[Fic Tsubasa RC ] Under our Mind
posted on 30 Jun 2009 20:51 by mini-mummy in fictionPairing: Kurogane x Fay
Authors: mini_mummy_noel
====================================================
Fay ‘s Side
ณ ที่นี้ ... เมืองหลวงแห่งธารา ...
ที่ๆ เขาตัดสินใจผนึกผู้ที่เขาให้ความนับถือยิ่งกว่าผู้ใด ...
ความเย็นวาบจากสายน้ำที่ล้อมรอบร่างของเขา ไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ร้อนรุ่มคลายลงไปได้ ...
... เขาต้องหนี ...
เป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว ทันทีที่คำสุดท้ายของบทร่ายผนึกหลุดออกจากริมฝีปากบาง บังเกิดเป็นอักขระเวทมนตร์พุ่งตรงเข้าไปล้อมรอบร่างของผู้เป็นนายของเขาให้สงบลง ...
... ต้องหนีไปยังโลกที่ไม่มีอาชูร่าโอ...
เพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้ ... การจากลาหญิงสาวที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นไม่ได้สร้างความปวดร้าวให้เกิดขึ้นในใจอย่างที่คิด ... หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ เขาไม่มีความรู้สึกโหยหาตัวของหล่อนอยู่เลย ...
สงสัยหัวใจของเขาจะถูกหิมะแห่งเซเรสเกาะกินไปจนหมดแล้วกระมัง ...
ไอ้ความรู้สึกที่ต้องการใครสักคน... มันถึงได้ตายด้านไปเสีย...
ในเมื่อเขาผิดหวัง และไม่เคยได้สิ่งๆ นั้นมาครอง ....
หวัง ... จนเหนื่อย ....
พยายาม ..... จนท้อ ....
เมื่อผลสุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมากลับมีเพียงความว่างเปล่า....
นัยน์ตาสีแซฟไฟร์พลันปิดลงราวกับจะหวนนึกไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตน ก่อนจะหลุดถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน มือที่ล้าแรงถูกบังคับให้ยกขึ้นมาวาดปลายคทาสีทองสร้างอักขระเวทมนตร์ชั้นสูงบนอากาศรอบๆ เรือนร่างเพรียวบางของตน ... ก่อเกิดเป็นคลื่นพลังเวทย์ที่ม้วนตัวเข้าครอบคลุมร่างๆ นั้นให้จากหายไป .... หายไปจากอาณาจักรที่ถูกปกคลุมด้วยความเหน็บหนาว ...
ลืมตาขึ้นมาอีกที ภาพตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นภาพของหญิงสาวผมดำยาวในชุดเปิดคอสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งจากรูปลักษณ์ภายนอก พร้อมกับกลิ่นอายของตลื่นพลังที่เขารู้สึก ... ไม่ต้องบอก เขาก็พอรู้ว่า ตัวตนของหญิงสาวผู้นี้คือจุดหมายของเขา ...
แม่มดแห่งมิติ ...
“ คุณคือแม่มดแห่งมิติใช่ไหมครับ ? / แกเป็นใครน่ะ ? ”
เป็นเสียงที่ดังขึ้นมา จังหวะเดียวกับที่เขาเอ่ยปากถามหญิงต่างมิติเพื่อความแน่ใจ พาให้ตัวเขาเองต้องเสใบหน้าไปหาต้นเสียงอย่างฉงน เป็นเหตุให้นัยน์ตาของเจ้าของเสียงกร้าวเมื่อครู่หันมามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ สบเข้ากับนัยน์ตาสีแซฟไฟร์ของเขาทันที ....
ตึก...
หัวใจที่เต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง พลันเริ่มที่จะเต้นแรงอีกครั้ง ... เต้นราวกับจะตอบรับหรือบอกความนัยบางอย่างแก่เขา ... ผู้ไม่เคยบังคับหัวใจของตนเองได้ ...
ผู้ชายคนนี้มีทุกอย่างที่ตรงข้ามกับเขา ...
ทั้งความคิด ท่าทาง การพูดจา การแสดงออก นิสัยใจคอ ...
ผู้ชายคนนี้ ... ชายที่ชื่อว่าคุโรงาเนะ ...
“ โลกเดิมที่มาน่ะ.. ”
“ ส่งฉันกลับไปเดี๋ยวนี้เลย / เป็นที่เดียวที่ผมไม่อยากกลับไปครับ ”
เป็นอีกครั้งที่เขาทั้งสองพูดในสิ่งที่คิดอยู่พร้อมกัน หากแต่กลับเป็นเรื่องที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ...
และก็เป็นอีกครั้งที่ดวงตาสีจันทราโลหิตซึ่งเขาไม่เคยได้ประสบพบเจอมาก่อนสบเข้ากับนัยน์ตาสีฟากฟ้ายามเช้าของเขา...
ตึก...
อีกแล้ว ... เสียงหัวใจ ...
