรแล้วไงงานนี้

 

            เออ รู้แล้ว ! ” แล้วยังจะตะโกนออกมาเสียงดังลั่นแบบนี้อีก... คาลเดียร์... แกกลัวองค์เทพีอาเธน่าไม่รู้ใช่ไหม ...

 

                        ฝ่ายเด็กที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์เทพีมาตอนนี้กลับมองมาที่คนพากษ์จำเป็นตาแบ๊ว เริ่มงุนงงว่าโกลด์เซนต์ที่บอกว่าจะพิทักษ์เธอต้องการทำอะไรกันแน่ จึงพาเธอมาดู... สิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าละครเวที ? ที่ปราสาทเคียวโก

 

            ถ้ายังไม่พร้อม หนูกลับไปก่อนก็ได้นะคะ ทั้งดวงตาและสีหน้าบ่งบอกได้อย่างเดียวคือความจริงใจ เพราะองค์เทพียังเยาว์วัยประกอบกับสำนึกอาเธน่ายังไม่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในตัวเด็กหญิงนามชาช่า จึงทำให้พวกเขาเหล่าโกลด์เซนต์คิดจะแสดงละครต้อนรับเธอ เผื่อให้เธอรู้สึกคลายเหงาหรือเสียใจจากการพลัดพลาดจากสหายสนิท... แต่ท่าทางมันจะพังไม่เป็นท่า... ก็เพราะคนที่ได้รับบทพระเอกอย่างคาลเดียร์... แล้วก็ตัวคนขี้โวยวายขวานผ่าซากอย่างมานิกอลโด้เนี่ยสิ

 

            เออ... คือท่านอาเธน่า...

 

            คาลเดียร์ บุตรของข้า เจ้าอยู่ที่ไหนหรือ โชคดีที่ได้ชิจิฟอส โกลด์เซนต์แห่งราศีธนูออกมาแสดงช่วงต่อได้อย่างทันควัน มาวันนี้ชายหนุ่มได้สลัดคราบนักรบผู้เข็มแข็งมาเป็นราชาผู้สูงศักดิ์ในชุดกรีกโบราณแทน ทว่า... ไม่วาย...

 

            ชิจิฟอสแก่ขนาดเป็นพ่อคนได้แล้วหรือคะ ? ”

 

                        อึ้งกันไปเป็นแถบ...

 

                        ทั้งคนที่อยู่หน้าและหลังเวที

 

            มันเป็นการแสดงนะครับ ท่านเทพี จริงๆ ชิจิฟอสเค้าไม่ได้แก่ขนาดนั้น โชคดีแค่ไหนแล้วที่ให้อันเดบารันเป็นผู้รับหน้า ความที่มีนิสัยใจเย็นและเป็นคนดูแลเด็กได้ดี ทำให้เขาได้รับหน้าที่มาเป็นผู้พากย์ใกล้ตัวเด็กสาว ชายหนุ่มยิ้มนิดๆ พลางเอ่ย เมื่อครู่นี้เป็นมุขให้องค์เทพีตกใจ ท่าทางคงจะได้ผลสินะครับ

 

            อะคะ เกิดมาหนูเพิ่งเคยได้ดูละครแบบนี้ครั้งแรก เลยตื่นเต้นมากไปหน่อย ขอโทษโกลด์เซนต์ทุกคนด้วยนะคะ

 

                        ดีแค่ไหนแล้ว... ที่ท่านอาเธน่าไม่ได้คิดอะไร ...

                        คาลเดียร์... ถ้าแกไม่ออกมา แกตายศพไม่สวยแน่ ...

 

            ราวกับนกรู้ คนที่กำลังถูกสาปแช่งอยู่ รีบออกมาจากหลังเวทีโดยพลัน ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากนิดๆ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อถวายความเคารพให้กับผู้เป็นบิดา (ในละคร)  เรียกผม ? มีอะไรหรือเสด็จพ่อ

 

                        ออกจะดูผิดอิมเมจชายหนุ่มไปนิด เพราะปกติชายหนุ่มไม่ใช่คนที่จะยอมคุกเข่าให้ใครง่ายๆ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้เกิดแก่เด็กสาวผมม่วง ทั้งเส้นผมสีทองสว่างรับกับนัยน์ตาสีแซฟไฟร์คู่นั้น ชาช่ามองภาพชายหนุ่มในชุดเสื้อปล่อยสบายสีขาว ประดับประดาด้วยสายสร้อย และเกราะทองบริเวณไหล่ทั้งสองข้างแล้วก็ยิ้มออกมา หารู้ไม่ว่ากว่าจะให้คาลเดียร์แสดงบทตรงฉากนี้ พวกเขาต้องเสียอะไรไปมากขนาดไหน

 

                        อันเดบารันคิดแล้วก็อดลอบปาดเหงื่อไม่ได้ ... ถึงมันจะดูเป็นการไม่ดีต่อเดเจล... แต่งานนี้สงสัยต้องพึ่งนายแล้วละ

 

                        ละครที่แสดงอยู่นั่น ด้วยความที่ต้องการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการทำสงครามกับเหล่าสเป๊กเตอร์ประกอบกับเรื่องราวเกี่ยวกับความรักตามแบบฉบับที่น่าจะเรียกความสนใจจากเด็กผู้หญิงได้มากกว่าเรื่องราวปกติ จึงทำให้พวกเขาเหล่าโกลด์เซนต์ต้องสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่โดยคิดอิงเรื่องบางส่วนมาจากนิทานรักโรแมนซ์  แม้มันจะดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็คงไม่ได้ดูพิสดารจนเกินไป

                        หรอกมั้ง...

 

                        เรื่องราวได้ดำเนินต่อไปหลังจากที่ชิจิฟอสได้เรียกบุตรชายคาลเดียร์มาคุยเกี่ยวกับเรื่องการรุกรานของเผ่าบาดาล พร้อมได้สั่งให้เจ้าชายยกทัพไปปราบ ไม่นานฉากก็ถูกเปลี่ยนเป็นป่าใหญ่ ขณะที่คาลเดียร์กำลังเดินทางอยู่นั้น เขาก็ได้พบกับโจรที่กำลังเข้ารีดไถ่ทรัพย์สินจาก...คนในเสื้อคลุมสีดำสนิทคนหนึ่ง

 

            นี่ เจ้านะ ! ส่งเงินที่มีทั้งหมดมาเดี๋ยวนี้นะ เป็นเสียงของมานิกอลโด โกลด์เซนต์ประจำราศีกรกฏ ผู้เรือนผมสีน้ำเงินเช่นเดียวกับนัยน์ตา วันนี้ชายหนุ่มมาในชุดลำลองของนักรบแซงค์ทัวรี่ทั่วไป แม้จะดูไม่แปลกตาสำหรับคนที่อยู่ในที่นี้ตั้งแต่เด็ก ทว่าสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่เช่นเธอ ชาช่าก็อดที่จะรู้สึกตื่นตาไม่ได้

 

            บทเหมาะกับคุณมานิกอลโดมากเลยค่ะ เด็กสาวเอ่ยชม พลางลุ้นว่าคนในเสื้อคลุมนั้นเป็นใคร

 

                        ก็เล่นปิดทั้งหน้า ปิดทั้งตา ราวกับไม่อยากให้รู้ว่าเป็นใครซะขนาดนั้น... ไม่ให้ลุ้นก็แปลกแล้วละ

 

                        และก็เป็นไปตามบทพระเอกที่ดี คาลเดียร์ไล่โจรป่าคนนั้นออกไปได้ด้วยความรวดเร็ว ลับหลังโจรป่านามมานิกอลโด ชายหนุ่มก็เดินกลับมาหาผู้เคราะห์ร้าย แถมยังดูแตะเนื้อต้องตัวกันมากกว่าที่ควรอีกต่างหาก

 

            ขะ... ขอบคุณมากที่ท่านช่วยเราไว้กระนั่นผู้เล่นก็ยังไม่หลุดบทโดยง่าย แต่มือใต้ผ้าคลุมนั้นหากสังเกตดีๆ ก็พยายามดันอกกว้างของคนที่ทำตัวเหมือนจะเข้ามาพยุง หากคิดไม่ผิด อาเธน่าคิดว่าคนในเสื้อคลุมนั้นคงส่งสายตาไม่พอใจให้คาลเดียร์อยู่เป็นแน่ ข้า...

