[Fic Saint Seiya] Worthiness (HBD Camus)

posted on 07 Feb 2009 00:38 by mini-mummy  in fiction

[Fic Saint Seiya] Worthiness (HBD Camus)
Pairing: Scorpion Milo X Aquarius

Authors: mini_mummy_noel

==================================================== 

 

                    ทุกสิ่งจะมีค่า... ก็ต่อเมื่อมีคนให้ความสำคัญกับมัน

                        ไม่ว่าสิ่งที่ว่าจะเป็นอะไร จะเป็นเพียงก้อนหินเล็กๆ กระแสธารแห่งเวลา เหตุกาณ์ต่างๆ

                        กระทั่งตัวบุคคล...

                        หากไร้ซึ่งคนให้ความสำคัญ ค่าของมันจะยังคงเหลืออยู่... กระนั้นหรือ

 

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                        ณ ไซบีเรียตะวันออก

 

                        เสียงหมัดปะทะแท่งน้ำแข็งนิรันดร์ดังขึ้นทำลายความเงียบซึ่งโรยตัวลงระหว่างบุคคลทั้งสอง... ท่ามกลางเขตทุ่งราบน้ำแข็งไอซ์ฟิลล์อันหนาวเย็น นัยน์ตาสีแดงทับทิมทอดมองไปยังร่างของลูกศิษย์หนุ่มผมเขียวที่อยู่ตรงลานฝึกด้วยสายตาที่ไม่อาจระบุอารมณ์ได้ มือเรียวเล็กบอบบางผิดกับฐานะที่ตนกำลังดำรงอยู่เอื้อมขึ้นม้วนปลายผมสีเพลิง ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปไกลเช่นเดียวกับกลุ่มหมอกควันที่ถูกพ่นออกมาทางริมฝีปาก

 

                        กี่เดือนแล้วนะ... ที่เขามาเป็นครูฝึกอยู่ที่นี้

 

                        การที่เผลอคิดออกมาแบบนั้นหลายครั้งในรอบวัน ไม่ใช่ว่าหน้าที่การเป็นครูฝึกน่าเบื่อหรือลูกศิษย์ของเขาไม่น่ารัก ... อควอเรียส คามิว หนึ่งในโกลด์เซนต์ผู้แข็งแกร่งแห่งแซงค์ทัวรี่ค่อยๆ เสยผมหน้าม้าที่เริ่มจะยาวของตนขึ้น เล็บสีเดียวกับดวงตาพลันสะท้อนต้องกับแสงอาทิตย์อัสดง

 

                        สีที่เขาแต่งแต้มลงไป... ด้วยความสมัครใจของเขาเอง

 

                        เป็นสิ่ง... ที่เห็นแล้วก็พาลอดทำให้นึกถึงใครอีกคนที่อยู่ไกลออกไป ... และคงไม่มีวันได้พบเจอในเร็ววัน

 

                        สกอร์เปี้ยน มิโร่ ...

 

                        โกลด์เซนต์แห่งราศีพิจิก

 

                        ทั้งๆ ที่เคยคิดว่าทั้งชีวิตคงไม่อาจจะทำใจให้สนิทสนมกับชายมากเล่ห์และโหดร้ายคนนั้น ทว่าชีวิตมนุษย์กลับไม่มีอะไรแน่นอน หลากหลายความอบอุ่นอย่างที่เขาไม่เคยได้รับจากใครค่อยๆ ถูกส่งผ่านจากตัวของสกอร์เปี้ยนเซนต์

 

                        บุรุษที่อาจได้ชื่อว่าเกิดมาเพื่อได้ทุกอย่างมาเป็นของตน ทั้งดวงหน้าคมคายรับกับเส้นผมสีทองสว่างยาวหยักศกและผิวสีเข้มกร้ามแดด รูปร่างสูงใหญ่กำยำสมชายชาตินักรบ เพียงชายหนุ่มใช้สายตาสีฟ้าเข้มจ้องมอง ผู้ที่เผลอสบตาก็จำต้องต้องมนต์เสน่ห์ของชายหนุ่มอยู่ร่ำไป

 

                        เช่นเดียวกับเขาในตอนนี้...

 

                        ต้องหักห้ามใจมากแค่ไหนกันนะ ? ถึงจะสามารถรวบรวมความกล้าทั้งหมดเอ่ยปากวอนขอองค์ประมุขเคียวโกให้เขามาทำหน้าที่ฝึกสอนเด็กหนุ่มนามไอแซ๊คที่ไซบีเรียแทนคนมากเสน่ห์นั้น

 

                        อยากอยู่ด้วยกันมากแค่ไหน ... มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ และเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ใคร่ชอบความหนาวเย็นของดินแดนน้ำแข็งนี้เท่าไรนัก แม้จะเป็นการทำลายความรู้สึกที่อีกฝ่ายมอบให้ เขาก็เป็นคนขอเดินจากมา

 

            จริงๆ นายไม่จำเป็นต้องไปแทนเจ้ามิโร่นั้นก็ได้ คนอื่นมีตั้งเยอะ ฉันว่ามิโร่เองก็คิดจะโบ๊ยงานให้คนอื่นอยู่แล้ว คำพูดของสหายสนิทเพราะวิหารติดกันคล้ายจะดังอยู่ในหัว คามิวสะบัดศรีษะของตนช้าๆ หวังจะให้มันกระจายหาย

 

                        เพราะทุกครั้งที่นึกถึงคำพูดของเพื่อน ... ดวงหน้าผิดหวังของใครสักคนก็มักจะลอยเข้ามาหลอกหลอนเขาอยู่ร่ำไป

 

                        ทำให้เจ็บอีกแล้ว .... เขาทำให้มิโร่เจ็บอีกแล้ว....

 

                        เพียงเพราะความเห็นแก่ตัว ไม่อยากจะอยู่กับมิโร่ให้มากกว่าขีดที่ตนกำหนดเอาไว้ ทั้งทิฐิที่มีมากมาย ประกอบกับความหวาดกลัว... ความหวาดกลัวที่เขาไม่รู้ว่ามันมาจากที่แห่งใดกันแน่... ระหว่างตัวเขาเอง... กับมิโร่ ....

 

                        สายสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนซึ่งเกิดขึ้นจากความวุ่นวาย โกลาหลอาจนำพามาซึ่งความผูกพัน ...

 

                        แต่นั้นจะใช่.... ความรักหรอ ?  

 

                        ยามที่มิโร่อยู่กับเขา... มิโร่ใจดี... ยิ้มน้อยๆ อ่อนโยน ไม่ยิ้มเหยาะที่มุมปากเหมือนเคย ทำตัวราวกับว่าเขาเป็นคนมีค่า เป็นคนที่รักสุดหัวใจ ไม่ใช่เพียงของเล่นชิ้นหนึ่งเหมือนเมื่อครั้งวันวาน

 

                        วงแขนที่มักจะบังคับกอดร่างเขาเสมอนั้น แม้จะนำพาความหวาดกลัวให้ในตอนแรก หากเมื่อได้เข้าไปอยู่ข้างในแล้ว เป็นเขาเองที่เผลอซุกหน้าลง... รู้สึกสบายและปลอดภัย คล้ายกับเรื่องข้องใจ เหตุการณ์เลวร้ายนั้นไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่แรก

 

                        มิโร่หวังให้ความดีของตนช่วยลบเลือนความชั่วร้าย...