“ ช่วยรูดซิปปากหน่อยเถอะ พี่ดำคนนั้นน่ะ ”
“ ไม่ใช่พี่ดำโว้ย !! ก็บอกว่าชื่อคุโรงาเนะ !!!! ”
ตึก ...
ไม่รู้ทำไมปากของเขาถึงได้เอ่ยด้วยคำพูดในแบบที่เขาไม่เคยได้เอ่ยกับใคร แม้จะรู้จักกันมานานแค่ไหน ....
ตึก...
ไม่รู้ว่าทำไม เขาถึงรู้สึกชอบและสนุกที่จะได้เห็นอาการตอบโต้ของอีกฝ่ายขนาดนั้น ...
และ ไม่รู้ .... เพราะเหตุใด .... เขาจึงรู้สึกเป็นสุขยามที่นัยน์ตาสีเลือดนั้นจ้องตรงมามองที่เขา ...
ก็ในเมื่อหัวใจของเขามันตายด้านแล้วไม่ใช่หรอ ?
ก็ในเมื่อเขาเหนื่อย .. และท้อกับการที่จะเข้าไปสนิทกับผู้คน...
แล้วทำไม ถึงได้รู้สึกเป็นสุขเพียงแค่ได้อยู่เป็นส่วนหนึ่งที่สายตาดุดันคู่นี้มองเห็น ...
ทั้งๆ ที่สิ่งนี้มันไม่น่าจะทำให้มีความสุขได้เลย ...
แล้วทำไมเขากลับรู้สึกมีความสุข .... ?
เป็นคำถาม ... ที่ไม่มีวันจะได้รับคำตอบ ... เมื่อผู้เป็นเจ้าของหัวใจเองก็ไม่สามารให้คำตอบได้ ...
เรื่องของตนเอง ... จะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวเอง ... นอกเสียจากจะไม่ยอมรับในสิ่งนั้นเท่านั้น ...
แล้วทำไมตอนน้เขาถึงได้ตอบไม่ได้ ... ?
สิ่งไหนกันที่เป็นความจริงสำหรับเขา ... ?
.....
...........
.....................
..
... ช่างเถอะ ....
ในเมื่อ ... คิดไปก็ใช่ว่าจะหาคำตอบได้
อย่างไร ช่วงเวลาที่เขาจะได้อยู่ด้วยกันต่อจากนี้ คงจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง ...
จะว่าไปก็น่าขันเหมือนกัน ... ทั้งๆ ที่เป็นนักเวทย์ชั้นสูงของราชอาณาจักร ... ทั้ง ๆที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่รอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง...
แต่เรื่องของตนเองกลับไม่รู้ ...
........
.........
.........
เขาจะถลำลึกเกินไปหรือเปล่าน่ะ .... ?
.........
.........
.........
..... นายคิดว่าไงล่ะ คุโรงาเนะ ... ?
=========================================================
Kurogane’s Side
มันเป็นคืนหนึ่ง.... ที่เขาบังเอิญตื่นขึ้นมากลางดึก บนพื้นเสื่อของอาณาจักรฌารา.....
ข้างๆ ... มีนักเวทย์ผมทองกระจ่างตาแม้ในความมืดนอนซบใบหน้าลงกับหมอน
ดูแล้วช่างน่าสงสัย ว่าอีกฝ่ายจะหายใจได้อย่างไร ...
เห็นภาพแบบนี้แล้วก็อดที่จะหวนไปนึกถึงครั้งแรกที่เขาเจอเจ้าตัววุ่นนี้ไม่ได้
คนที่ต่างกับเขาอย่างสุดขั้ว ...
ก็เหมือนกับในตอนนี้ ไม่ต่างไปจากเดิม
จะต่างไป ... ก็คงเป็นที่ตัวเขากระมัง ...
ที่ความรู้สึกอยากกลับไปยังอาณาจักรนิฮงของตน... ค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปทุกที ...
ใช่ว่ามันจะหายไปหมด ... แต่มันก็เบาบางลงไปมาก ขนาดที่ว่าในช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเจ้าบ้านี้โดยไม่พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับอาณาจักรหรือเจ้าหญิงที่เขารับใช้อยู่ เขาจะไม่ได้นึกถึงมันเลย ...
ดูเหมือนว่าเจ้าแมวสีทองตัวนี้จะทำให้เปลวเพลิงอย่างเขาสงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์
ในทางกลับกันก็ยังทำให้เขาเป็นยิ่งกว่าอัคคีที่ถูกราดด้วยน้ำมัน ทุก ๆครั้ง ที่หมอนี้ทำเหมือนชีวิตของตนเองเป็นดั่งเม็ดทรายที่ไร้ค่า ...
ทั้งๆ ที่ยังมีคนอยากให้มีชีวิตอยู่ต่อแท้ ๆ
ทั้งเจ้าหนู เจ้าหญิง และ ไอ้เจ้ามันจูสีขาวตัวนั้น ...
.....
...........
...............
...รวมเขาด้วยก็ได้ ...