 

            เจ้าคิดจะขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งๆ ที่ยังคลุมหน้าคลุมตาแบบนี้นะหรอ จบประโยคก็เล่นเอาคนทั้งหน้าและหลังเวทีต้องกุมขมับ... คาลเดียร์เล่นนอกบทอีกแล้ว

 

                        แต่... วิธีให้คนขี้อายเปิดเผยตัวก็คงมีแต่วิธีนี้เท่านั้นสินะ...

 

                        ก็ตามบท... มันมีซะที่ไหนละ ผ้าคลุมดำๆ พรรคนั้น...

 

            และก็เป็นดังคาด ร่างภายใต้เสื้อคลุมชะงักไปครู่ พลางลอบใช้สายตามองไปทางเด็กสาวตัวเล็ก กัดฟันทนอยู่ครู่หนึ่ง จึงเปิดผ้าคลุมสีดำสนิทออก

 

            เดเจล !! ” เด็กสาวเรียกชื่อของคนในผ้าคลุมทันควัน เดเจล ... โกลด์เซนต์ผู้เยือกเย็นแห่งวิหารอควอเรียสก็ร่วมเล่นละครในครั้งนี้ด้วยหรือเนี่ย ?

 

                        ชุดที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่เป็นชุดโค้ดยาวแขนกุดสีดำออกรัดรูปคลุมทับเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงขาสั้นสีเดียวกันที่ยาวเพียงไม่กี่คืบจากสะโพกมนแลดูข้ากันอย่างประหลาดกับนัยน์ตาสีแดงคู่สวยและผมยาวสีเพลิง...

 

                        อย่างไรก็ตามสิ่งที่เด่นสะดุดตาที่สุดกลับเป็นเข็มกลัดทับทิมกลมสวบนหน้าอกข้างซ้ายของเดเจล ชาช่ารู้สึกมึนงงเล็กน้อย... คุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก

 

            เสื้อของเจ้าดูแปลกประหลาดนัก เป็นคนจากแถบไหนหรอ ? ” คาลเดียร์เอ่ยต่อ หลังจากใช้สายตารุ่มร้อนไล่มองไปทั่วร่างของอควอเรียสเซนต์ ... เดเจลรู้สึกหงุดหงิดนัก ทว่า บนเวที.... ต่อหน้าท่านเทพี เขาจำเป็นต้องข่มความโกรธเอาไว้ ... พลางนึกไปถึงโกลด์เซนต์คนอื่นๆ

 

                        พวกนายทำกับฉันแบบนี้ได้นะ....

 

                        ทั้งๆ ที่บทนาง... เออ... บทที่คู่กับคาลเดียร์ต้องเป็นบทของอัลบาฟีก้า ด้วยใบหน้าที่สวยราวอิสตรีนั้น ทว่าเพียงเพราะโกลด์เซนต์คนอื่นต่างรู้ดีว่าโกลด์เซนต์ผู้มีใบหน้างดงามเกลียดการถูกชมว่าสวยเหมือนผู้หญิงมากเพียงใด จึงไม่มีใครกล้ายื่นบทพิสดารนี้ให้เลย

 

                        แถมตัวคาลเดียร์ที่ได้บทเจ้าชายในตอนแรกกลับไม่ยอมเล่น เพียงเพราะต้องคุกเข่าให้ชิจิฟอส...

 

                        มานิกอลโดเลยเสนอให้เขาเล่นบทนี้... เพราะคาลเดียร์จะได้กวนโมโหเขาระหว่างเล่นได้ง่ายๆ !!!

 

                        นี่หรือเหตุผล !! เดเจลนึกอยากจะสบถเป็นรอบที่ร้อยของวัน ! นึกอยากจะถามว่าพวกนายมีสำนึกรักในตัวอาเธน่าบ้างไหม ทำไมต้องอ้างเหตุผลโน้นเหตุผลนี้แล้วโยนงานหนักมาที่เขาคนเดียว ให้แสดงบทผู้หญิงยังไม่พอ แล้วนี่ ! ต้องแสดงคู่กับคนที่กวนประสาทที่สุด !

 

                        เดเจลนึกอยากเป็นลมล้มไปเสียเดี๋ยวนั้น

 

                        หากไม่ติดว่าเป็นงานเพื่อแซงทัวรี่ ให้ตายเขาก็ไม่ขอมาแสดงบททุเรศๆ แบบนี้เป็นอันขาด !!

 

            ข้าเพิ่งหนีมาจากกองทัพปีศาจ ชายหนุ่มเอ่ยต่อเมื่อเห็นว่าตนค้างบทสนทนาไปนาน พวกมันบุกเข้ามาที่หมู่บ้านของข้า พร้อมกับจับตัวพวกข้าไป ข้าเลยขโมยชุดของเจ้าพวกนั้นมาเพื่อหลบหนี ไม่เพียงเท่านั้นยังพูดบทคล่องปรื้อราวกับท่องมาโดยไม่มีการใส่อารมณ์ใดๆทั้งนั้น แม้ตามบทแล้วเขาจะเอ่ยวาจาอ้อนวอนขอให้เจ้าชายหนุ่มช่วยเหลือตน หากสำหรับคนที่วันๆ คลุกอยู่กับหนังสือไม่ข้องเกี่ยวกับสาระบันเทิง อย่างนี้ถือว่าดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้แล้ว

 

                        แถมใบหน้า... ยังเรียบเฉยไร้อารมณ์อีกต่างหาก ...

 

            ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ สู้เปลี่ยนคู่พระ-นางเป็นคนอื่นดีกว่า  เป็นโดโก โกลด์เซนต์ประจำราศีตุลย์ ผู้ครองเรือนผมสีน้ำตาลยาวประบ่าเอ่ยสบถขึ้นหลังเวที ข้างๆ มีชิออนผู้คุ้มครองวิหารเอเรียสนั่งอยู่อย่างปลงอานิจจังเช่นกัน ให้คู่พระเป็นชิจิฟอส แล้วคู่นางเป็นเอลซิดไปซะก็สิ้นเรื่อง

 

                        แทนการขอบคุณในความหวังดี โดโกได้รับดวงตาคมกริบเป็นของตอบแทน

 

            เอานา ใจเย็นๆ เถอะเอลซิด เป็นตัวคนที่เพิ่งออกไปแสดงเป็นบทราชาแห่งพื้นพิภพต้องออกมาห้ามปรามก่อนร่างโกลด์เซนต์แห่งไลบร้าจะโดนผ่าเป็นสองท่อน อีกอย่างโดโก ชิออนบททุกอย่างที่วางไว้ตอนนี้ลงตัวดีแล้ว พวกเราในทีนี่ไม่เคยมีใครเรียนการแสดงมาก่อน แสดงยังไงฉันว่ามันก็เหมือนกัน ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจต่างหาก

 

                        จิตใจที่เป็นห่วงองค์เทพี...

 

                        ท่านอาเธน่าจะทรงรับรู้มันหรือไม่ ...