 

                        คามิวรู้.... และเพราะรู้ในจุดนี้ยิ่งกว่าใคร จึงพยายามถอยห่างออกมา พร้อมกับคอยพร่ำบอกอีกฝ่ายทุกครั้งที่มีโอกาสว่าตนไม่ได้คิดแค้นเคืองกับสิ่งที่ชายหนุ่มทำอีกต่อไปแล้ว

 

                        ... แม้จะจำความเจ็บปวดเมื่อครั้งนั้นได้ไม่ลืม ...

 

                        ... แต่ทุกๆ ครั้งที่ได้อยู่กับมิโร่ ได้รับแต่สิ่งดีๆ ที่มิโร่มอบให้ ...

 

                        ... ความเจ็บปวดนั้นกลับเทียบไม่ได้เลย กับความสุขที่ได้รับ ...

 

                        ...มิโร่ไม่เคยคิดปล่อยมือจากเขา ยังคงหมั่นแวะเยี่ยมเยียน พาเขาออกไปเที่ยว พยายามสร้างเสียงหัวเราะที่จางหายไปให้กลับคืนมา ...

 

                        มาทำให้พื้นที่ที่ควรมีแต่ซางะ ผู้มีพระคุณต่อเขา... กลับถูกทดแทนด้วยใบหน้าหล่อเหลาจนเต็ม

 

                        เล็บสีแดงสดเป็นหลักฐานที่ดีชิ้นหนึ่ง ... เคยมีคนหลายคนสงสัย ว่าเหตุอันใด ชายชาตินักรบ หนึ่งในผู้เฝ้าวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งอาเธน่ากลับใช้เครื่องสำอางประทินโฉมของอิสตรี

 

                        แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่ผู้เริ่ม... หากเป็นชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่ามีความงดงามที่สุดในแซงค์ทัวรี่ ฟิซซิส อโฟรดิเต ผู้ให้คำปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับมิโร่โดยไม่จำเป็นต้องขอ ชายหนุ่มหน้าสวยแกมโศกเป็นคนยื่นขวดยาสีแดงสดสีเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนนิ้วของเขาด้วยสายตาหมองๆ

 

            ยาทาเล็บอันนี้เป็นยาทาเล็บของแม่ของฉัน

 

                        แม่ของอโฟรดิเต เป็นหญิงสาวซึ่งมีรูปหน้าและรูปทรงที่งดงามดุจเทพวีนัสในตำนาน อโฟรดิเตซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวรักนางยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ทว่าความงดงามนั้นหาใช่จะนำพาแต่สิ่งดีๆ ให้ บั้นท้ายของชีวิตนางจบลงด้วยน้ำมือของตนเองเพื่อหลบหนีจากเศรษฐีเฒ่าคนหนึ่ง

 

                        เธอเป็นคนเข้มแข็ง อโฟรดิเตมักกล่าวเช่นนั้น เธอมักพร่ำสอนอโฟรดิเตว่า การต่อสู้ที่สวยงามควรจะจบลงด้วยสิ่งที่เรียกความทรงจำที่ดี

 

                        ชื่ออโฟรดิเตที่อีกฝ่ายใช้อยู่... ก็เพื่อระลึกถึงผู้เป็นมารดา

 

            พวกนายเป็นเหมือนคู่หูกันไม่ใช่หรอ ? ไม่ลองทำอะไรที่ดูเข้าคู่กันหน่อยละ ? ’ เพราะนึกสนุกส่วนหนึ่ง ประกอบกับความคิดถึงผู้ที่จากไปเกินจะกล่าว จึงทำให้ฟิซซิสเซนต์ซึ่งในสมัยนั้นยังเยาว์วัยอยู่มาก คิดอยากจะหากิจกรรมสักอย่างที่พอจะทำให้หวนนึกไปถึงช่วงเวลาดีๆ ของตนและมารดา แรกสุดเด็กหนุ่มหน้าสวยเลือกที่จะทานิ้วชี้ข้างขวาก่อน รอให้แห้ง คามิวขยับมือไปมาอย่างสนใจ เหมือนมิโร่เลย ว่าไหม ? ’

 

                        คำว่า เหมือนไม่ได้สั่นคลอนจิตใจของเขาเท่าไรนัก เพราะเขาไม่เคยคิดชื่นชมเจ้าของชื่อถึงขนาดอยากจะเป็นเหมือนกัน อยากจะยกอีกฝ่ายไว้ให้เป็นที่ปลาบปลื้ม ทว่า...

 

            เหมือนกันแบบนี้ คล้ายกับจะเป็นการประกาศบอกเลยน้า~ ว่าพวกนายสองคนสนิทกันมากแค่ไหน

 

                        เพียงแค่นั้นก็หน้าแดงแล้ว...

                        เพราะส่วนลึกของหัวใจ.... มันบอก.... บอกว่าอยากทำอะไร... อะไรก็ได้ที่ทำให้ดูพิเศษ ไม่เหมือนคนอื่น... ไม่เหมือนกับเล่าหญิงสาวที่มิโร่เคยคบหา

 

                        หากสัญลักษณ์อันบ่งบอกถึงสายสัมพันธ์อันแนบชิดคือวงแหวนเกลี้ยงเกลา  แล้วมันจะเป็นการเห็นแก่ตัวไหม ถ้าเขาขอเพียงสิ่งนี้.... ขอเพียงเท่านี้เท่านั้นจากมิโร่

 

                        ความรู้สึกซึ่งพยายามขังไว้ให้อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ ความรู้สึก... ซึ่งเป็นความปรารถนาของตัวมิโร่เช่นกัน

 

                        แต่... มิใช่กับญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่

 

                        ตระกูลของมิโร่เป็นตระกูลใหญ่ ....เป็นเชื้อสายเดียวในเขตศักดิ์สิทธิ์แซงทัวรี่ ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษผู้ครองตำแหน่งสกอร์เปี้ยนเซนต์คนแรก คุณแม่ของมิโร่เองก็หวังจะให้บุตรชายเพียงคนเดียวของเธอเป็นผู้นำตระกูลต่อจากรุ่นของเธอ

 

                        หญิงสาวอาจสามารถทำใจยอมรับความรักระหว่างเพศเดียวกัน เพราะถูกปลูกสอนมาเช่นนั้น ทว่าเธอเองก็คงไม่อาจทำใจให้สายเลือดของสกอร์เปี้ยนเซนต์มาจบที่รุ่นของลูกของเธอ

 

            นั้นนายทำอะไรอยู่นะ คามิว !!! ’ ไม่ทันจะได้คิดไตร่ตรองหรือลบร่องรอยจากการเล่นสนุกของเซนต์ฟิซซิส ร่างสูงหนาของใครคนหนึ่งก็พุ่งเข้าโถมทับร่างผอมบางของคนผมแดงให้ล้มลงไปทางด้านข้าง เป็นเดือดเป็นร้อนให้คนเริ่มแผนการต้องรีบคว้าของกลางสุดหวงมาเก็บไว้แทบไม่ทัน ฉันอุตสาห์ไปหาถึงปราสาทที่ 11 ไม่เจอนาย ตามคอสโม่มาถึงได้มาเจอนายอยู่กับอโฟรที่ปราสาทราศีมีนเนี่ย

 

                        พูดรั่วเร็วแทบจะไม่ปล่อยโอกาสให้ใครคนอื่นได้พูด คามิวคลำหัวตัวเองปอยๆ รู้สึกคล้ายโดนสุนัขตัวใหญ่กระโจนใส่อย่างไรอย่างนั้น

 

            มิโร่... ลุกจากตัวฉันก่อนได้ไหม ถึงหัวจะไม่กระแทกเพราะมือหนาเข้ามารองรับไว้ก่อนมันจะตกลงกับพื้น แต่การมาอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วงต่อหน้าต่อหน้าสหายอีกคน มันน่าอายน้อยซะเมื่อไรกันละ...