คิดแล้วก็อดที่จะโมโหตัวเองไม่ได้
ที่ดันโง่ !! อยากให้เจ้าตัวกวนที่หมดอยากในชีวิตมีชีวิตอยู่ต่อไป
ทั้งๆ ที่ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาจะปล่อยให้คนแบบนี้ตายๆ ไปซะ ทางที่ดี เขาจะเป็นผู้ปลิดชีวิตตอบสนองความต้องการนั้นให้อีกด้วย
แต่สำหรับเจ้าตัวยุ่งตัวนี้ แทนที่เขาจะเพิกเฉยหรือลงดาบลงไปที่คองามๆ นั้น เขากลับทำในสิ่งที่แตกต่าง...
ทั้งให้ความช่วยเหลือ ... ตอนที่หมอนั้นตกอยู่ในอันตราย ...
ทั้งคอยให้การปกป้อง ทุกๆ ครั้งที่มันพลาดท่าเป็นโอกาสให้พวกที่รอโอกาสเหล่านั้นอยู่ เข้ามาหมายจะทำร้าย ..
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังพยายามที่จะสืบหาอดีต .. ต้นเหตุที่ทำให้เจ้าแมวสีทองเป็นเช่นนี้ ..
‘ งืม... ’
จากเสียงนั้น และแรงจากการขยับตัวของร่างเล็กบาง เรียกให้สติของเขากลับมาจากห้วงแห่งความคำนึง พอมองไปก็เห็นใบหน้างดงามที่ลืมตาตื่นขึ้นอย่างสลึมสลือลุกขึ้นมามองหน้าเขาอย่างงๆ ก่อนจะขยับตัวเข้ามานั่งตักของเขา ซุกใบหน้าลงกับแผ่นอกกำยำ ส่งผลให้ไอ้ผ้าห่มที่คลุมตัวอย่างหมิ่นเหม่เมื่อครู่ ร่วงหล่นลงมากองที่ขาเรียวสวย เผยให้เห็นร่างขาวเนียนน่าสัมผัสที่ถูกประดับประดาด้วยรอยจ้ำสีแดงประปราย
รอยที่เขาเป็นคนทำขึ้นเอง ...
‘ งืม .... คุโรริ้น.... ’
แม้จะไม่เข้าใจในความหมายของคำพูดที่เอ่ยต่อหลังจากนั้น ... เพราะตอนนี้ไม่มีเจ้ามันจูสีขาวอยู่ด้วย เขาก็ยังเป็นสุข ...
เพราะมีแค่ช่วงเวลาแบบนี้เท่านั้นที่เจ้าตัวเล็กจะไม่นึกถึงความเป็นตายของตนเอง ...
และนั้นก็ทำให้เขาอดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้ มือที่เคยจับดาบเข่นฆ่าผู้คน ถึงตอนนี้กลับเพียงแค่ยกขึ้นโอบอุ้มร่างที่ผลอยหลับลงไปอีกครั้งอย่างระมัดระวังมิให้ขัดนิทรารมย์ของคนตัวเล็ก ...
จะว่าไป ... ก็แปลกดีเหมือนกันที่เขารู้จักที่จะเป็นห่วงคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่ทำให้วันๆ หนึ่งของเขาเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย ยุ่งยาก จนเขารู้สึกรำคาญใจทุก ๆครั้งที่เห็นหน้า
แต่ก็ยังอยากให้อยู่ใกล้ ๆ อยู่ดี ...
ทั้งๆ ที่มันเป็นคนในแบบที่เขาไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจได้เลย
แต่เขาก็ยังอยากที่จะเข้าใจมัน ...
คิดแล้วก็น่าขัน คนอย่างเขา ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนินจาอันดับ 1 แห่งนิฮง
คุโรงาเนะผู้แข็งกระด้างไร้หัวใจผู้นั้น ...
หายไปไหนแล้วหนอ ... ?
เขาไม่คิดที่จะหาคำตอบของสิ่งนั้น ... เพราะยังมีเรื่องของเจ้าบ้านี้ให้คิดอีกมากมาย ...
เขาไม่คิดที่จะหาคำตอบในตอนนี้ ... เพราะยังมีช่วงเวลาที่ยาวนานในการคบหาคำตอบ ...
ช่วงเวลาที่เขาทั้งคู่จะได้อยู่ร่วมกัน ...
เพราะงั้น ในเวลาแบบนี้ เขาควรที่จะนอนหลับพักผ่อน เก็บแรงไว้ใช้ในศึกสงครามในวันรุ่งขึ้นเสียดีกว่า ...
โดยไม่ต้องปล่อยให้ช่วงเวลาผ่านไปอย่างเสียเปล่า... แขนแข็งแกร่งก็กระชับเรือนร่างขาวผ่องเข้าแนบกาย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับริมฝีปากที่เนินไหล่เนียนนุ่ม แล้วค่อยเงยใบหน้าขึ้นไปสบกับพระจันทร์สีทองกระจ่างซึ่งฉายเด่นอยู่บนฟากฟ้า จนผลอยหลับไป ...
.......
.............
...............
...
ฉันจะเป็นคนปกป้องนายเอง ... เฟย์ ....
End