 

                        แล้วเรื่องราวก็ถูกบรรยายต่อเนื่องกันไป หลังจากที่คาลเดียร์ได้ช่วยเหลือเดเจลที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ชายหนุ่มก็พาอีกฝ่ายเดินทางไปปราบเหล่าอสูรกาย ทว่า... ช่างน่าอัศจรรย์ ที่แผนการรบของเขากลับถูกกองทัพจากบาดาลล่วงรู้ก่อนทุกครั้ง

 

            กองทัพของเรามีไส้ศึก นักพรตประจำกองทัพซึ่งเล่นโดยเวอร์โก้ อัสมิตาเอ่ยกล่าวขึ้นกลางที่ประชุมแผนการรบ เขามาในชุดผ้ายาวสีขาวพันกายคล้ายคลึงกับชุดเวลาที่เขานั่งทำสมาธิ ดวงตาทั้งคู่ยังคงปิดสนิท ข้าเห็นสมควรว่าท่านควรระวังตัวให้มาก เจ้าชาย

 

                        กระนั้นแม้จะระวังตัวมากเพียงใด ท้ายที่สุดเจ้าชายไร้พ่ายก็พลาดท่าให้กับกองทัพปีศาจ คาลเดียร์ได้รับบาดเจ็บในสนามรบเพราะปีศาจที่มีรูปร่างส่วนขาเป็นงูตัวเป็นคน พิษร้ายแทรกซึมเข้าตามกระแสเลือดเมื่อเขี้ยวแหลมคมของมันได้แทงลงบนซอกคอ ก่อนที่ร่างขององค์ชายหนุ่มพลันร่วงตกลงไปจากหน้าผาสูงชัน

 

            คาลเดียร์ !!! ” โดยไม่รอฟังคำทัดท้านใดๆ เดเจลซึ่งตอนนั้นนึกเป็นห่วงชายหนุ่มจับใจจนลอบออกมาเป็นทหารศึกคนหนึ่งรีบกระโดดตามชายหนุ่ม

 

                        ร่างทั้งสองพลันหายไปกับสายน้ำเชี่ยวกราด

 

            นั้นมัน... อ่างน้ำไม่ใช่หรอคะ

 

                        ไม่ผิดหรอกครับ... ไม่ผิดเลยองค์อาเธน่า ...

 

            เป็นส่วนหนึ่งของฉากนะครับ หากเรามองว่ามันเป็นสายน้ำ มันก็จะเป็นสายน้ำ อันเดรบารันหรือท่านอัสการ์ดนึกอยากร้องไห้ในใจ บทที่คิดว่าสบายที่สุดดูเหมือนจะไม่สบายแล้วสิ

 

 

                     

ฉากถูกเปลี่ยนให้เป็นถ้ำลึกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำสายเดิม เดเจลค่อยๆ ใช้แขนบอบบางของตนพยุงร่างสูงของคนไม่ได้สติขึ้น ทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะคนแกล้งสลบไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าใดนัก ... ทันทีที่เดินเข้ามาในถ้ำ เดเจลก็ปล่อยร่างสูงให้นอนลง ใช้มืออังปลายจมูกแล้วก็ตัดสินใจ

 

            ถ้าท่านรู้ว่าข้าเป็นไส้ศึก... ท่านจะยังอ่อนโยนกับข้าหรือเปล่านะ ดึงคอเสื้อออกให้พ้นจากรอยถูกกัด ชั่งใจครู่หนึ่งจึงโน้มใบหน้าลงไป ริมฝีปากบางอ้าออกเผยให้เห็นเขี้ยวคมแหลม ...ข้าเป็นปีศาจ

 

                        เดเจลเป็นแวมไพร์... ปีศาจซึ่งดื่มเลือดเป็นอาหาร ... และเลือดอันโอชะที่สุดก็ไม่พ้นเลือดของมนุษย์

 

                        ทว่านั้นเป็นครั้งแรกที่เขี้ยวของเดเจลไม่ได้มีไว้สำหรับดูดกินอาหาร หาก เขากำลังดูดพิษซึ่งคั่งค้างอยู่ภายในร่างของเจ้าชายหนุ่มออกมา

 

            ท่านจะตายไม่ได้นะ... ชายหนุ่มเอ่ย หากเสียงไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบ ข้ายังไม่ได้ขอโทษท่าน...

 

            ข้าจะไม่เอ่ยโวยวายทุกๆ ครั้งที่ท่านเข้ามาใกล้ข้า

 

            ข้าจะไม่รังเกียจ ทุกๆ ครั้งที่ท่านมอบความใจดีให้

 

            แม้จะโดนท่านรังเกียจ แม้จะต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทรยศ

 

            แม้จะต้องหันหลังให้กับบ้านเกิดของตนเอง

 

            แต่ขอเพียงอย่างเดียว...

 

            โปรดตื่นขึ้นมาฟังคำจากปากของข้าเถิด

 

                        นานาคำพูดพลันถูกเอื้อนเอ่ยจากริมฝีปากกลีบกุหลาบ โดยไม่รู้ตัวชาช่ายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลรินออกมา แม้ตัวนักแสดงนำจะแสดงไม่ค่อยสมจริงนัก แต่... เธอรู้สึกสงสารตัวบทที่เดเจลแสดงอย่างประหลาด

 

                        สัญญาว่าจะยอมรับทุกสิ่งที่ชายหนุ่มเคยกระทำ... เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องจากไป

 

                        เท่าที่เธอดูละครมา พอเดานิสัย พื้นฐานของตัวที่เดเจลแสดงได้ ... หยิ่งในศักดิ์ศรี...

 

                        เดเจลใช้ตักของตนต่างหมอนให้ชายหนุ่มได้หนุนนอน แม้มือทั้งสองจะบีบแน่นด้วยความหมั่นไส้ในตัวคนที่ลอบยิ้มมุมปาก แต่การจะผลักอีกฝ่ายให้ออกไปพ้นๆ ในตอนนี้ไม่สามารถเป็นไปได้ ... นึกยินดีนักหนาเมื่อถึงบทที่คาลเดียร์ต้องลืมตาตื่นลุกขึ้นมาคุยกับเขา

 

                        ทว่าแทนที่อีกฝ่ายจะยันตัวมาคุยกับเขาดีๆ ...

 

                        ดันใช้สายตานิ่งๆ มองมาที่เขาอย่างเจ้าเล่ห์ซะงั้น !!

 

            เดเจล... หรอ ? ” ... แล้วที่นายเห็นอยู่มันเป็นคนอื่นหรือไง ? “ เกิดอะไรขึ้นกับข้า ? ”

 

                        ถ้าจะช่วยแสร้งทำเป็นกุมขมับปวดหัวซะหน่อยจะดีมากเลย... เดเจลคิด... คนอะไร แสดงบทกำลังบาดเจ็บอยู่แต่กลับยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างนึกสนุก

            ข้าเป็นปีศาจ ... ขอรวบรัดตัดความเลยละกัน ... คาดว่าโกลด์เซนต์ทั้งนอกและหลังเวทีต่างก็คงเวียนศรีษะกับการกระทำไม่คิดของเขา แค่ตอนคาลเดียร์ก็คงจะเป็นลมล้มพับกันไปหลายคนแล้ว เพิ่มรอบนี้ไปอีกคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เป็นไส้ศึกในกองทัพของท่าน

 

                        เพราะตัวบทจริงๆ เขาต้องแสร้งทำเป็นร้องไห้ เศร้าโศกเสียใจกับการกระทำที่เป็นเหตุให้ชายหนุ่มเกือบต้องตาย ทว่า แม้จะพยายามทำความเข้าใจกับตัวบทมากแค่ไหน เดเจลก็มิอาจจะเข้าใจ

 

                        ในเมื่อ... ตัวเองเป็นคนตัดสินเองว่าจะทำ แล้วทำไมยังต้องร้องไห้.... เสียใจอีก.... ?