 

            ทว่านอกจากจะไม่ฟังแล้ว มิโร่กลับหันไปให้ความสนใจในสิ่งอื่น นัยน์ตาสีแซฟไฟร์แลดูพราวระยับนัก เมื่อมองตรงไปยังเล็บสีแดงสดกำลังทาเล็บอยู่หรอ

 

                        เป็นตัวคนที่ถูกพลาดพิงถึงต้องรีบพยายามซ่อนมือเรียวของตนให้ออกจากสายตาคู่คม ทว่าไม่ทันแล้ว มิโร่ใช้ความเร็วที่มากกว่าจับมือของนั้นไว้ ลูบไล้เบาๆ อย่างอ่อนโยน

 

                        แว่บแรก .... คามิวรู้สึกหวาดกลัวนักหนา ... ว่ามิโร่อาจจะสงสัยในพฤติกรรมของเขาจนรู้ถึงสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้อีกฝ่ายได้รับรู้ อย่างไรก็ตามทันทีที่มืออีกข้างสัมผัสกับเรือนผมสีเพลิง เสียงทุ้มนุ่มก็เอ่ยปากบอกในสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่า

 

            เหมาะกับนายดีนะ พร้อมกับประกายเจ้าเล่ห์ สกอร์เปี้ยนเซนต์ถือวิสาสะใช้มือลูบไล้ไปตามโครงหน้าสวย วันเกิดปีนี้ฉันให้เจ้านี้เป็นของขวัญละกัน

 

                        แล้วเขาก็ได้รับยาทาเล็บสีแดงสดเป็นของขวัญอย่างที่ชายหนุ่มเอ่ยไว้จริงๆ เมื่อแรก ความเขินอายทำให้เขาไม่กล้าจะใช้มัน แต่หลังจากที่ได้ยินมิโร่บ่นลอยๆ ด้วยความน้อยใจว่า เขาใช้ของขวัญที่ได้รับจากคนอื่นเสมอ ... คนอื่นที่ไม่ใช่สกอร์เปี้ยน มิโร่ เขาก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้

 

                        เล็บสีชมพูอ่อนจึงถูกแต่งแต้มด้วยสีทับทิมมานับจากนั้นเป็นต้นมา

 

                        เสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดได้ดังขึ้นทำลายความคิดที่ทอดลอยไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด อาจารย์ฝึกหัดสะดุ้งตัวเล็กน้อย ดวงตาสีเลือดส่อแววเป็นห่วงชัดเจน เมื่อเห็นว่ามือที่เคยเป็นเนื้อหนังกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโลหิต ไม่จำเป็นต้องถาม เขาก็พอรู้ว่าเด็กตรงหน้าคงพยายามใช้หมัดทำลายก้อนน้ำแข็ง แต่เพราะกะพลังคอสโม่ไม่ได้ แรงอัดจึงกลับมาทำร้ายตนเองอย่างที่เห็นอยู่นี้

 

            เจ็บมากไหม ? ” ถามไปด้วยเสียงเบาๆ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวในกระเป๋ากางเกงออกมาพันมือห้ามเลือดให้อีกฝ่าย หัวใจกระตุกเล็กน้อย.... เมื่อเห็นลายปักชื่อที่ไม่ใช่ชื่อของตนบนพื้นผ้าสะอาด

 

                        มิโร่....

 

                        แทบจะขาดการติดต่อไปเลย ... ด้วยเหตุที่ดินแดนแห่งนี้ค่อนข้างจะอยู่ห่างไกลกับเครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆ สายสัญญาณโทรศัพท์ไม่อาจเข้าถึง ... จดหมาย... หรือการฝากพัสดุก็จำเป็นต้องขอร้องให้เด็กฝึกหัดหรือชาวแซงทัวรี่ซึ่งทำหน้าที่ส่งสารคอยช่วยเหลือ ไม่จำเป็นต้องบอกก็ควรจะรู้อยู่ว่าจำนวนคนที่สามารถปฏิบัติงานนี้มีน้อยมากแค่ไหน ถึงสมัยนี้ การกระจายงานจะช่วยลดความลำบากในหลายๆ ด้าน แต่การจะโยนงานซึ่งไม่มีความสำคัญอันใดกับความเป็นอยู่ของแซงทัวรี่ก็ดูจะเป็นการเห็นแก่ตัวไปซะหน่อย

 

                        วันเกิดของมิโร่ที่ผ่านมา... ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือจงใจของผู้เป็นเคียวโกที่เรียกตัวเขากลับไปประชุมงานอย่างกะทันหัน จึงทำให้เขาได้เจอกับชายผู้มีเรือนผมสีทองสว่างไสวยิ่งกว่าสีทองใดๆ

 

                        อย่างไรซะ... เพราะคำสั่งที่กะทันหัน ประกอบกับในเขตหนาวไซบีเรีย แทบจะไม่มีของอะไรที่สามารถใช้เป็นของขวัญได้เลย เขาจึงไม่มีของอะไรให้มิโร่ในวันเกิด จำต้องมองหญิงสาวมากหน้าหลายตารุมล้อมมอบของขวัญให้กับชายหนุ่มอย่างทุกปี

 

                        และก็เป็นอย่างทุกครั้ง... ที่มิโร่ตอบปฏิเสธไป

 

            ของเยอะแยะ... น่าเสียดายออก ลองพูดออกไปลอยๆ เมื่อเห็นมิโร่กลับมาที่ปราสาทมือเปล่า วันเกิดของมิโร่... วันเกิดของคนที่เคยรับของขวัญมากมายอย่างไม่อิดออดนั้น มาตอนนี้กลับเลือกรับของเฉพาะกับคนที่ตนให้ความสนิทสนมด้วยเท่านั้น

 

            มันไม่มีที่เก็บ พูดติดตลกออกไป ทว่าคามิวไม่ยิ้ม ความที่เป็นคนยิ้มยากและติดจะเย็นชาทำให้เขาไม่ค่อยจะแสดงความรู้สึกทางสีหน้าเท่าไรนัก แต่กับมิโร่....

 

            ขอโทษนะ ที่ไม่ได้เตรียมของให้ ความเป็นมนุษย์ที่หายไปคล้ายจะกลับคืนมา ช่วงเวลาแห่งความรู้สึกที่เหมือนถูกหยุดเอาไว้กลับเริ่มเคลื่อนไหว น้อยครั้งที่คามิวจะรู้สึกผิดจากการกระทำอันเกิดจากความไม่เจตนา แต่ครั้งนี้เขารู้สึกจริงๆ รอก่อนได้...