 

                        ถ้ารู้ว่าตัวเองต้องเสียใจแล้วจะทำไปทำไม

 

                        สิ่งที่เดเจลคิดมีเพียงเท่านี้  ด้วยนิสัยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง มิอาจหาความอ่อนนุ่มอ่อนโยนได้ กระนั้นตัวคนที่ไม่เหมาะกับบทอีกคนกลับยิ้ม ยื่นมือมาสัมผัสไปทั่วโครงหน้า คิ้วเรียวสองแฉกขมวดนิด ๆ อีกฝ่ายคิดอยากจะนอกบทอะไรอีกงั้นหรือ

 

            ข้ารู้...

 

                        อืม ดี... ที่ไม่นอกบท ...

 

                        ทว่าเดเจลกลับดำรงความคิดนั้นได้เพียงชั่ววิ เพราะไม่นานชายหนุ่มก็ทำในเรื่องที่ทำให้เขาตกใจซ้ำสอง

                        เมื่อตอนนี้สกอร์เปี้ยนเซนต์ ...

                        จับปลายผมสีแดงสดของเขา ...

                        จูบตรงนั้นเลย !!!

                        ใครก็ได้ !! เอาแมงป่องสุดกวนบาทานี้ออกไปที !!!

 

            และก็รอวันที่เจ้าจะเอ่ยความจริงให้ข้าฟัง กระนั้นเสียงทุ้มก็ฉุดสติของเขาเอาไว้ได้เสียก่อน คลื่นอารมณ์อันไม่คุ้นเคยพลันพุ่งเข้าจู่โจมร่างคนใจแข็งโดยพลัน เมื่ออีกฝ่ายใช้สายตา... มองเขา ... นิ่งๆ แค่นั้นเอง ...

 

                        ณ วินาทีนี้ ไม่มีรอยยิ้มเหยาะที่มุมปากอีกแล้ว

                        ไม่มี ... แม้กระทั่งแววเจ้าเล่ห์ในแซฟไฟร์คู่คม

 

            ข้ารักเจ้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ไร้ซึ่งความดุดันหรือเสแสร้งแม้เพียงนิด ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมขึ้นมาสัมผัสกับใบหน้าของเขา ร่างเล็กๆ สะดุ้งประหนึ่งเหมือนมีกระแสไฟแล่นผ่านทั่วร่าง คำว่า รักที่เจ้าชายคาลเดียร์มอบให้กับแวมไพร์เดเจล ดูเหมือนจะมีอิทธิพลกับอควอเรียสเซนต์มากกว่าที่คาดไว้มากนัก

 

                        เดเจลหวนนึกไปถึงคำตอบที่เค้าต้องตอบอีกฝ่ายไป พลางใช้มือข้างหนึ่งจับมือสากบนแก้มของตนไว้หลวมๆ ทว่าพอจะพูดอีกฝ่ายกลับขัดขึ้นมา

 

            ให้ข้าได้รู้ ความจริง จากใจของเจ้าได้หรือไม่ ? ”  

 

                        โดยไม่ทันได้นึกถึงความหมายที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ภายใน คิ้วเรียวสองแฉกขมวดเข้าหากันโดยพลัน จะย้ำอะไรกันนักหนา ใช่ว่าเขาจะลืมบทอะไรง่ายๆ เสียหน่อย

 

            ข้าเองก็รัก....

 

                        กลับกลายเป็นมือใหญ่ที่เอื้อมมาปิดปากของเขา ก่อนที่ร่างสูงจะยันตัวลุกขึ้นนั่งเสมอกัน นัยน์ตาสีฟ้าใสจ้องสบกับนัยน์ตาสีทับทิมอย่างไม่กลัว

 

                        ก่อนระยะห่างของใบหน้าคนทั้งสองจะค่อยๆ ถอยร่น คาลเดียร์ก็เอ่ยย้ำ

 

            ข้าหมายถึง ...

 

                        ลมหายใจอุ่นร้อนพาให้จิตใจเริ่มล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ร่างของเดเจลสั่นเทิ่มอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่ออีกฝ่ายเริ่มถอนมือออกไป

 

                        พร้อมจะทดแทนด้วย... ริมฝีปากได้รูป ...

 

                                    โป๊ก !!!

 

            คาลเดียร์จะทำอะไรเดเจลนะ !!! ” เป็นเสียงใสของเด็กเล็กๆ ไม่รู้เดียงสาคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังร่าง

ของคาลเดียร์ หลังจากที่เจ้าตัวได้ใช้กำปั้นทั้งกำออกหมัดเขกหัวคนเจตนาไม่บริสุทธิ์อย่างแรง ใบหน้าใสส่อแววไม่ยอมแพ้เมื่อเห็น ชายหนุ่มร่างสูงหันกลับมาแยกเขี้ยวให้

 

            ไอ้เด็กบ้าเรกูลัส !!! ” ที่โมโหนะไม่ใช่เพราะโดนทำร้ายร่างกายหรอก แต่เพราะเจ้าเด็กนี้ ... เจ้าเด็กนี้ ...

 

            ไอ้แมงป่องบ้ากาม !!! ” เรื่องฝีปาก ในที่นี้ไม่มีใครเป็นสองรองใคร เด็กน้อยนามเรกูลัสผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลซอยสั้น ในชุดลำลองของเซนต์ฝึกหัดเดินเข้าไปกันร่างผอมบางหน้าสวยไว้ ทำท่าขู่ฝ่อๆ เหมือนแมวไม่มีผิด ฉันรู้นะ !! ไอ้บทล่อแหลมแบบนี้ ท่านเคียวโกเซจิไม่ได้เขียนไว้แน่ๆ นายเล่นนอกบท !! ”

 

                        เป็นทีของผู้ที่ถูกอ้างอิงหลังเวทีต้องกุมขมับบ้าง .... ไอ้การแสดงที่อดทนสร้างมากับมือเหมือนจะเป็นอันต้องล่มไปเพียงเพราะความปรารถนาดีอันใสซื่อของเด็กหนุ่มตัวเก็งตำแหน่งโกลด์เซนต์ประจำราศีสิงห์นี้แล้วเสียสิ

 

                        ทว่า ... ฮาคุเรย์... ผู้เป็นพี่ของเขากลับหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจเสียนี้ ...

 

                        นี้... ท่านไม่ได้เห็นสีหน้าขององค์เทพีเลยหรือไร

 

                        ว่าท่านกำลัง ...

 

                        ...

 

            คิก คิก

                        .....

 

                        เอ๋ ?

 

            คิก อุ๊บ ...

 

                        ก่อนเสียงหัวเราะสดใสจะพร่างพราย หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากเล็กๆ องค์เทพีอาเธน่าในตอนนี้ไม่เหลือคราบองค์เทพีผู้ศักดิ์สิทธิ์ หรือผู้น่าเกรงขามใดๆ อีกแล้ว ... คงเหลือแต่เพียงเด็กสาวตัวน้อย ตัวเล็กๆ ที่หลุดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

 

                        เป็นเสียงหัวเราะแรก... ที่ได้ยิน ... นับจากเด็กสาวได้ถูกพลัดพรากออกมาจากสถานที่ที่ไม่มีอะไรนอกเหนือจากความอบอุ่น ...

 

            เป็นการแสดงที่สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ท่านเซจิ ถึงกับน้ำตาเล็ด เด็กสาวใช้มือเช็ดน้ำตาออก พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอ่ยขอบคุณโกลด์เซนต์แห่งทอรัสเมื่ออีกฝ่ายมอบคฑาทองคำมาให้ แซงทัวรี่แห่งนี้มีแต่เรื่องสนุกๆ แถมยังเป็นที่ๆ เต็มไปด้วยความอบอุ่น ... หนูดีใจมากเลยค่ะ ที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี้ไม่พูดเปล่า เด็กสาวเดินถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะโค้งศรีษะและโน้มตัวลงเล็กน้อย ท่ามกลางความตกใจของเหล่านักรบที่รายล้อมรอบตัวเธอ

 

            เคียวโกเซจิเป็นคนที่หาเสียงของตัวเองเจอ ชายหนุ่มรีบเอ่ย พลางทำท่าจะเดินมาช่วยพยุงร่างของเด็กสาว องค์อาเธน่า ...  