 

                        กลับเป็นนิ้วเรียวที่ยื่นเข้ามาปิดปากเขาเอาไว้ ประหนึ่งสั่งให้หยุดพูดถึงทุกสิ่ง คามิวทำตามนั้นอย่างว่าง่าย ใช้สายตามองริมฝีปากได้รูปที่ค่อยๆ ยักขึ้น

 

            ยิ้มสิ

 

                        หากนี้คือคำสั่ง... เขาคงไม่คิดจะทำตาม... ทิฐิเป็นตัวกำหนดให้เป็นเช่นนั้น ทว่าทั้งนัยน์ตาอ่อนแสง ท่าทีที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนแฝงความเว้าวอนอย่างที่เขาไม่เคยได้รับจากใครกลับเป็นตัวกำหนดให้ริมฝีปากบางๆ คลี่ขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

                        ร่างของคามิวถูกกดกอดเข้าไปในอ้อมแขนของคนที่คิดถึงสุดใจทันที

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

                        เสียงเปรี้ยะๆ จากถ่านหินดังขึ้นทุกครั้งที่สะเก๊ตไฟกระทบกัน ในบ้านพักหลังเล็กๆ ที่มีเพียงห้องนอน 2 ห้อง ห้องครัว และห้องรับแขก ความร้อนถูกจุดขึ้นบนเตาผิงเพื่อมอบความอบอุ่นให้สิ่งมีชีวิตภายในบ้าน คามิวยิ้มนิดๆ ... เอ็นดู... เด็กหนุ่มผมเขียวร่างสูงที่กำลังนอนขดตัวอยู่บนโซฟาห้องรับแขก สถานที่ที่อบอุ่นที่สุดภายในบ้าน

 

            ไม่ห่มผ้า เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก คิดแล้วก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับผ้าห่มหนานุ่มในมือ อควอเรียสเซนต์ค่อยๆ ใช้ผ้าผืนนั้นคลุมร่างสูงโปร่ง... วันนี้เขาค่อนข้างจะให้ไอแซ๊คฝึกหนัก ไม่แปลกที่จะเหนื่อยจนไม่ได้สติขนาดนี้

 

                        ยืดแขนยืดขาครู่หนึ่ง ตัวเขาก็เดินเลยออกไปนั่งบนโซฟาบุหนังสีน้ำตาลเข้มอีกตัวข้างๆ ใช้หางตาปรายมองเหล่าซองจดหมายและกล่องของขวัญบนโต๊ะก่อนจะถอนหายใจ หยิบจดหมายซองแรกขึ้นมา

 

            ‘ Happy Birthday นะคามิว ฉันเห็นว่าอากาศที่โน้นคงจะหนาว เลยส่งครีมกันผิวแห้งมาให้ เอาไปใช้กับลูกศิษย์ของนายนะ เชื่อว่าถ้านายเคยผิวแตกเพราะอากาศหนาวแล้วละก็ นายจะไม่อยากผิวแตกอีกเลยละ จากอโฟรดิเต

 

                        ช่างเป็นของขวัญซึ่งสมตัวคนให้นัก อโฟรดิเตเป็นคนละเอียด ใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำยังรู้ดีว่าคนอย่างเขาไม่มีทางจะซื้อครีมบำรุงผิวใช้เองเป็นแน่ ทว่าในเขตอากาศหนาว การมีมันไว้ก็ช่วยป้องกันการแสบผิวจากอากาศแห้งๆได้เป็นอย่างดี

 

                        นอกจากนี้ตัวซองจดหมายยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกุหลาบแดง ... ไม่ใช่เดมอนโรส แต่เป็นดอกกุหลาบปกติทั่วไป ที่อีกฝ่ายบอกว่าเหมาะกับเขา

 

            สุขสันต์วันเกิด จากชูร่า

                       

                        รายนี้คงไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นจดหมาย เพราะมันเป็นการ์ดสีขาวลายทองดูมีรสนิยม เขียนข้อความสั้นๆ ตามประสาคนเงียบขรึมอย่างแคปริคอร์น ชูร่า .... โกลด์เซนต์ผู้ได้ชื่อว่ามีความจงรักภักดีต่อองค์เทพีมากที่สุด คามิวนึกถึงใบหน้านิ่งๆ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ของชายหนุ่มผู้นี้นัก ทั้งเส้นผมและนัยน์ตาสีรัตติกาล ไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะจำวันเกิดของคนที่ออกมาทำงานยังที่ห่างไกลอย่างเขตไซบีเรียแห่งนี้ได้ ... ของขวัญที่ชูร่าส่งมาให้เป็นผ้าพันคอไหมพรมสีดำนุ่มๆ จากสภาพคามิวคิดว่าคงเป็นคนส่งที่ถักมันขึ้นมา

 

            สุขสันต์วันเกิด ขอให้ปีนี้เป็นปีที่มีความสุขของเจ้านะ คามิว จากเคียวโก

 

                        ถึงซองนี้ ใบหน้าที่แทบจะไม่ค่อยยิ้มอยู่แล้วกลับยิ่งหมองลงยิ่งกว่าเดิม ... จดหมายลงชื่อเคียวโก... ไม่ใช่ชื่อท่านชิออน... และซางะ...

 

                        แม้ตัวคนเลือกและคนส่งอาจจะเป็นรุ่นพี่ที่เขาให้ความชื่นชมตลอดมา ทว่าพอนึกถึงสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้... ในอกของคามิวก็เหมือนมีลูกตุ้มถ่วงไว้

 

                        การต้องแสร้งทำตัวเป็นคนอื่น... ใครสักคนที่ไม่ใช่ตนเอง ไม่สามารถเอ่ยปากบอกใครได้ ไม่สามารถทำความสนิทสนมกับใครได้ มันทรมานแค่ไหน... แม้เขาจะไม่เคยประสบ ทว่าก็พอรู้.... ว่ามันคงเจ็บปวดมาก

 

                        ... ของขวัญที่ซางะส่งมาให้ เป็นหนังสือเก่าที่เขาเคยบ่นว่าอยากได้เมื่อสมัยที่ยังอยู่ด้วยกัน ... ชายหนุ่มไม่เคยลืม...

 

                        เขารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของชายหนุ่มนัก ทว่า... มันก็เท่านั้น เมื่อในตอนนี้เขารู้แล้วถึงอะไรที่สำคัญกว่า ... ภาพดวงหน้าคมคายหล่อเหล่าของชายหนุ่มราศีพิจิกลอยเข้ามาในหัวโดยพลัน

 

                        ... ไม่มีของขวัญจากมิโร่ ...

 

                        ก็ไม่แปลกหรอก .... ในเมื่อตอนวันเกิดมิโร่ ... เขาเองก็ยังไม่ได้ให้เลยเหมือนกัน ...

 

                        แค่รอยยิ้มจะเป็นของขวัญวันเกิดให้กับคนที่ได้รับของขวัญมากมายนั้นได้อย่างไร ... คามิวพยายามปลอบตัวเอง ... หากเหมือนเป็นการตอกย้ำมากกว่า

 

                        ... ไม่ใช่ว่าเขาต้องการได้รับของขวัญจากมิโร่... ของที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งภายนอกล้วนไม่มีความสำคัญอันใดกับคนที่ไม่เคยสนอะไรนอกจากหนังสือเช่นเขา ... สิ่งเดียวที่เขาอยากได้... มีเพียง... การต่อติดของคนที่คิดถึงสุดใจ

 

                        คนเรามักใช้เทศกาลพิเศษเป็นเหตุผลในการสังสรรค์ พบเจอ และทำในสิ่งที่ตนอยากทำ ...  เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ....