 

                       

            ต่อจากนี้ คงต้องรบกวนพวกท่านแล้ว กลับเป็นตัวเด็กสาวที่เอ่ยขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หาก... เข้มแข็ง ... มุ่งมั่น

 

                        แล้วเธอจึงเงยใบหน้าขึ้น มอบรอยยิ้ม ...   

 

                        รอยยิ้มที่สว่างไสว ...

 

            หนูชื่อชาช่า เป็นเด็กกำพร้า แถมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเท่าไรนัก แต่หนูสัญญาค่ะ ว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

 

            พวกคุณ... ช่วยหนู ... ได้ไหมค่ะ ? ”

 

                        ไม่จำเป็นต้องให้องค์เทพีเอ่ยซ้ำสอง หรือขอความช่วยเหลืออันใด

                       

                        เหล่าโกลด์เซนต์ทั้งอดีตและปัจจุบัน ต่างค้อมกายลงถวายความเคารพโดยพลัน ... แลยิ่งรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจมากขึ้นไปอีก เมื่อเด็กสาวเอ่ยคำ

 

            ในฐานะ เพื่อน ... นะคะ ...  

 

                        ณ วินาทีนี้ ... ไม่มีอีกแล้ว ... นายกับบ่าว ...

                        ไม่มีนักรบ ... และเจ้าหญิง ... หรือองค์เทพผู้สูงศักดิ์

                        เหลือแค่เพียง ... สิ่งเพียงสิ่งเดียว ... ความสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด ...

                        ...สหาย...

                        เพื่อนที่ไม่ว่าเมื่อไรก็จะอยู่เคียงคู่กันไป ...

                        ...สหาย...

                        เพื่อนที่ไม่ว่าเมื่อไรก็จะไม่ทอดทิ้งกัน ...

                        ...สหาย...

                        เพื่อนที่มั่นคง...

                        พร้อมจะร่วมทุกข์ ... และร่วมสุขกันไป...

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

                        การแสดงทุกอย่างจบลงแล้ว ... แม้จะเป็นการแสดงที่ไม่อาจต่อบทให้ได้จนจบ ซ้ำยังถูกยุติลงกลางครันในเวลาอันไม่เหมาะสม

 

                        แต่... ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะพังพินาศไปเสียหมดนินะ ...

 

                        เดเจลคิด ขณะที่นัยน์ตาสีแดงสดสะท้อนภาพเด็กสาวตัวเล็กที่กำลังช่วยยกผ้าพื้นใหญ่ ส่วนประกอบของฉากหลังการแสดงเข้าไปเก็บในห้องเก็บอุปกรณ์ในส่วนของวิหารเอเรียส และของหลายๆ อย่างที่ได้มาจากวิหารแต่ละวิหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ... ในวิหารฟิสซิส

 

                        ฉากสภาพแวดล้อมพื้นป่าและทุ่งราบจะไม่สามารถกำเนิดขึ้นได้เลย หากปราศจากโกลด์เซนต์ประจำลัคนาราศีมีนผู้นี้ อัลบาฟีก้าเป็นคนจัดเตรียมพันธุ์ทุกอย่าง พร้อมเอ่ยปากบอกชัดถ้อยชัดคำว่า

 

            ใช้เสร็จ ไม่ต้องมาคืน

 

                        เป็นเพราะเพียงแค่นี้สวนข้างปราสาทฟิสซิสก็อุดมไปด้วยกลุ่มดอกไม้แสนสวยอาบยาพิษแล้ว ... เจ้าตัวเองคงไม่ใคร่อยากจะให้สิ่งมีชีวิตอื่นนอกเหนือจากตัวดอกเดมอนโรสเองที่อยู่ในสวนกว้างนั้น

 

                        อัลบาฟีก้ายังคงเป็นคนที่อ่อนโยน ... มองอะไรด้วยสายตาเฉียบคมเสมอ แม้ลักษณะภายนอกจะดูเหมือนเย่อหยิ่ง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เลย

 

                        อีกด้านหนึ่งก็คงเป็นโกลด์เซนต์แห่งราศีกรกฏ ชายหนุ่มที่ดูเป็นคนเลวร้ายเมื่อครั้งแรกที่พบ แต่จริงๆ เมื่อรู้จักแล้ว ก็จะได้เห็นอีกด้านหนึ่งที่เต็มไปด้วยความรักและเคารพบูชาในตัวองค์เคียวโกเหนือใครๆ

 

                        ภาพชายหนุ่มผมตั้งสีน้ำเงินเข้มคอยเดินตามดูแล องค์ประมุขเคียวโกแห่งแซงทั่วรี่จึงกลายเป็นภาพที่เห็นได้โดยทั่วไปของเหล่าโกลด์เซนต์ด้วยกัน ... ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าตัวไม่ใคร่ชอบการเปิดเผยนิสัย ติด อาจารย์ของตนเองต่อหน้าใครเท่าไรนัก

 

                        ชิออนกับโดโกเองก็เป็นโกลด์เซนต์เพิ่งเข้ารับการบรรจุ ยังมีเรื่องให้ต้องศึกษาอีกมาก แต่ด้วยลักษณะท่าทาง เขาคิดว่าสองคนนี้คงเป็นคู่หูที่ดีในอนาคต

 

                        ส่วนอันเดบารัน ... ชายหนุ่มผู้ไม่อะไรให้น่าห่วง ... ความที่เป็นคนสบายๆ ดำรงตนเฉกเช่นราศีพฤษภ ทำให้อีกฝ่ายเป็นเหมือนชายหนุ่มสูงวัยผู้ใจดี ให้บรรยากาศอบอุ่นกับผู้คนที่อยู่รอบข้าง

 

                        ยังมีคนอื่นๆ อีกที่ให้ความรู้สึกเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นชิจิฟอสและเอลซิส เสียเพียงอย่างเดียวว่าสองคนนี้มักจะได้รักภารกิจออกไปนอกเขตแซงทั่วรี่ด้วยกันสองคน จึงทำให้ตัวเขาไม่ค่อยได้คุย แม้วิหารจะอยู่ติดกัน  

 

                        กลายเป็นว่า... ระหว่างวิหารที่ 8 และ 11 ... ไม่มีตัวคอยคั่นกลางไป ...

 

                        ภาพดวงหน้าซึ่งล้อมกรอบด้วยเส้นเกศาสีทองสว่างคล้ายจะตราตรึงฉายชัดที่สุดในความทรงจำ แม้จะพยายามไม่คิดถึง... พยายามลืมแล้ว หาก... ลมหายใจอุ่นร้อนที่กระทบกับใบหน้า ... ถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึก ...