 

                        อยากจะใช้... คำว่า ...วันเกิด... เป็นเหตุผลให้มิโร่เขียนจดหมายมา...

                        ...อยากจะรู้... ข่าวคราวความเป็นไปของอีกฝ่ายบ้าง ...

           

                        ทว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดเช่นเดียวกับเขา บางทีสำหรับตัวชายหนุ่มเองอาจจะเห็นวันนี้เป็นเพียงวันหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ หาความสำคัญอันใดไม่ได้

 

                        เพราะมันไม่ใช่วันแห่งความรัก ที่มิโร่จะได้รับช๊อคโกแลตและดอกไม้มากมายอย่างวันวาเลนไทน์

                        เพราะมันไม่ใช่วันเทศกาลสนุกสนานอย่างที่มิโร่ชื่นชอบอย่างวันคริสต์มาส

                        เพราะมันเป็นวันเกิดของเขา ... คนที่ดีแต่ทำให้มิโร่เสียใจ คนที่ไม่เคยจะตอบสนองความต้องการของมิโร่ได้

 

                        ไม่แปลกถ้ามิโร่จะเบื่อ จะไปหาใครที่สามารถมอบสิ่งที่ชายหนุ่ม ต้องการ ใครสักคนที่จะทำให้ตระกูลสกอร์เปี้ยนเซนต์ดำเนินต่อไป ไม่หยุดอยู่ที่รุ่นปัจจุบัน

 

                        สาบานได้ว่าเขาไม่ได้คิดแค้นเคืองหรือประชดประชัน ... ออกจะเข้าใจด้วยซ้ำ ... ความที่เติบโตมาโดยไร้ผู้เลี้ยงดูประคบประงม ทำให้ตัวเค้าค่อนข้างจะมีความเป็นผู้ใหญ่เกินตัว พวกอารมณ์ความรู้สึกไร้สาระอย่างการหึงหวง หากปรับสภาพจิตใจของตนได้ เขาก็สามารถกำจัดมันไปได้เช่นกัน

                       

                        แม้วันเกิดปีนี้จะเป็นปีที่ดูเหงาหงอยกว่าทุกปีก็ตาม ...

 

                        คามิวลุกยืนขึ้นเต็มความสูง รวบรวมทั้งซองจดหมายและของขวัญขึ้น คิดจะเอาไปวางไว้ในห้อง แอบนึกยินดีที่ของขวัญเพิ่งถูกนำมาส่งหลังจากที่ลูกศิษย์ของเขาได้หลับไปแล้ว ทำให้เขาไม่ต้องตอบคำถามอะไรให้มากมายนัก

 

                        ทว่าขณะเดินกลับไปที่ห้องพักของตน สายตาสีแดงสดกลับปรายไปเห็นเงาตะคุ่มนอกบ้าน คิ้วเรียวพลันขมวดเข้าหากัน หมีงั้นหรอ ?

 

                        เร็วเท่าความคิด เขารีบวางของในมือลงกับโต๊ะ ก่อนจะรีบสาวเท้าเปิดประตูออกไป ถึงแม้มันจะยังไม่ได้เข้ามาทำอันตรายก็ตาม ทว่า หากปล่อยไว้ เขาก็เกรงว่ามันจะทำลายบ้านบ้านของเขาเพื่อหาอาหารเช่นกัน ...

 

                        ทางที่ดี เขาควรจะพามันออกไปห่างๆ จากที่บริเวณนี้

 

                        ไอแซ๊คเพิ่งจะฝึกได้ไม่นาน ... ซ้ำยังเยาว์วัยนัก ไม่มีทางจะสู้กับสัตว์ตัวใหญ่ๆ อย่างหมีได้แน่

 

                        เพราะคิดเช่นนั้น ร่างผอมบางของอควอเรียสเซนต์จึงปรากฏขึ้นที่หน้ากระท่อมไม้ของตนเอง ... ไม่ลืมเลยที่จะลงกลอนล๊อคประตู สายตาสอดส่องไปทั่วอาณาบริเวณ

 

                        คล้ายจะได้ยินเสียงคำรามร้องดังของสัตว์สี่เท้าน่ายำเกรง คามิวค่อยๆ เดินตรงไปข้างหน้า เป็นจังหวะเดียวกันที่สัตว์ป่าได้พุ่งตรงเข้ามา ชายหนุ่มยกแขนตนขึ้นเหนือหัว รวบรวมไอเย็นไว้บนมือก่อนจะ

 

            ฟรีชชิ่ง คอฟฟิน !! ”

            สกาเล็ต นีดเดิ้ล !!! ”

                       

                        เศษน้ำแข็งซึ่งก่อตัวครอบคลุมร่างของหมีเพราะพลังของเขา พลันแตกสลายกระจายเป็นเศษผลึกทันทีที่แสงสีแดงสดซึ่งพุ่งมาจากทางด้านหลังของสัตว์ป่าขนสีขาวตัวนั้น หัวใจของคามิวคล้ายกับจะลิงโลด เมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งอยู่ไม่ไกล

 

            มิโร่ !!! ”

 

            คามิวตะโกนชื่ออีกฝ่ายเสียงดังลั่น ไม่สนร่างของสัตว์ป่าที่ค่อยๆ ล้มตัวลงจากอาการชาเพราะพิษแมงป่อง ตาของมันเหลือกค้าง จ้องมองคนสองคนด้วยความโกรธ นายมาที่นี้ได้ยังไง !? แล้วแซงค์ทัวรี่... เพราะความประหลาดใจระคนดีใจทำให้คนที่ปกติจะสุขุมกลับละทิ้งนิสัยเดิมของตนเสียสิ้น ขาเรียวรีบสาวเท้าย่ำกองหิมะเข้าไป ไม่สนใจสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งที่กำลังรอจังหวะ ทันทีที่คามิวเดินเข้าไปจนใกล้กับระยะอุ้งเท้า มันก็รวบรวมแรงทั้งหมดตวัดตบขาเล็กๆ อย่างรวดเร็ว !!

 

            ค... คามิว !! ”

 

                        เสียงที่ตะโกนเรียกก็แสนแหบแห้ง ทว่าใจทั้งใจที่เห็นร่างผอมบางของอควอเรียสลอยละล่องไปชนกับไม้สนขนาดใหญ่นั้นเจ็บมากกว่า นัยน์ตาสีแซฟไฟร์ซึ่งมักจะทอดสายตาอ่อนโยนในช่วงหลังๆ พลันถูกย้อมด้วยสีแดงอีกครั้ง

 

                        ไม่จำเป็นต้องรีรออะไรอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่วันที่มิโร่สัญญากับตนว่าจะปกป้องดูแล ทนุถนอมร่างผอมบางร่างนี้ เขาก็ตัดสินใจว่า หากมีใครที่คิดจะทำร้ายคามิว ... เขาจะไม่มีวันปล่อยมัน !!