 

                        เนินแก้มใสยังคงร้อนผ่าว... ตรงจุดที่ต้องลมหายใจนั้น

 

                        ณ วินาทีนั้น... หากเรกูลัสไม่ออกมา... เขาจะเป็นเช่นไรนะ

 

                        ริมฝีปากซึ่งไม่เคยมีใครได้จับจอง จะถูกชิงไปหรือเปล่า

 

                        หรือจะเป็นตัวเขาเอง ... ที่ใช้ฟริชชิ่ง คอฟฟิน ... จัดการคนเจ้าเล่ห์นั้น

 

                        ไร้ซึ่งคำตอบของคำถาม ... เมื่อตัวเขาเองไม่อาจรู้ถึงความต้องการซึ่งแฝงอยู่ภายใน ซ้ำยังตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะมีเวลาให้คิดนัก เมื่อเจ้าตัวคนที่มักมอบแต่เรื่องให้คิดมากกำลังผละจากเหล่าอุปกรณ์ที่ต้องนำไปเก็บยังวิหารต่างๆ เพื่อเดินตรงมาหาเขาที่หยุดยืนนิ่งมานาน

 

            มีเวลาว่างหรือเปล่า ? ” คาลเดียร์ถาม พลางสอดมือทั้งสองเข้ากับกระเป๋ากางเกง ทำท่าเหมือนไม่ยี่หระในคำตอบจนเขานึกหมั่นไส้ ... ก็เห็นอยู่ไม่ใช่หรอ ว่าคนอื่นเขากำลังทำงานกันอยู่ แล้วจะหาทางแว่บไปไหนอีก

 

                        โดยไม่จำเป็นต้องถามซ้ำ เดเจลเลือกจะหันหลังไปอีกทาง ทำเป็นเหมือนคำถามนั้นเป็นเหมือนอากาศธาตุ ไม่สนใจ...

 

                        แต่ดูเหมือนเดเจลจะลืมนึกไปว่า นอกเหนือจากความเจ้าเล่ห์แล้ว... คาลเดียร์ยังมี ...

 

                        ... ความหน้าด้าน !!! ...

 

            เฮ้ย !!!! ”

                       

            ไม่จำเป็นต้องให้สมองประมวลผลอะไรมากนัก คาลเดียร์ก็โอบกอดร่างเล็กยกขึ้นบ่ากว้างของตน จับขาเรียวสวยไว้ เมื่อพบว่ามันเริ่มดิ้นไปมา ปล่อยฉันลงนะ คาลเดียร์ !!! ” ถึงจะกดเสียงต่ำเพราะเกรงคนจะเห็นอย่างไร ก็ไม่มีทางที่คนอื่นจะไม่เห็น ... ในเมื่อ... มันเด่นชัดเสียขนาดนั้น ...

 

                        คาลเดียร์หัวเราะร่า กับชัยชนะที่ได้ในครั้งนี้ ก่อนจะหลิ่วตาไปให้กับองค์เทพี

 

            ไหนๆ วันนี้ก็วันวาเลนไทน์ ขอเวลาให้ข้ากับเดเจลสักครู่นะ

 

            อะ... เอ๋ ? ” คนไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ... ก็งงเต๊กสิครับท่าน

 

                        โดยไม่รอคำอนุญาต คาลเดียร์ก็ใช้ความเร็วเหนือแสงพาร่างของตนและร่างของอควอเรียสเซนต์หายไปจากวิหารเคียวโก ... เซจิถึงกับกุมขมับ รู้ว่าคาลเดียร์คงไม่ไปไหนไกล เผื่อๆ อาจจะเป็นวิหารอควอเรียส ซึ่งเป็นทางผ่านที่จะไปวิหารเอเรียส ...

 

                        แม้เขาจะไม่คิดว่าการขาดคนไปคนสองคนจะเป็นสาเหตุให้งานทั้งหมดต้องหยุดลงก็ตาม ... แต่ไอ้จะให้โกลด์เซนต์ที่เหลือเดินผ่านวิหารอควอเรียสตอนนี้ ...

 

                        มันจะต่างอะไรกับการเดินผ่านขั้วโลกเหนือละ !!

 

                        แม้...  พี่ของเขาฮาคุเรย์จะดูชอบใจกับอาการทำตัวแปลกแหวกแนวของโกลด์เซนต์สกอร์เปี้ยนคนนี้ก็ตาม !!

 

                        ใช้สมองที่มีอายุอานาม 200 กว่าปีแล้ว เคียวโกเซจิก้ตัดสินใจ ... เอ่ยคำสั่งที่ไม่คิดจะเอ่ยออกไปในรอบปี

 

 

            ถ้าไง เนื่องในโอกาสอันดี ... วันนี้พวกเจ้าทุกคนนอนที่วิหารนี้ละกัน ...

 

                        ท่องไว้... ว่าไม่ใช่เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนมือไว แต่ ...

 

                        เพื่อตัวเด็กๆ เองนะ !!  

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

                        กว่าขาเรียวของอควอเรียสเซนต์จะได้มีโอกาสแตะกับพื้น ก็เป็นตอนที่ตัวคนร่างสูงกว่าได้เดินมาถึงส่วนเขตปราสาทที่ 11 ใบหน้าใสบ่งบอกถึงความหงุดหงิดไม่พอใจเด่นชัด ยิ่งเมื่อได้เห็นแววตาสนุกสนานตรงหน้าแล้ว เดเจลก็ตัดสินใจหันหลังให้ เดินตรงไปที่ห้อง หมายจะตัดขาดกับคนเอาแต่ใจตรงหน้าทันที

 

            แต่เดินไปไม่กี่ก้าว เอวบางก็ถูกมือหนาโอบกลับมาให้แผ่นหลังประชิดกับอกกว้างกำยำ เดเจลหันกลับไปหมายจะมอบไดมอน ดัสต์ให้ หากมือของเขากลับถูกยึดไว้ได้เสียก่อน ร่างเล็กกัดฟันกรอด  เริ่มปล่อยคอสโม่ไอเย็นเข้าคุกคาม พลางกดเสียงต่ำ ปล่อยฉันซะ คาลเดียร์

 

            ทว่าแทนที่จะปล่อย หรือมองหน้าคนที่กำลังโมโห นัยน์ตาสีแซฟไฟร์กลับจ้องเขม็งไปที่พื้นผ้าตรงอกทางด้านซ้ายของอีกฝ่าย แลพอใจนักเมื่อทับทิมเม็ดงามส่องแสงประกายท้าสายตาของเขา เข้มกลัดสวยดีนะ สิ้นเสียง เดเจลก็ยกมือขึ้นปิดเข้มกลัดที่ว่านั้น ... ใบหน้าขาวอมชมพูยิ่งดูเหมือนจะแดงมากขึ้นไปอีก เมื่ออีกฝ่ายโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู... ใครให้มางั้นหรือ ? ” 

 

                        ครั้นจะตอบคำถามอีกฝ่าย ก็ไม่รู้จะตอบว่าเช่นไรดี ... ด้วยเพราะตัวเดเจลเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าใครเป็นคนให้ตนมา ...

 

                        รู้แค่เพียงว่า ... เข้มกลัดอันนี้มันตั้งอยู่บนหัวเตียงของเขาเมื่อเช้า พร้อมกับดอกกุหลาบแดง 7 ดอก แนบการ์ดเขียนว่า

 

            แด่เดเจล

 

                        วันนี้แสดงละครอย่าลืมกลัดมันไปด้วยนะ พยายามเข้าละ แวมไพร์ตัวน้อย

 

                        ข้อความแลดูน่าโมโหนัก ทว่า เมื่อนึกไปถึงภาพดอกไม้ดอกเล็กที่มักจะส่งมาให้ทุกๆ วันในช่วงที่กลุ่มดาวอควอเรียสเปล่งแสดงเด่นบนฟากฟ้ายามค่ำคืนนับแต่วันที่เขาได้เข้ามาเยือนในแซงทัวรี่แล้ว ... ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจ

 

            ยินดีต้อนรับสู่แซงทัวรี่ ฉันไม่รู้ว่านายเกิดวันไหน จะรังเกียจไหมถ้าเกิดฉันจะส่งดอกไม้มาให้นายทุกวันในช่วงวันราศีเกิดของนาย            

 

                        ยังคงจำได้ถึงการ์ดใบแรกที่ได้รับพร้อมกับดอกไม้ 3 ดอก น่าเสียดายนักที่เพราะความไม่ไว้ใจในคราแรก ทำให้เขาทิ้งของขวัญที่ได้มาในปีแรกเสียหมด กว่าจะรู้ว่ามันไม่ได้มีพิษอันตรายอย่างที่คาด ก็เป็นปีที่ 3 ซึ่งก็คือปีนี้ที่เขาได้รับของแต่เพียงฝ่ายเดียว

 

                        ด้วยอีกฝ่ายไม่เคยปรากฏตัว ... สิ่งที่พอจะบอกตัวตนได้คล้ายจะมีเพียงการ์ดใบเล็กๆ ที่มักแนบมาพร้อมดอกกุหลาบสีแดงสด 1 ดอกบ้าง 3 ดอกบ้าง 7 ดอกบ้าง แล้วแต่อารมณ์ตัวคนให้

 

                        คนให้... ที่เดเจลกำลังนึกสงสัย ... ว่าคือ... ชายหนุ่มตรงหน้านี้หรือไม่ ...

 

                        จะใช่คาลเดียร์หรือเปล่า .... ?

 

                        เพราะนอกเหนือจากความเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มยังมี... ความอ่อนโยน

 

                        หลากหลายเหตุผลชวนทำให้คิด ด้วยการแสดงบทบาทแวมไพร์ที่เขาได้รับในวันนี้มีเพียงเหล่าโกลด์เซนต์และผู้อยู่เบื้องหลังการแสดงเท่านั้นที่รู้... และคนอื่นๆ ก็ไม่น่าจะลงท้ายการ์ดด้วยวาจาหยอกเหย้า      

 

            เห็นแก่ท่านเดเจล คาลเดียร์ว่า เป็นจังหวะเดียวกันที่ร่างหนาค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้จนชิด รู้สึกตัวอีกทีแผ่นหลังบางก็สัมผัสกับเสาหินในปราสาท ตรงหน้ามีร่างใหญ่คร่อมไว้ปิดทางหนี ท่าทางนายจะมีเรื่องที่อยากถามฉันเต็มแก่ ลองถามมาสิ

 

                        กระนั้นกลับเป็นตัวเดเจลเอง ... ที่ตัดทิ้งทุกอย่างไป ...

 

                        ชายหนุ่มออกแรงดันอกของคนร่างสูงออก ก่อนช้อนสายตาขึ้นมอง

 

            สิ่งที่ฉันอยากรู้ ฉันก็จะรู้ด้วยตัวเอง

 

                        มุมปากของสกอร์เปี้ยนเซนต์ยักขึ้นเมื่อได้ฟังคำนั้น ท่าทางคล้ายสนุกนักหนา ราวพบเจอสิ่งที่ถูกใจ 

 

                        เพราะเดเจลเป็นเช่นนี้ ... จึงทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปได้ ...

 

            และอีกอย่างฉันเชื่อว่านายไม่มีทางตอบตามความจริงแน่

 

                        ต่างรู้จักอีกฝ่ายไม่แพ้กัน สิ่งที่คนหน้าสวยว่าไม่ผิดกับที่ชายหนุ่มคิดไว้ในใจแม้แต่น้อย คาลเดียร์ให้สิทธิ์เดเจลในการถามก็จริง แต่ใช่ว่าเขาจะต้องตอบ และต้องตอบในสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป

 

            ได้ข่าวว่านายได้รับดอกไม้ เดเจลพยักหน้า ด้วยเห็นว่าป่วยการจะโกหก เคยนับบ้างหรือเปล่าว่าได้มากี่ดอกแล้ว ? ”

 

            ใจจริงเดเจลไม่เคยคิดที่จะนับ หากไม่ติดเพราะตัวอัลบาฟีก้ามักจะเป็นคนนับให้เขาทุกครั้งที่ได้ฟังเรื่องดอกไม้ปริศนาด้วยสีหน้าติดจะระอา จึงทำให้เขาจำตัวเลขจำนวนที่ได้รับได้ขึ้นใจ ...  “ 108 ดอก ทำไมหรอ ? ”

 

            แล้วนายก็ติดเข้มกลัดที่ได้รับไปในวันเดียวกัน ไม่รู้ตัวบ้างหรือไงเดเจล ไม่เพียงพูดยังขยับกายเข้ามาใกล้เสียยิ่งกว่าเดิม ว่ามันเหมือนกับการตอบรับ ... ยอมแต่งงานกับเจ้าตัวคนที่ส่งของมาให้นี้...

 

                        ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลหลายแปดมาขยายความอีกต่อไป ทันที่ที่ใบหน้าคมโน้มลงมาหมายจะลิ้มชิมรสชาติของกลีบปากสีกุหลาบ ทุกอย่างก็ไขกระจ่าง สิ่งที่ไม่เคยมั่นใจมาตอนนี้เดเจลก็ได้รู้แล้ว ...

 

            ...คนเจ้าเล่ห์ พร้อมกันนั้นร่างผอมบางของอควอเรียสเซนต์ก็จมเข้าไปอยู่ในอ้อมอกกว้างของเซนต์แห่งสกอร์เปี้ยน ครั้นจะใช้ศอกยันตัวชายหนุ่มไว้ ก็พบว่ามันช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี ... คาลเดียร์แรงเยอะกว่าเขา ... บึกบึนมากกว่าเขา ... ทางเดียวที่จะหลุดหลอดจากอีกฝ่ายได้ คงมีเพียงแต่ใช้พลังคอสโม่ของตัวเอง ทว่ามันไม่ใช่ทางเลือกของเขาในครานี้ คนผมแดงจุดมุมปากขึ้น เกิดเป็นรอยยิ้มทึ่ทำให้คนมองคิดว่าน่ามอง น่าเสียดายว่าฉันทิ้งดอกไม้ที่ได้รับมาในช่วง 2 ปีแรกเสียหมด เอาจริงๆ ที่ฉันเก็บไว้มันมีแค่ 20 ดอกด้วยสิ

 

                        ว่ากันว่าหากจะเล่นกับคนเจ้าเล่ห์... ตัวเราเองก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมที่ไม่แพ้กัน

 

                        ดอกกุหลาบ 20 ดอก ... แสดงถึงความจริงใจ คาลเดียร์ยิ้มพราย

 

            แล้วฉันก็ขี้เกียจจะได้รับดอกไม้จากคนที่ไม่รู้จักแม้แต่หน้าแล้วด้วย โดยเฉพาะ... ในวันที่เป็นวันปกติ ธรรมดา...

 

            นายเกิดวันที่เท่าไรละ ? ”  การจะใช้คำพูดล่อหลอกให้อีกฝ่ายทำตามดั่งที่คิดนั้นไม่ยากเกินกว่าความสามารถของเดเจล ชายหนุ่มพยายามกลั้นยิ้ม ทำหน้าเคร่งขรึมเย็นชา ขณะเลื่อนใบหน้าไปกระซิบข้างหูบ้าง

 

            ก็ลองหาดูสิ ว่าแล้วก็อาศัยช่องน้อยแต่พอตัว เดินหลบไปอีกทางเผื่อเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวประจำวิหาร  ไม่ลืมเลย ... ที่จะ ฉันไม่ชอบคนขี้ขลาดซักเท่าไร ถ้านายรู้จัก คนที่ให้ของฉันก็ช่วยฝากไปบอกทีนะ เอ่ยคำปิดท้าย แล้วจึงปิดล๊อคประตู เสียงดังแกร๊ก ทิ้งให้คนถูกฝากข้อความยืนนิ่งอยู่เพียงคนเดียว ... มือหนาพลันถูกยกขึ้นมาปิดริมฝีปากที่คลี่ยิ้มถูกใจ  

 

                        บทจะยั่ว... ก็ช่างยั่วได้ถูกใจนัก ...

 

                        คงได้แต่เก็บความคิดไว้อยู่ในใจ พลางนึกไปถึงถ้อยคำเมื่อครู่

 

                        ... ไม่ชอบคนขี้ขลาด ...