 

                        คอสโม่ทั้งหมดถูกนำมารวมไว้ที่ปลายนิ้วโดยพลัน

 

            สกาเล็ต นีดเดิ้ล อันทาเลส !! ”

 

            โฮก~ ! ”

 

                        เสียงโหยหวนด้วยความทรมานจากพิษบาดแผลดังก้องไปทั่วพื้นน้ำแข็งเขตหนาวแห่งไซบีเรีย เล็บสีแดงสดอาบพิษแทงเข้าไปยังจุดหัวใจแมงป่องบนร่างของหมีขาวซึ่งสิ้นชีพหลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที

 

                        ตามปกติ... หากเป็นรายอื่น ... มิโร่คงจะมอบทางเลือกให้คู่ต่อสู้ว่าจะยอมตายหรือจะยอมจากไป... ทว่าบทลงโทษสำหรับคนที่ทำร้ายสิ่งสำคัญของเขา ...

 

                        มีเพียงความตายเพียงอย่างเดียว

 

                        ไม่มีเวลาให้รออะไรอีกแล้ว มิโร่พาร่างซึ่งเริ่มล้าเพราะการเดินทาง ประกอบกับปฏิบัติหน้าที่ที่องค์เคียวโกมอบหมายให้ก่อนจะเดินทางมายังทุ่งน้ำแข็งกว้างแห่งนี้ ไปหาคนอีกคนที่ยกมือขึ้นกุมหัวอย่างมึนๆ ใช้สายตาพิจพิจารณาร่างบอบบางของอควอเรียสเซนต์เสร็จแล้วก็ถอนหายใจออกมา ... นึกยินดีที่อีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากเท่าไรนัก

 

            นาย... ไม่สบายหรอมิโร่ !!! ” คามิวถามขึ้น หลังจากที่อีกฝ่ายใช้มือไล้ไปตามใบหน้าของเขา ...ดวงหน้าคมคายมาวันนี้กลับดูแดงเรื่อผิดปกติ ทั้งผิวกายยังร้อน.... ร้อนกว่าทุกวันที่เขาเคยได้สัมผัสมา

 

                        ทว่า... มิโร่กลับยิ้ม...

 

            เพียงเท่านั้น ก่อนสติที่เหลืออยู่ของสกอร์เปี้ยนเซนต์จะดับวูบ มิอาจได้ฟังเสียงร้องเรียกที่อยู่ใกล้ๆ แต่เหมือนไกลนั้นเลย

 

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

                        เปลวเพลิงถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง ณ ห้องที่เคยมืดสนิท

 

                        ในบ้านกระท่อมไม้หลังเล็กๆ หลังจากที่เจ้าของบ้านได้พยุงร่างของชายหนุ่มที่ไม่ได้สติเข้ามานอนพักในห้อง เขาก็รีบหาผ้าห้มหนาๆ เท่าที่จะหาได้มาห่มให้กับคนที่ปกติมักจะอยู่ในเขตอบอุ่นออกร้อนอย่างประเทศกรีก ใบหน้างามไม่ลดแววกังวลลงเลยยามที่ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช๊ดไปตามโครงหน้าคมคาย แลดีใจนักหนา เมื่ออีกฝ่ายเรียกชื่อของเขา

 

            คะ... คามิว พร้อมทั้งมือยังปัดป่ายไปทั่วราวกับต้องการจะหาเจ้าของชื่อนั้น โดยไม่รู้ตัว... หัวใจของอควอเรียสเซนต์คล้ายจะพองตัว จับมือของชายหนุ่มบีบตอบกลับไป

 

            ฉันอยู่นี่ มิโร่

 

            ดุจมีเวทมนตร์ในน้ำเสียง แพขนตาสีทองขยับครู่หนึ่งก่อนจะเปิดออกให้เห็นนัยน์ตาสีแซฟไฟร์อันอ่อนล้า ทว่าทั้งๆ ที่ดูระโหยโรยแรงขนาดนั้น เจ้าของดวงตาสีฟากฟ้ากลับพยายามยันกายลุกขึ้นมา เป็นเดือดเป็นร้อนให้อควอเรียสเซนต์ต้องใช้มือกดไหล่หนาให้ลงไปนอนพัก นายพักก่อนเถอะ มิโร่ นายมีไข้...

 

            วันนี้วันที่เท่าไรหรอ คามิว   นอกจากจะใช้แรงฝืนต้านแล้ว ยังพูดขัดออกมาโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านได้เอ่ยจบ... กระนั้น... แทนที่จะโกรธ... หัวใจของคามิวกลับคล้ายจะเต้นถี่รัวขึ้น...

 

                        เขาไม่ใช่คนโง่... ที่ถึงขนาดนี้แล้วจะไม่รู้ถึงเหตุผลการมาของคนที่เกลียดอากาศหนาวเย็นยิ่งกว่าใคร  

 

            จำต้องรอให้อีกฝ่ายเอ่ยถามซ้ำสอง คามิวจึงตอบ  “ …วันที่ 7...

 

                        วันเกิดของเขา ... วันเกิดของคนที่ดีแต่ทำร้ายมิโร่ ...

                        ... วันเกิด... ของคนที่มิโร่แคร์... ยิ่งกว่าใคร ...

 

                        แล้วเขาก็ได้เห็น... รอยยิ้มที่สว่างไสว ... รอยยิ้ม... ที่มาจากใจของคนๆ หนึ่ง รอยยิ้ม... ที่บอกว่ามีความสุข

 

            ดีจริงที่มาทัน ...ไม่เพียงพูด ยังถอดชุดเกราะส่วนอกของตนออก คิ้วเรียวสีแดงสดขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นึกสงสัยในการกระทำของชายหนุ่ม

 

                        อย่างไรก็ตาม... ทันทีที่กล่องของขวัญขนาดเท่าฝ่ามือเป็นประจักษ์สู่สายตา... ขอบตาคู่สวยก็คล้ายกับจะร้อนขึ้น

 

                        ยิ่งเมื่อได้ยินคำที่อยากได้ยินที่สุดจากปากของคนที่อยากให้พูดให้ฟังที่สุดด้วยแล้ว ...

            สุขสันต์วันเกิดนะ... คามิว  

 

                        ไม่จำเป็นต้องจัดงานวันเกิดหรูหรา...

                        ไม่จำเป็นต้องได้รับของขวัญราคาแพง...

                        เพียงแค่ได้อยู่กับกับคนที่อยากอยู่ด้วยมากที่สุด...

 

                        ... มิโร่ก็ได้รับรอยยิ้มนิดๆ ... หากสว่างไสวในใจเป็นการตอบแทน ...

 

            ขอบคุณนะ... มิโร่

                       

                       

                        ……

                       

 

                        ชั่วชีวิตนี้ฉันไม่เคยต้องการได้รับอะไรจากใคร ...

                        นอกจากรอยยิ้มของนาย...

                        สิ่งที่มีค่าของฉัน...

... END ...

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

.

.

…..

.

.

 

            ไม่เปิดดูหรอ ? ” มิโร่ถามย้ำขึ้นมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายเพียงหยิบกล่องของขวัญสีฟ้าที่ได้วางไว้บนตักเฉยๆ คามิวทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลือกคำตอบที่คิดว่าดูเหมาะสมที่สุด

 

            ไว้เปิดพรุ่งนี้ พร้อมๆ กับใช้มือดันแผ่นอกกว้างให้ลงไปนอนตามเดิม สกอร์เปี้ยนเซนต์หัวเราะนิดๆ อาการแบบนี้... กำลังอายอยู่สินะ ส่วนนาย ตอนนี้นอนได้แล้ว

 

            ฉันอยากเห็นนายเปิดของขวัญก่อน ไม่พูดเปล่า ยังฝืนตัว ไม่ยอมลงไปนอนตามที่เจ้าของบ้านต้องการ อยากรู้ว่าของขวัญที่ฉันเลือกให้ปีนี้จะถูกใจนายหรือเปล่า

 

            ก็เห็นถูกใจทุกปี คามิวบ่นอุบ... มิโร่มักจะสังเกตทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา ... ขนาดหนังสือที่ว่ามิโร่เกลียดแสนเกลียดแล้ว หากเห็นว่าเขาชอบ มิโร่ยังไปถามหาผู้รู้มาสอบถามเลย ไม่ต้องมาดูฉันเปิดให้ลุ้นเล่นหรอก

 

                        ทว่าสำหรับคนที่มักจะถูกตามใจอย่างมิโร่ มีหรือที่จะฟังคำของเขา นัยน์ตาคู่คมจ้องมองใบหน้าใสนิ่งๆ ไม่พูด หรือโวยวายอะไรทั้งนั้น แค่มอง... นิ่งๆ ... เท่านั้นเอง

 

            “ … ตกลง เป็นอควอเรียสเซนต์ที่ต้องยกมือยอมแพ้ ทั้งๆ ที่หากเป็นในยามปกติ เขาก็คงปล่อยให้อีกฝ่ายเลิกราไปเอง แต่ในตอนที่มิโร่กำลังไม่สบาย การจะปล่อยให้คนที่ดื้อยิ่งกว่าใครคนนี้ไป ก็คาดว่าคืนนี้ทั้งคืนคงจะไม่ได้พักผ่อนกันเป็นแน่ แต่สัญญาก่อนได้ไหม? ว่าพอเปิดของขวัญเสร็จแล้วนายจะรีบพักผ่อน

 

            อืม เปิดสิ

 

                        .... ฟังจากน้ำเสียงแล้วรู้สึกไม่น่าไว้วางใจอย่างไรก็ไม่รู้ คามิวลอบถอนหายใจ ก่อนจะออกแรงดึงโบผูกของขวัญสีทองแลดูหรูหราออก แล้วค่อยๆ แกะกระดาษห่อของขวัญ ทุกกริยาเต็มไปด้วยความทนุถนอมราวกับเป็นสิ่งมีค่า ไม่ต้องการแม้แต่จะให้มีรอย...

 

                        อควอเรียสเซนต์ดูเย็นชาแค่ภายนอกเท่านั้นแหละ ...

 

                        ภายในเป็นคนอ่อนโยนมากแค่ไหน... มิโร่อดภูมิใจในตนเองไม่ได้ที่เป็นคนค้นพบข้อเท็จจริงนี้ก่อนใคร

 

                        หลังจากที่ได้รับของขวัญแล้ว คนหลายคนคงจะทิ้งขว้างกระดาษห่ออย่างไม่ใยดี ... แต่นั้นไม่ใช่สำหรับคามิว

 

                        คามิวจะเก็บกระดาษห่อไว้กับการ์ดเสมอ ไม่จำเป็นต้องบอก เขาก็พอรู้ว่า คามิวไม่ได้คิดว่าของขวัญคือของที่อยู่ข้างใน แต่ของขวัญคือ น้ำใจจากผู้ให้ต่างหาก

 

                        ดังนั้นคงไม่แปลกหากคามิวจะตอบรับน้ำใจเหล่านั้นด้วยการเก็บสิ่งของที่ได้รับอย่างดีที่สุด ...  

 

                        ไม่นานของข้างในก็ปรากฏสู่สายตา ...

 

            มันคือขวดน้ำหอมแก้วสีแดงสด ทำเป็นรูปทรงคล้ายเพชร ตรงฝาเปิดถูกแกะสลักเป็นลวดลายคล้ายปีก คามิวมองมันสลับกับมิโร่ มิโร่ นี่มัน...

 

            “ Fire Seduction นายจำชื่อนี้ได้ไหม ? ” คามิวพยักหน้า.... เขาจำได้ ... จำชื่อกลิ่นน้ำหอมที่มิโร่ใช้ได้... ยังจำได้ว่าขวดของมันมีสีฟ้าเช่นเดียวกับสีนัยน์ตาของอีกฝ่าย... สีที่ตรงข้ามกับชื่อของมันโดยสิ้นเชิง  “ Aqua Attraction  เป็นชื่อของน้ำหอมกลิ่นนี้... เป็นน้ำหอมคู่กับน้ำหอมของฉันนะ

 

                        ของขวัญสำหรับผู้หญิง... ทั้งๆ ที่โดยปกติแล้วเขาจะนึกรังเกียจ... แต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย

 

                        หรือแท้จริงแล้ว... มิโร่จะรู้มาตลอด... ถึงสาเหตุที่เขาทาเล็บสีแดง...

 

                        ... เพราะไม่อาจเคียงคู่... จึงขอเพียงเคียงข้าง...

                        ... เพราะไม่อาจบรรจบกัน... อย่างน้อยจึงขอเป็นดั่งเส้นขนาน ...

 

                        แต่ว่า ...

 

            ก็ดีนะ ฉันชอบอิมเมจที่มันดูขัดๆ กันแบบนี้พอดี

 

                        สิ่งที่ตอบออกไป... มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

 

            ถึงฉันจะว่าว่าเอาน้ำหอมคู่มาให้แบบนี้มันดูแปลกๆ แต่ไม่เป็นไรหรอก ก็เรา.. เป็นเพื่อนกันนินะ

 

                        ตอกย้ำ... ให้มันลึกลงไป... ให้มันดำดิ่ง... ตราตรึงยิ่งกว่าความรู้สึกใดในหัวใจ

                        อย่างน้อยมิตรภาพก็ไม่มีวันสูญสลาย ...

                        แบบนี้... ดีที่สุดแล้ว

 

                        เขาไม่ได้รักมิโร่ ... สิ่งที่เขารู้สึกในตอนนี้เป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบของคนที่ไม่มีใคร นอกจากนี้สิ่งที่มิโร่ทำกับเขาเป็นสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยได้แม้กาลเวลาจะพ้นผ่าน

 

            ว่าแต่นายจะนอนหรือยัง

 

                        รีบนอนเถอะ... ก่อนที่กำแพงที่ฉันบรรจงสร้างจะแหลกสลาย

 

            ฉันเปิดของขวัญนายแล้ว ตามสัญญา มิโร่... นอน

 

                        ปิดตาของนายซะ... อย่าให้มันได้เห็นความอ่อนแอในตัวฉัน

 

            ทว่ามิโร่ยังคงใจร้าย... ดวงตาสีฟ้าใสมองเขานิ่งๆ พลางยื่นมือมาจับแขนเรียว  อากาศที่นี่หนาว

 

            “ … ไม่คิดจะมอบความร้อนให้ฉันหน่อยหรอ

 

                        ดุจวิดีโอเทปที่ถูกกรอ...