 

                        แสดงว่าชอบคนรุกมากกว่านี้งั้นหรือ ? …

 

                        ความคิดชั่วร้ายต่างๆนานาพลันผุดขึ้นในหัวของคาลเดียร์ เอาเข้าจริงแล้วไอ้การกระทำแอบๆ ที่ผ่านมานั้นล้วนเป็นการกระทำที่ขัดกับนิสัยส่วนลึกของเขาทั้งสิ้น ... ที่ทำ... ก็เพื่อให้ เหยื่อ ตายใจเท่านั้น

 

                        ทว่านอกจากจะตายใจแล้ว ... เหยื่อนั้นกลับท้าเขาถึงเพียงนี้ ...

 

            ถ้าจะโทษ ... ก็โทษตัวเองเถอะ ... เดเจล

 

                        เพราะต่อจากนี้ไป... ฉันจะไม่ปล่อยนายไว้เฉยๆ แน่ ...

 

                        จะทำให้เป็นของเขา ... ทั้งกาย ... และวิญญาณ ...

 

                        ค่ำคืนศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนแซงทั่วรี่ยังคงเป็นเหมือนเฉกเช่นวันปกติทั่วไป กลุ่มดาวอควอเรียสลอยตัวขึ้นสูง ส่องแสงสว่างประกายเด่นชัดราวกับจะท้าทายเจตนารมย์ของผู้อยู่บนพื้นดิน ...

 

                        คล้ายจะเป็นสัญญาณว่า... ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคงจะเปลี่ยนไป... เกินจากคำว่าสหาย ...

 

                        ... ตลอดกาล ...

 

...END... !!!  

 

====================================================     

credit :  ชื่อฟิคเรื่องนี้ mummy เอามาจากชื่อน้ำหอม หรือครีมอะไรสักอย่างที่ mummy รู้สึกชื่อมันดูดีมากๆ เมื่อประมาณปีก่อนที่เดินผ่านบูธเครื่องสำอางคะ ><   

====================================================     

zone ตอบคอมเม้นท์คะ ><

>> พี่โทเม - ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกค่ะ ^^ mummy เป็นคนถามพี่เอง เพราะอยากจะทำอะไรตอบแทนพี่บ้าง ^^ จะดีใจมากเลยค่ะถ้าพี่ชอบ (ถึงแม้ว่า mummy จะแต่งไม่ค่อยดีเท่าไร TT เรื่องนี้ยอมรับเลยคะ ... ) ยังไงซะก็อยากให้พี่ชอบจริงๆนะคะ >< 

พูดถึงช๊อคโกแลต จริงๆ คิดว่าท่านคาลน่าจะซื้อแบบมีเหล้านิดๆ ให้ด้วยอะคะ ^^ (อ้า .... รสชาติแห่งความเป็นผู้ใหญ่ >< ) แต่ที่แต่งไปตอนแรกไม่ทันได้นึกถึงจริงๆ ค่ะ เพราะว่าปกติ mummy ไม่ชอบกินเหล้าคะ = = เลยไม่ได้คิด พอพี่โทเมพูดปุ๊ป ... เออ มันก็น่าสนน้า >< สงสัยได้ยกยอดไปวาเลนไทน์ปีหน้า คริคริ

>> คุณ~Black~ เรื่อง Snow's kiss เป็นเรื่องสั้นตอนเดียวจบค่ะ ^^ ถ้าสนใจฟิคคู่ คาลเด ก็ มีเรื่อง Impossible Dream , Impression แล้วก็  Childhood นะคะ ^^ ที่เหลือจากนี้จะเป็นมี่มิวค่ะ >< ส่วนเรื่องเล่ม 9 ของ LC mummy เองก็กำลังรออยู่เหมือนกัน อยากเห็นเอลซิดนะคะ >< .

 

Edit ค่ะ !!!

แต่งจบแล้วนะคะ >< สำหรับฟิควาเลนไทน์ + HBD ท่านเด ในปีนี้ อยากบอกว่าหลังๆ อารมณ์ของ mummy แอบหลุดไปมากโข ^^" ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าไปคุยกับพี่โทเมด้วยค่ะ >< ฟังความเห็นเรื่องคู่คาลเดของพี่โทเมแล้ว mummy รู้สึกว่ามันหวานซ้า !!! เลยทำให้มีอิทธิพลกับช่วงท้ายๆ ของฟิค = =

เอาจริงๆ แล้วฟิคนี้ที่ plot ไว้ตอนแรกมีเพียงแค่ว่า คาลเดียร์ให้ดอกไม้ท่านเดทุกวันในช่วงที่เป็นราศีกุมภ์นะคะ เพราะไม่รู้วันเกิดจริงๆ ส่วนตัวเดเจลตอนแรกก็ไม่รู้ค่ะ ความลับเพิ่งมาเปิดเผยก็เพราะว่าน้องหนูชาช่า จำได้ว่าเข้มกลัดที่เดเจลใส่อยู่เนี่ย ตัวเองเคยเห็นคาลเดียร์ซื้อมาในร้านค้าแห่งหนึ่ง เลยเอาไปทักเดเจลต่อหน้าคาลเดียร์หลังจากที่การแสดงมันล่มไปแล้ว =_,= สุดท้ายสองคนนี้เลยต้องออกมาคุยกันนอกปราสาทสองคน เพื่อปรับความเข้าใจ

หลักๆ อารมณ์ของเรื่องนี้ที่ mummy plot ไว้คืออยากจะให้เป็นฟิคใสๆ น่ารักๆๆ อบอุ่นแล้วก็ ขำ (นิดๆ ) ตอนแรกไม่ได้คิดจะให้หวานในช่วงท้าย >< แต่สุดท้ายก็เผลอไปแล้วจริงๆ ถ้ามันออกมาไม่ดี หรือไม่ตรงใจ ก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ><

edit @ 11 Mar 2009 16:01:43 by mummy

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เจิมเลยค่ะ อัลบาฟีก้าต้องเล่นกับมีนอสใช่มั้ย?(ไปกัยใหญ่)

ยังไงคู่ม้ากะเเพะ ก็น่าลุ้นสินะ

อยากเห็นเอลซิดเหมือนกันเลยค่ะ

#1 By 'เด็จป้า on 2009-02-14 00:40

เพิ่งลองอ่านเป็นครั้งแรก สนุก+น่ารัก+ฮามากๆเลยค่ะ (แต่ภาคLC เรายังจำชื่อตัวละครไม่แม่นสักที สงสัยต้องไปท่องจำก่อนไม่งั้นอ่านฟิคไปอาจมีงง เหอๆ)

จะรออ่านตอนต่อไปไวๆนะคะ mummybig smile

#2 By Lavenya on 2009-02-14 01:59

หนุกมากๆๆเยยคร่าbig smile

#3 By ~**~KLK & KCK --->[K]anko JanG~**~ on 2009-02-14 22:11

สนุกมากเลยค่ะ อ่านแล้วนั่งขำไป น่ารักสุดๆ><

#4 By suigintou on 2009-02-17 17:51

หนุกฮามากๆเลยคร่า เอ้อ ได้ข่าวว่า ova ของ holic ออกเเล้วนะคะ บอกไว้เผื่อชอบเเฮ่ๆ - - เเล้วของ trc ก็ออกเดือนหน้านะคะ ดูให้ได้น้า เหอๆ อยากดูมั่กๆ ตอนเเรกออกเดือนหน้า วันที่ 17 อ่ะค่ะ

#5 By JupzyberrY on 2009-02-21 18:55

ไม่สนใจลองแต่งชิจิฟอสxเอลซิดมั่งเหรอคะ คึหึหึ=_,= แอ้ก!/me โดนถีบออกบล๊อค

#6 By suigintou on 2009-03-13 14:50