 

                        คล้ายคลึงเหมือนกับได้ยินประโยคอันคุ้นเคยนี้มาจากที่ใดอันแสนไกล

 

            เขาสะบัดมือมิโร่ทิ้งราวกับต้องของร้อน มองหน้ามิโร่อย่างไม่เชื่อสายตา... แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น มิโร่ก็กลับมาเป็นแบบเดิม  เป็นหมอนข้างให้หน่อยสิ อากาศที่นี่หนาว นอนเบียดๆ จะได้อุ่น เพื่อนกันไม่ต้องอายหรอก พูดไปทั้งๆ ที่ยิ้ม หากดวงตาไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลย นัยน์ตาสีแดงสดมองใบหน้าที่แดงเพราะพิษไข้แล้วก็ใช้เวลาปรับอารมณ์ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงปกติ

 

            นอนกับนาย ฉันได้ติดหวัดพอดี คำพูดตรงข้ามกับการกระทำ เพราะรู้ดีว่าผ้าห่มเพียงแค่นั้นคงไม่ช่วยทำให้คนขี้หนาวอบอุ่นได้ ด้วยความเป็นห่วงทำให้คามิวลุกขึ้นสะบัดผ้าห่มลงไปนอนหันหลังให้กับมิโร่ รีบๆ นอนละ อย่ากวน พรุ่งนี้ฉันมีสอน สิ้นเสียง... เขาก็รู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนจากร่างกายของคนอีกคนที่สอดเข้ามาทางด้านหลัง วงแขนแกร่งค่อยๆ สอดเข้ามาใต้ร่างของเขาพร้อมๆ กับที่แขนอีกข้างได้วางพาดลงมา รับรู้ได้ว่ามิโร่ถอดชุดคล๊อธของตนเองไปแล้ว... หรือหากจะพูดก็คือสั่งให้คล๊อธออกจากร่างไปประกอบตัวอยู่ตรงมุมเตียงนั้นเอง 

 

                        นึกอยากจะหันกลับไปมองหน้าของคนที่เข้ามาโอบกอด... ทว่าพอคิดถึงความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและพิษไข้ของอีกฝ่าย คามิวก็ตัดสินใจนอนนิ่งๆ ไม่อยากกวนการพักผ่อนของชายหนุ่มมากไปกว่านี้

 

                        แม้คืนนี้... เขาอาจจะหลับไม่ลงเลยก็ตาม  

                       

            ....

            …………

            …..

           

                        มิตรภาพนะไม่มีวันสูญสลายหรอก ...

                        แต่สิ่งที่เขาต้องการ... ใช่มิตรภาพแน่หรือ

...  Really END ...

( TBC in my next fic >< !!! )

 

==================================================== 

>< HBD น้า คามิว ~~ 

ปล. แปะรูป

 

วันเกิดแล้วน้า >< ยังไงก็ขอให้ปีนี้เป็นปีที่มีความสุขมากๆ อีกปี ขอให้มีความสุข สมหวังในทุกๆ เรื่องที่อยากให้เป็น เป็ดนะโอ้น้อยหน่อยก็ได้ ไปโอ๋แมงป่องมัก จะเหี่ยวเฉาตายอยู่แล้ว คริคริ ขอให้หวานกันมากๆ ชนิด น้ำตาลขัณฑสกรยังไม่เท่าเลย เอ้า !!

ถึงแม้ว่าในฟิค เธอจะเป็นคนที่ซวยตลอด >< แต่ก็อยากบอกว่ารักเธอมากๆเหมือนกันนะจุ๊บๆๆๆ

Mummy ให้ตุ๊กตามิโร่เป็นของขวัญน้า หวังว่าจะชอบ อิ อิ   ><

ถึงแม้ว่าภาพจะแอบวาดในห้องเรียน + รีบลงสี ปากกาตัดเส้นก็พัง จนออกมาไม่งาม (ทั้งๆ ที่แต่ก่อนฝีมือการวาด+ลงสีก็ไม่ได้ดีเลิศอยู่แล้ว = =  ) อภัยให้กับ mummy เถอะนะ ช่วงนี้ mummy ไม่ว่างจริงจัง T T

 

มาพูดเรื่องฟิค HBD เรื่องนี้บ้างดีกว่า อยากจะบอกว่าเป็นฟิค HBD ที่ตั้ง plot ไว้เชื่อมกับ ฟิคที่กำลังจะแต่งค่ะ >< ใครงง ใครสงสัยอะไร ถามได้นะคะ mummy จะขอตอบเท่าที่สามารถตอบแล้วไม่สปอยกับฟิคที่จะเขียนต่อไปมากนัก สำหรับท่านที่อ่านไม่รู้เรื่อง ก็ขอโทษด้วยคะ ^^” แต่คิดว่าถ้าเอาฟิคนี้ไปเชื่อมกับฟิคที่ mummy อยากแต่งแล้วละก็ รับรองว่าอ่านรู้เรื่องค่ะ >< เอาเป็นว่า อยากให้คิดว่าฟิคเรื่องนี้ แต่ก่อน คามิวรักซางะ แล้วสุดท้ายก็ได้มิโร่เข้ามาช่วยอะไรหลายๆ อย่างละกันค่ะ ><  

มาโซนตอบเม้นท์บ้างนะคะ

>>คุณ suigintou >> ขอบคุณมากนะคะ >< mummy ชอบวาดรูปมากเลย เวลามีคนบอกว่าน่ารักก็อดดีใจไม่ได้ค่ะ

>>paradise_222 >> นับวันจะยิ่งรั่ว = = บางทีนะ หลังๆ เราชักจะคิดแล้วละ ว่าวันไหนจะมีวันที่เราไม่รั่วบ้างหนอ = = (มีนะวันที่อยู่บ้านคนเดียวไง อิอิ)

>> คุณJupzyberrY  >< ขอบคุณมากนะคะสำหรับ comment comment แบบนี้ ทำเอา mummy อดที่จะลอยไม่ได้ค่ะ ><  นับถือความพยายามของคุณจุบมากเลยค่ะ >< ถึงแม้ว่าอาจจะนาน แต่อยากจะบอกคะว่า mummy จะแต่งเรื่องนกสีฟ้าต่อแน่ๆ คะ >< ขอบคุณคุณจุบอีกครั้งนะคะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นู๋มิ้นท์ เราเริ่มติดฟิคนู่มิ้นและ

เป็นอย่างนี้ถ้าจาม่ายดีนะเนี่ยใกล้จาสอบและ

เออวันนี้ไปเห็นปากกาอันนึงมาคิดถึงนู๋มิ้นท์มากมาย

เดี๋ยววันอังคารเอาไปหั้ย

คิดถึ๋ง..คิดถึง

#1 By yok ..^________^.. (203.153.174.233) on 2009-02-07 21:46

หวานมากเลยฮะ
คามิวเนี่ยดูแล้วจะเข้าข่าย คูลเดเร่เลยนะฮะ > <!~
แต่ก็น่ารัก คามิวที่คิดมากก็คือคามิวอยู่ดีฮะ เหอๆ

แต่มิโรนี่ก็น่า ไม่ฉุดคามิวเลยละ ( Owo )!(เสนอกันข้าน้อยนิ)

ตุ๊กตามิโรน่ารักมากเลยฮะ มิ้วๆก็น่ารักเหมือนกันฮะ > <!~

#2 By mayWz on 2009-02-07 22:05

เเต่งเรื่องไหนก็สนุกนะคะ อิอิ ใช้คำเเสดงอรรถรสดีมากคร้า

#3 By JupzyberrY on 2009-02-08 08:07

หวานจังคร่า~>< แต่ยาวขนาดนี้แต่งนานแค่เนี่ย

#4 By suigintou on 2009-02-11 16:58